ฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ “สส.ที่ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการหลายคณะ ถูกตั้งข้อสังเกตมีการเดินเข้าออกห้องประชุมหลายแห่งเพื่อรับเบี้ยประชุมวันละ 5,000-6,000 บาท” ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และอาจส่งผลกระทบต่อเกียรติยศและภาพลักษณ์ของ สส.โดยรวม
พร้อมอธิบายว่า ตามมาตรา 13 วรรคสาม แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น พ.ศ. 2555 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า สส.สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมาธิการได้หลายคณะ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือคณะอนุกรรมาธิการก็ตาม แต่ในส่วนของเบี้ยประชุมนั้น กฎหมายกำหนดให้สามารถเบิกได้เพียงวันละ 1 ครั้ง และหากมีการประชุมมากกว่า 2 ครั้งในวันเดียวกัน ก็สามารถรับเบี้ยประชุมได้ไม่เกิน 2 ครั้งเท่านั้น
การกล่าวอ้างว่า สส.บางรายวิ่งเข้าออกห้องประชุมหลายคณะเพื่อรับเบี้ยประชุมจำนวน 5,000-6,000 บาทต่อวัน จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามกฎหมาย เนื่องจากแม้จะเข้าร่วมประชุมหลายคณะ ก็ไม่สามารถเบิกเบี้ยประชุมได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ฤทธิรงค์ กล่าวต่อไปว่า การวิพากษ์วิจารณ์หรือให้ข้อมูลต่อสาธารณะควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และควรคำนึงถึงการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน เพราะการกล่าวหาที่คลาดเคลื่อนอาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม และทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลที่ถูกพาดพิง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีมูลความจริงหรือไม่ ฤทธิรงค์ กล่าวว่า เป็นประเด็นที่สังคมนำไปวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่ในทางปฏิบัติสมาชิกแต่ละคนมีวิธีการทำงานแตกต่างกัน ยกตัวอย่างกรณีของผม เมื่อวันที่ผ่านมา ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในคณะกรรมาธิการถึง 4 คณะ แต่ตนเลือกเข้าร่วมประชุมเพียง 2 คณะเท่านั้น เนื่องจากเป็นคณะที่ให้ความสนใจและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ส่วนอีก 2 คณะ หากมีองค์ประชุมครบถ้วนก็สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องมีตนเข้าร่วม
ทั้งนี้ แม้ในทางสมมุติว่าผมจะลงชื่อเข้าประชุมครบทั้ง 4 คณะในวันเดียวกัน ก็ยังคงได้รับเบี้ยประชุมได้ไม่เกิน 2 ครั้งตามที่กฎหมายกำหนดอยู่ดี ไม่สามารถเบิกเบี้ยประชุมได้ตามจำนวนคณะกรรมาธิการที่เข้าร่วมประชุม
ฤทธิรงค์ ย้ำว่า การทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสมาชิกแต่ละคนว่าจะเลือกทุ่มเทเวลาให้กับคณะใดเป็นพิเศษตามความรู้ ความสามารถ และความถนัดของตน เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ควรนำจำนวนคณะกรรมาธิการที่สมาชิกสังกัดไปเชื่อมโยงว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์จากเบี้ยประชุม เพราะมีกฎหมายควบคุมและกำหนดเพดานการเบิกจ่ายไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว



