สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือ “สว.ชุดปี 2567” พบผู้สมัครบางรายอาจขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังเข้าสู่กระบวนการสมัครรับเลือก จึงเสนอเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย
ที่ประชุม กกต.ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว.จำนวน 1,605 ราย ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
ต่อมา ที่ประชุม กกต.ครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีมติให้ดำเนินคดีเพิ่มอีก 162 ราย ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 1,767
ภายหลังมีมติ สำนักงาน กกต.ได้ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการ ก่อนส่งต่อไปยังสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ต่อไป
ขั้นตอนหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล โดยประเด็นที่ต้องพิสูจน์ไม่ใช่เพียงว่าผู้สมัคร “ขาดคุณสมบัติจริงหรือไม่” แต่ต้องพิสูจน์ด้วยว่าเจ้าตัว รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังจงใจสมัคร
ดังนั้น แต่ละคดีอาจมีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน เช่น การตีความประสบการณ์ในกลุ่มอาชีพ เอกสารรับรองอาชีพ ประวัติการทำงาน หรือข้อห้ามเฉพาะบุคคล และท้ายที่สุดศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่ามีความผิดหรือไม่ รวมถึงกำหนดโทษภายในกรอบที่กฎหมายบัญญัติ
จากข้อมูลที่เผยแพร่ครั้งนี้ กกต.ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี การจำแนกตามจังหวัดหรือกลุ่มอาชีพ ตลอดจนจำนวนผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว.อยู่ในกลุ่ม 1,767 รายหรือไม่
สำหรับมาตรา 74 กำหนดองค์ประกอบสำคัญว่า ผู้สมัครต้อง “รู้อยู่แล้ว” ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าด้วยเหตุใด แต่ยังยื่นสมัคร จึงจะเข้าข่ายความผิด โดยมีโทษดังนี้
- จำคุกตั้งแต่ 1–10 ปี
- ปรับตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท
- ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
- หากผู้กระทำความผิดได้รับเลือกเป็น สว. ศาลมีอำนาจสั่งให้คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่งแก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
การเลือก สว.ปี 2567 มีผู้ยื่นสมัครทั่วประเทศ 48,226 คน เมื่อนำจำนวนผู้ถูกสั่งดำเนินคดี 1,767 รายมาเปรียบเทียบ จะคิดเป็นประมาณ 3.66% ของผู้สมัครทั้งหมด หรือราว 1 คนในทุก 27 คน
ใครคือผู้สมัคร สว.ปี 2567
ฐานข้อมูลผู้สมัครที่เผยแพร่ในปี 2567 แสดงภาพของสนามเลือก สว.ที่มีความหลากหลาย แต่จำนวนผู้สมัครไม่ได้กระจายตัวเท่ากัน เช่น
- ผู้สมัครชาย 27,779 คน หรือ 57.73%
- ผู้สมัครหญิง 20,338 คน หรือ 42.27%
- จังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุดคือศรีสะเกษ 2,764 คน
- จังหวัดที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือน่าน 98 คน
- ผู้สมัครอายุน้อยที่สุด 40 ปี มี 700 คน
- ผู้สมัครอายุมากที่สุด 92 ปี มี 2 คน
- กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มอัตลักษณ์อื่น มีผู้สมัครมากที่สุด 5,211 คน
- กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีผู้สมัครน้อยที่สุด 609 คน
ช่วงการตรวจสอบรายชื่อเบื้องต้นก่อนการเลือก กกต.เคยรายงานว่ามีผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม 109 คน และมีผู้ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น 48,117 คน แต่การตรวจในระยะนั้นเป็นเพียงขั้นตอนก่อนเข้าสู่กระบวนการเลือก การตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงเชิงลึกภายหลังจึงอาจพบกรณีเพิ่มเติมได้
ประเด็นคุณสมบัติสำคัญของผู้สมัครตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ได้แก่ สัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี และต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัครตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด รวมถึงต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามทางการเมืองหรือทางกฎหมาย
คดีนี้ยังสะท้อนปัญหาเชิงระบบของการเลือก สว.แบบแบ่งเป็น 20 กลุ่มอาชีพ เพราะผู้สมัครเป็นผู้แสดงและรับรองคุณสมบัติของตนเอง ขณะที่การตรวจสอบเชิงลึกต้องใช้เอกสารและข้อเท็จจริงย้อนหลังจำนวนมาก ทำให้บางกรณีผ่านการประกาศรายชื่อในชั้นต้น ก่อนมาถูกตรวจพบภายหลัง




