พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีผู้ร้องใช้นามสมมติ ‘นางสาวเอ’ ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้พิจารณาดำเนินคดีกับบุคคล 8 คน ประกอบด้วยนักวิชาการ สส. และสื่อมวลชน ในข้อกล่าวหาความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร ยุยงปลุกปั่น และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีถอดรหัสบาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้ง สส. เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง
ยืนยันผู้ร้องมีตัวตนจริง ปิดชื่อคำนึงถึง PDPA และความปลอดภัย
พล.ต.ท.รุทธพลยืนยันว่า ผู้ร้องใช้นามสมมติ “นางสาวเอ” มีตัวตนจริง โดยเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้เดินทางมายื่นเรื่องด้วยตัวเอง เพื่อร้องเรียนบุคคลทั้ง 8 รายตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งจะมอบหมายให้ DSI ดำเนินการต่อไป
ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อและนามสกุลจริงของผู้ร้อง เพื่อป้องกันข้อครหานั้น พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA และเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ร้อง แต่ชื่อจริงจะปรากฏอยู่ในสำนวน
สำหรับการที่สื่อมวลชนใช้ชื่อ “นางสาวเอ” โดยไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุลจริงนั้น คาดว่าเป็นการคำนึงถึงกฎหมาย PDPA และจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมยืนยันว่ากรณีนี้มีผู้ร้องจริง ไม่ใช่เพียงบัตรสนเท่ห์อย่างที่อาจมีข้อสงสัยกัน
ยังไม่ชี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง รอ DSI ตรวจสอบ
เมื่อถามว่าการร้องเรียนครั้งนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ยังไม่ทราบ เนื่องจากมีการร้องเรียนเข้ามา จึงต้องให้ DSI ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะพบความผิดหรือไม่
หากตรวจพบว่ามีความผิด ก็ต้องดำเนินการสืบสวนตามลำดับขั้นตอน โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ปัดปมขัดแย้งส่วนตัว ย้ำมีผู้ถูกร้องหลายกลุ่ม
เมื่อถามถึงกรณีที่หนึ่งในผู้ถูกร้องคือ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ‘ทนายอั๋น’ ซึ่งเคยมีความขัดแย้งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าจะทำให้ถูกมองว่าเป็นการดำเนินการจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า “ไม่ใช่ครับ” พร้อมระบุว่าผู้ถูกร้องมีหลายคน ทั้งนักการเมืองและนักวิชาการ
รับเรื่องพิจารณา หลังมีการร้องเรียนต่อกองปราบฯ แล้ว
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนบุคคลทั้ง 8 รายต่อกองบังคับการปราบปรามแล้ว การยื่นเรื่องต่อ DSI อีกครั้งจะเป็นการดำเนินการซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า จะรับเรื่องไว้พิจารณาร่วมกัน เพื่อพิจารณาว่าหน่วยงานใดมีความเหมาะสมในการดำเนินการต่อไป




