‘พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงเวทีฝ่ายค้านที่ ‘นันทนา นันทวโรภาส’ สว. ไปร่วมงานด้วยระบุว่า มีการบอกว่าโดนขุด สีน้ำเงินเอาคืน ‘พิสิษฐ์’ ได้ยกการประชุมของผู้สมัครวุฒิสภาที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพคอารีน่า เมืองอทองธานี 1 วันก่อนวันเลือก สว. พร้อมกล่าวว่า ตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ คือ
- 1. ‘พรรณิการ์ วานิช’ ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการเชิญ กกต.เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน เพราะพรรณิการ์ไม่เคยพูดชื่อออกมา และไม่แน่ใจว่าจะได้ยินคำตอบหรือไม่
- 2.จากที่ ‘เทวฤทธิ์ มณีฉาย’ สว.ให้สัมภาษณ์ ว่างานวันนั้นไม่ใช่ไอลอว์จัด ตนก็เอะใจในคำตอบ เพราะนายเทวฤทธิ์บอกว่าได้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หนึ่งคือ senate67 ซึ่งเป็น โครงการของไอลอว์ จึงมองว่าคำตอบของนายเทวฤทธิ์ย้อนแย้งกันหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้จัดงานแต่เชื่อว่ามีคนจัดงานแน่นอน
- 3.งานดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการให้ การรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะการจัดงานที่อิมแพคอารีน่า โดยเฉพาะห้องจูปิเตอร์มีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทราบมาว่าออกมาเป็นบิลใบเสร็จใบเดียว ซึ่งคนที่ไปในงานวันนั้นบอกว่ามีกล่องบริจาคและใส่เงินบริจาคเข้าไปจึงเกิดคำถามว่าการตั้งกล่องบริจาคเก็บไปเท่าไหร่เก็บไปมากกว่าหรือเก็บไปน้อยกว่า หากเก็บไปมากกว่าใครได้ประโยชน์ ถ้าเก็บน้อยกว่าแสดงว่ามีคนเติมเข้าไปใช่หรือไม่แต่ไม่มีการชี้แจง
- 4. ก่อนที่จะเข้างานวันนั้นจะต้องลงทะเบียนใน senate67 ก่อน ซึ่งในงานมีการตั้งคำถามถึง ประเด็นมาตรา 112 ส่วนตัวจึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าทำไมคนที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องถามประเด็นเหล่านี้ด้วย
"ลองเปิดข้อมูลในไอลอว์ได้เลย จะมีบอกเลยว่าใครตอบคำถามใดบ้างและที่สำคัญไปกว่านั้นถ้าบอกว่าเป็นการประชุมแบบเปิดเผยเปิดเผยจริงหรือไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวพอจะประชุมกันนักข่าวเชิญข้างนอกแล้วเก็บมือถือ จึงเกิดคำถามว่าทำไมต้องเก็บมือถือ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็แนะนำตัวกันธรรมดา แต่เท่าที่ผมทราบมามีอะไรมากกว่านั้น"
- 5. ส่วนตัวถามไปยังผู้เข้าร่วมงานและไม่มีใครตอบตนได้เกี่ยวกับริสแบนด์ 3 สี สีขาว สีเขียว สีฟ้า ใส่เพื่ออะไร ทำไมต้องมี 3 สีหากบริสุทธิ์ใจจะหมายถึง กลุ่มอาชีพก็ต้องเป็น 20 สี 20กลุ่มอาชีพ แต่ทำไมมีเพียงแค่ 3 สี
"แล้วคุณไปดูสีที่ท่านเทวฤทธิ์ใส่กับสีที่อ.นันทนา ใส่เป็นสีเดียวกันแล้วได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ผมก็อยากรู้ว่าคนที่ใส่สีนี้ ทุกคนได้เป็นหรือไม่แล้วถ้าไม่ได้เป็นคนอื่นที่เป็นสีอื่นได้เป็นหรือไม่ก็ไม่มีใครมาชี้แจง แล้วจะมาบอกว่าผมต้องการเรียกร้องอะไร ผมต้องการเรียกร้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกกต.ควรใช้มาตรการเดียวกันกับ ตรวจสอบการฮั้ว สว.ของสมาชิกวุฒิสภา 138 คน ผมขอความเป็นธรรมแค่นั้นเองไม่ได้มีเจตนาที่ให้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ ให้ได้มีระดับการตรวจสอบที่เข้มข้นเดียวกัน"
เมื่อถามว่า สว.สีส้มไม่ได้ไปให้การกับกกต.สะท้อนอะไรบ้าง พิสิษฐ์ กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภา ที่โดนกล่าวหา 138 คนได้เข้าให้การกับกกต. อยากครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ จึงคิดว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็ควรไปให้การทุกอย่างเหมือนกับที่ทางวุฒิสภา 138 คนได้ทำ
เมื่อถามว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อหากอีกฝ่ายยังคงเล่นเกมอยู่แบบนี้ พิสิษฐ์กล่าวว่า ประชาธิปไตยของท่าน ที่ท่านพูดท่านไม่ได้พูดอย่างที่ท่านปฏิบัติ ท่านพูดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยแต่เอามวลชนลงทำถนน อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือไม่ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่พูดจริงก็ต้องใช้กระบวนการ ตามระบบระเบียบตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี 60 ในเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติอยู่แล้วส่ง 26 คน ไปศาลฎีกานั่นคือมติของกกต. กกต.เป็นองค์กรอิสระที่อย่าลืมว่าทุกคนถูกรับรองมาจากกกต. และรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ถูกรับรองจากประชาชน
"คุณต้องเคารพกติกาและ ก็เคารพกฎหมายเป็นสำคัญไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตยแต่พฤติกรรมมันไม่ใช่อย่างนี้ก็ไม่จบสักทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่จบในเมื่อกกตยุติแล้ว"
— พิสิษฐ์ กล่าว
พิสิษฐ์ ยังเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนทุกคนให้ทุกฝ่ายตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกันกับ ที่ทำกับสมาชิกวุฒิสภา 138 คนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันข้อมูลต่างๆก็ขอให้เจาะลึกและเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อประชาชนให้ตรงตามความเป็นจริง




