'สว.' ร้องตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิด 'ยิ่งชีพ-พนักงานสอบสวน DSI' เหตุเปิดเผยสำนวนคดีฮั้ว สว.

6 ต.ค. 2569 - 18:58

  • เนื่องจากผู้ร้องเห็นว่า พฤติการณ์นี้ มีเจตนาเพื่อกดดัน และดิสเครดิตการทำงานของ กกต. อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการและการบังคับใช้กฎหมาย และเป็นอาญาแผ่นดิน

'สว.' ร้องตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิด 'ยิ่งชีพ-พนักงานสอบสวน DSI' เหตุเปิดเผยสำนวนคดีฮั้ว สว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายของวันนี้ (6 ตุลาคม) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รายหนึ่ง ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLAW) ในความผิดฐานเปิดเผยความลับในสำนวนคดีสืบสวนและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังมีการนำเอกสารสำนวนคดีการทุจริตเลือกตั้ง สว. จำนวน 90,000 หน้า มาเปิดเผยต่อสาธารณะ 

เอกสารร้องทุกข์ระบุว่า ผู้ร้องเรียนดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็น สว. ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเคยถูกคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) ชุดที่ 26 ของ DSI แจ้งข้อกล่าวหา ว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561  

โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย พ.ต.ท. อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดี DSI, ระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา และ เอกรินทร์ ดอนดงผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษฯ  

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชี้มูลความผิดบุคคลเพียง 77 คน เพื่อยื่นศาลฎีกา โดยไม่ได้ชี้มูลความผิดผู้ร้องเรียนรายนี้ ซึ่งผู้ร้องระบุว่ามติดังกล่าว เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่าตนมิได้กระทำความผิด  

ผู้ร้องบรรยายเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ในช่วงที่ กกต. กำลังพิจารณาคดี โดยยิ่งชีพได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว.’ ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร  

ผู้ร้องระบุว่า ในงานดังกล่าวยิ่งชีพได้นำเอกสารที่อ้างว่าเป็นสำนวนคดีพิเศษจำนวน 90,000 หน้า พร้อมรายงานการสอบสวนคดีพิเศษมาจัดแสดงและเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งผู้ร้องมองว่าพฤติการณ์นี้ มีเจตนาเพื่อกดดัน และดิสเครดิตการทำงานของ กกต. เพื่อให้มีคำวินิจฉัยสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน โดยไม่ยึดหลักนิติธรรมและพยานหลักฐาน 

ผู้ร้องได้ระบุข้อกล่าวหาต่อหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนและคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ว่า การเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการสืบสวนและยังไม่มีคำสั่งเด็ดขาด ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและระเบียบการรักษาความลับของ DSI รวมถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  

ผู้ร้องจึงขอให้ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 164 ฐานเปิดเผยความลับในราชการประกอบมาตรา 83 โดยให้เหตุผลว่าการเปิดเผยความลับดังกล่าวหวังผล เพื่อกดดันองค์กรอิสระ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการและการบังคับใช้กฎหมาย 

สำหรับความผิดของยิ่งชีพ ผู้ร้องระบุว่า การนำความลับในสำนวนคดีมาเปิดเผย ย่อมเกิดจากการติดต่อประสานงานและแบ่งหน้าที่กันทำกับเจ้าพนักงาน จึงขอให้ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 

ในตอนท้ายของหนังสือ ผู้ร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับคณะพนักงานสอบสวนและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์