สมาชิกวุฒิสภาจัดโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร ณ จ.ตราด วันนี้ (19 ก.ย.) มีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยน หัวข้อ “เส้นทางบนเกาะกูดสู่ความมั่นคงด้านแนวชายแดน” โดยพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคตะวันออก และ น.อ.รุ่งโรจน์ อินตรา ผู้บังคับการกรมรักษาฝั่งที่1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ

พิศูจน์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาฝั่งตะวันออก แม้วันนี้ปัญหาจะบรรเทาเบาบางลง แต่พื้นที่ชายแดนทางหน่วยทหารยังคงต้องวางกำลังเฝ้าติดตามตลอด เพราะเป็นอธิปไตยของประเทศ โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว พบพื้นที่บ้านหนองจาน ขณะนี้เรียบร้อยดี มีเพียงปัญหาเล็กน้อยในพื้นที่ที่ชาวบ้านทำกินอยู่ยังออกโฉนดไม่ได้ 3 ราย ซึ่ง สว. จะช่วยติดตามเรื่องนี้
ส่วนพื้นที่ จ.จันทบุรี ยังมีพื้นที่ธรรมชาติ น้ำ ที่ฝั่งกัมพูชาทำทดกั้นน้ำทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง ส่งผลให้พื้นที่ฝั่งไทยพังทลาย ล่าสุดทราบว่าหน่วยทหารได้เข้าไปแก้ไขแล้ว
สำหรับ จ.ตราด ตั้งแต่บ้านสามหลัง บ้านทมอดา คณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่พบว่า ปัญหาต่างๆยังไม่มีอะไรมากมาย และกองกำลังป้องกันชายแดนจังหวัดจันทบุรีและตราด ยังคงต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ตลอดเวลา โดยบ้านสามหลังจังหวัดจันทบุรี ได้ตั้งงบประมาณเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และจะมีการสร้างถนนจากบ้านสามหลังไปถึงบ้านทมอดา ซึ่งเป็นโครงการของงบประมาณปี 2570
พิศูจน์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่เกาะกูดทางปลายแหลมด้านใต้ของเกาะ เป็นเรื่องที่พบว่า การส่งกำลังบำรุงของ หน่วยปฏิบัติการแหลมเทียนเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก โดยเฉพาะฤดูมรสุม กำลังพลที่อยู่ในฐานปฏิบัติการ ต้องนั่งเรือเล็กเพื่อมารับเสบียง เวลามีคลื่นลมต้องเดินลัดป่า 5-6 กิโลเมตร และในช่วงที่เกิดสถานการณ์ตามแนวชายแดนหน่วยทหารฯ ต้องการนำปืนใหญ่ไปตั้งบนถังฏิบัติการก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ จึงติดตามผลักดันเรื่องงบประมาณได้สำเร็จ ได้รับสนับสนุนงบประมาณปี 2570 จากกรมทางหลวงชนบท 112 ล้านบาท เป็นงบประมาณผูกพัน พ.ศ. 2570-2571 และผ่านวุฒิสภาแล้ว หลังจากถูกตีตกงบประมาณ 2-3 รอบ และจากการสอบถามกรมทางหลวงชนบท โครงการนี้จะเริ่มปรับทางเดินในปี 2570 และคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นในปี 2571 จะสามารถทำให้กองทัพนำปืนใหญ่ไปตั้ง บนฐานปฏิบัติการได้ พร้อมมองว่า การมีปืนใหญ่แม้ไม่ต้องยิง แค่นำไปตั้งเขาก็กลัวเราแล้ว
พิศูจน์ กล่าวว่า หากมีถนนของกรมทางหลวงชนบทเข้าไป ด้านการไฟฟ้าก็สามารถที่จะนำเข้าได้ และผลักดันเรื่องของระบบพลังงานไฟฟ้าได้ดีขึ้น ซึ่งในฐานะกรรมาธิการของวุฒิสภาจะขับเคลื่อนประสานงาน

ด้าน น.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่บนเกาะกูดของทหาร ทั้งการเข้าพื้นที่และการออกพื้นที่ ที่ต้องใช้เวลาซึ่งกลางวันใช้เวลาหลายชั่วโมง คือต่อแรกเดินทางโดยเรือ 45 นาที และต่อที่สองในการเข้าพื้นที่ชุมชน 5 กิโลเมตร ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง เมื่อมีการแก้ไขเส้นทางแล้วก็ระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ขณะที่ในช่วงเวลากลางคืนไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เลย จากการผลักดันแก้ไขปัญหาเรื่องเส้นทางแล้วรู้สึกดีใจ
โดยหน่วยงานต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่งได้แจ้งไปยังกองทัพเรือ ว่าการทำถนนเส้นนี้มีประโยชน์ในการส่งกำลังบำรุงและการเข้าถึงประชาชน จึงเห็นด้วยและไม่ขัดข้องในด้านยุทธการ และสามารถสร้างถนนได้ ซึ่งต้องการให้มีถนนเส้นนี้ให้กับหน่วยมานานแล้วและกองทัพเรือรับทราบมาโดยตลอด
ซึ่งกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีราว 60 คน อยู่ประจำฐาน ซึ่งมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจเต็ม 100% เชื่อว่าหากสร้างถนนเส้นนี้ขวัญกำลังใจของทหารจะดีขึ้น ความลำบากในการเข้าพื้นที่ พอมีเส้นนี้แล้วสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้นรวมถึงการติดต่อต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น ที่ไม่ต้องเผชิญคลื่นลม ในการเดินทางทางทะเล แต่การเดินทางทางรถน่าจะสะดวกกว่า หลังจากเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมาเกาะกูด ถามว่าฝ่ายตรงข้ามทราบหรือไม่ว่า เราอยู่ตรงไหน ก็ตอบว่าทราบเหมือนกับเรา ที่เราทราบว่าเค้าอยู่ตรงไหนวันที่เกิดเหตุน้องก็อยู่ระหว่างเกิดเหตุ
“สิ่งที่มาหาเราคืออากาศยานไร้คนขับ มาทุกคืน มาดูว่าเราทำอะไร เราก็บันทึกว่าเข้ามาทำอะไรสิ่งที่น้องเตรียมการคือการเตรียมความพร้อมของกำลังพล เตรียมความพร้อมของระบบอาวุธ เตรียมความพร้อมของระบบตรวจการ และมีการรายงานให้รับทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง รวมทั้งการป้องกันกรณีเหตุฉุกเฉินเช่นการที่เค้ามาทำอะไรกับเรา เช่นเราโดรนระเบิดมาลักษณะใกล้ตัว คล้ายบอกเหตุ ก็จะเตรียมการพื้นที่ปลอดภัยหรือทำบังเกอร์ไว้ สิ่งที่ได้รับล้วงมาล่าสุดที่จะเสริมด้านความมั่นคงเรื่องของบังเกอร์ เพื่อเกิดความปลอดภัยมากขึ้น”
— น.อ.รุ่งโรจน์
น.อ.รุ่งโรจน์ ย้ำว่า ถนนเส้นดังกล่าวนี้มีความสำคัญมาก หากถนนเสร็จก็จะใช้เอาเรือไปเกยอ่าวใหญ่ และจากนั้นขนของผ่านทางรถก็จะทำให้สะดวกมากขึ้น ซึ่งการขนปืนใหญ่ สามารถจะวิ่งไปด้านบนจุดที่มีเรด้าอยู่ สามารถทำพื้นที่วางอาวุธตัวนี้ได้ เพราะปืนใหญ่เป็นล้อก็จะสะดวกมากขึ้น พร้อมชี้ว่าถนนเส้นนี้มีบทบาทเพื่อไปตั้งปืนในการป้องกัน ระยะรัศมีของปฏิบัติการปืนใหญ่ จะถึงฝั่งตรงข้ามพอดี พอดีเป็นการป้องปามด้วยหากเขามีเรือ หรือเขาเข้ามาเป็นเรื่องหลักในการป้องกันอธิปไตยในการวางยุทธโธปกรณ์จากที่ถนนเส้นนี้เกิดขึ้น
โดยในช่วงนี้ยังคงเตรียมการป้องปรามเตรียมวางกำลังวางอาวุธ เพื่อทำพื้นที่ตามแนวชายแดนที่ดูแลอยู่เกิดความเรียบร้อย กองทัพเรือไม่ว่าหน่วยใด ยืนยันมีความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และถนนเส้นนี้เมื่อแล้วเสร็จสิ่งที่เตรียมการต่อไปเพื่อรองรับถนนเส้นนี้ เช่นจะดูพื้นที่ว่าตรงไหนสามารถนำปืนใหญ่ไปวางได้เพื่อป้องปามสิ่งที่เค้าจะทำกับเรา นี่คือประโยชน์ของถนนเส้นนี้

ขณะที่ น.ต.ทศพล พงศ์ไพศาลศรี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด กล่าวว่า หน่วยมีที่ตั้งอยู่ปลายแหลมเทียน ปลายสุดของเกาะกูด ซึ่งเป็นพื้นที่ด่านหน้าติดชายแดนกัมพูชา มีภารกิจตรวจตรา ตรวจจับเรดาร์ รับมือภัยคุกคาม และสนับสนุนกำลังทางเรือ โดยในทุกวันกำลังพลฝึกมีการรบทุกมิติเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา และดีที่สุด พร้อมรู้สึกดีใจ ที่มีการผลักดันโครงการการก่อสร้างถนน เพราะปัจจุบันการตรวจการณ์อีกฝั่งของเกาะใช้เรือยาง บางวันหากมีพายุ มีคลื่นลมแรงไม่สามารถออกตรวจได้ หากการก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ จะทำให้กำลังพลมีกำลังใจ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางอีกฝั่ง รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางที่รวดเร็ว ในด้านอื่น เช่น การซื้อของ ซื้อเสบียงของกำลังพล การส่งกำลังพลที่บาดเจ็บ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ที่เดิมนั้นต้องใช้เรือซึ่งค่อนข้างลำบาก หากมีถนนเส้นนี้ จะสามารถส่งผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กำลังพลด้วย

ขณะที่ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ได้สอบถามว่า หลังจากเกิดความขัดแย้งครั้งที่ผ่านมา ทางประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หรือมีแนวโน้มจะปะทะกันอีกรอบหนึ่งหรือไม่ น.อ.รุ่งโรจน์ ระบุว่า จากการตามข่าวและลงพื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี และบ้านชำราก การเติมกำลังของเราเอง ก็ค่อนข้างดีขึ้น มีการเตรียมการเรื่องต่างๆ เยอะมาก ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังดำเนินการป้องกัน เขาทำ เราก็ทำ ส่วนจะปะทะอีกหรือไม่ ตอบได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม เรามีความพร้อมที่จะดำเนินการโต้กลับในสิ่งที่เขาจะกระทำกับเรา
“ถ้าถามว่า มีโอกาสไหม ในฐานะมุมมองการทหาร หรือว่าทหารที่อยู่ในพื้นที่ มันก็ต้องมีโอกาส เพราะที่ผ่านมา เขาค่อนข้างสูญเสียเยอะ ในเวทีการเมืองของประเทศเขาเอง ก็ติดลบค่อนข้างเยอะ ณ เวลานี้น่าจะเป็นการระดมหรือว่าเสริมเขี้ยวเล็บของเขา เมื่อวันใดวันหนึ่งเหตุการณ์ประจบเหมาะเขาก็อาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งถ้าเราเตรียมอยู่ มีความพร้อมอยู่ ผมเชื่อว่า เขายังไม่กล้าทำอะไร แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราผ่อน เขาอาจจะกลับมา”
— น.อ.รุ่งโรจน์ กล่าว
น.อ.รุ่งโรจน์ ยังกล่าวว่า ยืนยันว่าทหารทุกเหล่าทัพมีความพร้อม ในส่วนของกองทัพเรือเองก็มีความพร้อม ซึ่งเราเตรียมเฝ้าระวังตลอดเวลา ในภาพของความมั่นคง ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนค่อนข้างมีความพร้อมในการโต้กลับ
ส่วนความคืบหน้าเรื่องเขื่อนดักตะกอนของทางฝั่งกัมพูชาที่จะส่งผลกระทบถึงฝั่งไทยนั้น น.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า เรามีการประท้วงตลอด แต่ว่าระดับกองทัพเมื่อประท้วงไปแล้ว ก็ต้องไปสู่ระดับนโยบายที่สูงขึ้นไป
“ต้องขอถามว่าท่านเข้าใจคำว่าเขมรไหมครับ เขาไม่สนใจ เราประท้วงอย่างไร เขาไม่เคยสนใจ เอาง่ายๆ เขายอมรับไหมครับว่า เขาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เขาไม่เคยยอมรับ เขาบอกเป็นทุ่นระเบิดเก่า อันนี้คำว่าเขมร ถามว่า การเกิดการปะทะครั้งที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการใหม่ระยะทางที่ตัดมีช่องเกิดขึ้น แต่ว่า เขาตัดตรงกลาง ถามว่า ยังสามารถทำให้ตะกอนทับถมได้หรือไม่ ตอบว่า ได้เพราะว่า พื้นที่ด้านล่าง ที่ลึกลงไปประมาณ 3-5 เมตร ยังไม่เกิดอะไรขึ้นมา ซึ่งเราได้แจ้งขอให้ดำเนินการตรงนี้ ก่อนที่จะทำ เราประท้วงกันทุกรอบ ไม่ใช่ไม่มีการประท้วง คำว่าเขมรคือปากอย่างใจอย่างความคิดอย่าง คือตกลงในโต๊ะเป็นแบบหนึ่ง แต่ภาคการปฏิบัติเป็นแบบหนึ่ง ดื้อตาใส ไม่สนใจฉันจะทำ ที่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริงๆ”
— น.อ.รุ่งโรจน์ กล่าว




