เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อกัญชากลับมา‘หลอกหลอน’ ใครจะพา‘ยักษ์กลับเข้าตะเกียง’, แก้ครหา‘องค์กรปราบปลาซิว’ ป.ป.ช.จัด‘พิเศษ’ลุยโกงสอบ

9 ก.ค. 2569 - 06:45

  • ปัญหากัญชาเสรี ยังตามมาหลอกหลอนรัฐบาลต่อเนื่อง

  • ครม.เงา เสนอให้รัฐบาลสกัดกั้นการส่งออกก่อนที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางกัญชาโลก

  • การโกงสอบท้องถิ่น กำลังทำสถิติ คดีทุจริตที่มีคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบมากที่สุด

เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อกัญชากลับมา‘หลอกหลอน’ ใครจะพา‘ยักษ์กลับเข้าตะเกียง’, แก้ครหา‘องค์กรปราบปลาซิว’ ป.ป.ช.จัด‘พิเศษ’ลุยโกงสอบ

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ยังค้างคาเกี่ยวกับนโยบายกัญชาเสรี ที่เริ่มจากพรรคสีน้ำเงิน และจะให้จบที่พรรคเดียวกัน ข้อเรียกร้องให้นำกัญชากลับคืนสู่บัญชียาเสพติดเช่นเดิม  และสกัดกั้นการส่งออก ก่อนที่ไทยจะกลายเป็นฮับกัญชาโลก<>การโกงสอบท้องถิ่น กำลังทำสถิติ คดีทุจริตที่มีคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบมากที่สุด เพราะเกือบทุกหน่วยงานปราบโกง ลงพื้นที่กันหมดแล้ว <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

เมื่อกัญชากลับมา‘หลอกหลอน’

ใครจะพา‘ยักษ์กลับเข้าตะเกียง’

วันที่ 9 มิถุนายน 2565 คือวันที่ ‘กัญชา’ ถูกปลดปล่อยออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 หลังผ่านมา4 ปี ‘ข้อถกเถียง’ เกี่ยวกับกัญชาถูกลับมาพูดถึงอีกครั้ง หลังเกิดประเด็น ‘แอร์มีนา’ ไล่ลามมาถึง ข่าวการจับกุมการลักลอบนำเข้ายาเสพติดโดยเฉพาะกัญชาของประเทศต่างๆซึ่งแทบจะทั้งหมด ระบุว่ามี ‘ต้นทาง’ มาจากประเทศไทย

ในช่วงครบรอบ 4 ปีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังปลดล๊อคกัญชา ซึ่งบางคนเปรียบเทียบว่า งานนี้ไม่ต่างอะไรกับการ‘ปล่อยยักษ์’ออกจากตะเกียง เพราะประโยชน์ก็มี แต่โทษก็มหันต์ โดยเฉพาะการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างหนัก

เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาออกมาเสนอให้

1.ทบทวนว่าจะเอา‘กัญชา’ กลับไปเป็นยาเสพติด

2.ออกกฎหมายเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น และจัดการ ‘ร้านขายกัญชา’  ที่ผุดขึ้นมายิ่งกว่า ร้านหมาล่า ร้านหมูกะทะซะอีกอย่าง ‘จริงจัง’

แนวคิดนี้ดูเหมือน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเจ้าของแนวคิด ‘ปลูกกัญชา 6 ต้นทุกบ้าน’ ออกมาแบะท่าว่า ‘ไม่ขัดข้อง’ หากข้อมูลของราชการที่เกี่ยวข้องชี้ว่า ต้องควบคุมโทษ และเน้นที่ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น

ตรงนี้นี่แหละที่เกิดการตอบโต้กันว่า กัญชากับประโยคที่ว่า ‘พูดแล้วทำ’ นั้นเป็นไม่รับผิดชอบ

ล่าสุด นายกฯอนุทิน ออกมา‘ขยับ’ อีกว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจะเสนอร่างพ.ร.บ.เพื่อควบคุมกัญชาให้อยู่ในหมวด‘สุขภาพ’และ‘ประโยชน์ทางการแพทย์’เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถผลักดันได้ เพราะไม่ได้เป็น‘แกนนำ’รัฐบาล

นายกรัฐมนตรีเงา ‘หัวหน้าเท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เสนอให้รัฐบาลสกัดกั้นการส่งออกกัญชา เพราะกกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ
นายกรัฐมนตรีเงา ‘หัวหน้าเท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เสนอให้รัฐบาลสกัดกั้นการส่งออกกัญชา เพราะกกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ

ขณะที่ ครม.เงาโดยนายกฯเงาที่ชื่อ ‘หัวหน้าเท้ง’ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ออกมาซัดรัฐบาลสีน้ำเงินว่า ได้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฮับ (HUB) ส่งออกกัญชาของโลกพร้อมกับหยิบตัวเลข จากกรมศุลกากร เมื่อตุลาคม 2568 ถึง พฤษภาคม 2569 ที่มีการจับกุมผู้ขนกัญชาได้เกือบ 3,000 คดี น้ำหนักกว่า 300,000 กิโลกรัม มูลค่ารวม 4,000 กว่าล้านบาท สร้างความเสื่อมเสียกับประเทศนับตั้งแต่‘ปลดล็อค’กัญชาออกจากยาเสพติดเมื่อปี 2565 สมัย นายกฯอนุทิน นั่งเก้าอี้รมว.สาธารณสุข

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยนายกฯเงา ระบุอีกว่า จากตัวเลขหน่วยงานภาครัฐ พบว่าปี 2562 มีผู้ป่วย‘จิตเวช’จากการเสพกัญชาประมาณ 6,500 กว่าราย แต่หลังปลดล็อคตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชในปี 2566 กระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 20,000 กว่าราย หรือเพิ่มขึ้น ‘3 เท่าตัว’ สะท้อนว่า การปลดล็อคกัญชาไม่มีกฎหมายกำกับดูแลที่ดีเพียงพอทั้งในแง่‘ผู้ซื้อ’และการออก‘ใบอนุญาต’นั้นสร้างปัญหา

‘การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือแม้แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลมีกฎหมายกำกับไว้ ทั้งนี้และรัฐบาลจะอ้างว่ามีการกำกับในส่วนของการออกใบอนุญาตอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นโทษอาญา เป็นโทษที่เบามาก นี่คือช่องว่างกฎหมาย’

นายกฯเงา มี‘ข้อเสนอ’ถึงนายกฯหนูด้วยว่า

ระยะสั้น นายกฯ ต้องกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง‘สกัดกั้น’ไม่ให้มีการส่งออกกัญชาจากประเทศไทยเพื่อไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสื่อมเสียไปมากกว่านี้

ส่วน ‘ระยะกลาง-ระยะยาว’ จะต้องเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อควบคุมกัญชาในประเทศ

แม้ 4 ปีจะผ่านไป แต่ปัญหากัญชาก็ยังตามมา ‘หลอกหลอน’ สังคมไทยแต่คราวนี้ไกลไปถึง ‘สังคมโลก’ ทั้งหมดคือปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข ส่วนความ ‘รับผิดชอบทางการเมือง’ จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากัน

ถ้าฝ่ายรัฐบาลสั่งให้ ‘ลดราคาน้ำมัน’ เพื่อเรียกเรตติงอย่างที่ใครต่อใครวิจารณ์กัน  ฝ่ายค้านก็กำลังหยิบปัญหา ‘กัญชา’ เพื่อหวังมา‘กระชาก’ เรตติงของรัฐบาลเช่นกัน

<<<<<>>>>>

แก้ครหา‘องค์กรปราบปลาซิว’

ป.ป.ช.จัด‘พิเศษ’ลุยโกงสอบ

ต้องยอมรับว่า ‘เร็ว’ และตอบสนองอารมณ์ สังคมไทยที่กำลังพุ่งพล่านได้ทันท่วงที แต่สิ่งที่สังคมไทยซึ่งแทบจะทั้งหมด ‘นอนปูเสื่อ’รอดูตอนจบของมหากาพย์ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ที่ส่งผลให้เกิด ‘วิกฤต’ กับท้องถิ่นอย่างมหาศาล และหากแก้ไขแบบ ‘ไม่สุด’ อาจจะนำมาซึ่งความ ‘วิบัติ’ ในอนาคต

ที่บอกว่าเร็วนั้นเพราะหากนับตั้งแต่เกิดปฏิบัติการ ‘ทลายรังใหญ่’ ที่จ.นนทบุรี เมื่อ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา นับนิ้วไปนับนิ้วมา ก็จะพบว่า ราวๆ 2 สัปดาห์หลังความฉาวโฉ่ ชนิดที่‘โลกไม่ลืม’ รัฐบาลของ‘มท.หนู’  คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ปัญหาพร้อมตั้ง คณะกรรมการสอบสวนขึ้นหลายคณะ

มหาดไทยมีคณะสอบวินัยร้ายแรง ‘5 ขรก.’ ของ สถ.หรือสำนักนายกฯก็มีขุด ‘รองปกรณ์’  ที่จะมาภาพรวมของปัญหาเพื่อ ‘อุด’ ช่องว่างช่องโหว่ พร้อม ‘ขีดเส้น’ ให้รายงานผลสรุปภายใน 30 วัน(ออกคำสั่งวันที่ 6 กรกฎาคม)

แต่ ‘ไฮไลท์’ สำคัญอยู่ที่การออกมาจาก ‘คอมฟอร์ตโซน’ ของป.ป.ช.หลังถูกตั้งตำถามมาก่อนหน้านี่ ช่วงวิกฤตองค์กรอิสระเพื่อสร้างน้ำหนักนำไปสู่การรเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ‘ป.ป.ช.มีไว้ทำไม’

หลังเปิดเผยจำนวนผู้ต้องสงสัย ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งบัดนี้ยังถือว่า ‘บริสุทธิ์’ อยู่นั้นพร้อมขั้นตอนกระบวนการด้วยการรับเป็น ‘คดีพิเศษ’ แล้วนั้น ในจำนวน 6,014 คน ป.ป.ช.จำแนกแยกออกเป็น กลุ่มดังนี้

กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 22 คน

กลุ่มผู้ร่วมแก้ไขคำตอบ นายหน้า33คน

กลุ่ม‘ผ่านสอบ’ ที่จ่ายเงินแก้ไขกระดาษคำตอบจนได้บรรจุเป็นข้าราชการ ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ระบุว่า จะทำคดีนี้ให้กระจ่างในกรอบ 3-6 เดือน

จุดน่าสนใจ อยู่ที่ ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ ที่มีทั้งบิ๊กของสถ.และคนนามสกุลเดียวกับ ป.ป.ช.คนหนึ่ง รวมไปถึง กสถ.หรือคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่เป็น ‘หน่วยงานสำคัญ’ ในการจัดสอบ ที่ว่ากันว่าจะเป็น ‘จุดสลบ’ ของเรื่องนี้

นอกจากนี้ยังมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านสอบสวนกลาง และ DSI ที่กำลังจะรับเป็นคดี ‘พิเศษ’ไปจนถึง ปปง.ที่เข้ามาสอบ‘เส้นทางการเงิน’

กระบวนการโกงอย่างมโหฬารขนาดนี้ก็ ‘ถูกต้อง’ แล้วที่ต้องใช้หน่วยงานตรวจสอบทั้งหมดที่สังคมไทยมีอยู่เข้ามา ‘ล้างบาง’  ทั้งนี้ต้องถือว่าเป็น ‘เดิมพัน’ สำคัญของทุกฝ่ายว่า ‘หน่วยงาน’ปราบโกงของสังคมไทยที่มีอยู่ในเวลานี้นั้น มีประสิทธิภาพในระดับ ‘ไว้วางใจ’ ได้หรือไม่โดยเฉพาะป.ป.ช.ที่กำลังถูก ‘จับตา’ จากคดีความต่างๆ

คดีปกปิดข้อมูลนาฬิกายืมเพื่อน คดีสินบนทองคำที่มี ป.ป.ช.คนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมต.คมนาคม ที่บัดนี้ถูกฝ่ายค้ายยื่นตรวจสอบเพื่อ ‘ไต่สวนอิสระ’  ซึ่งขั้นตอนล่าสุดยังอยู่ในมือ ‘ประธานโส’ หรือ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนฯ

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาระยะหลัง ป.ป.ช. มักจะถูก‘หยิกแกมหยอก’ ไปจนถึงขั้น ‘สบประมาท’ ว่าทำงานแบบ ‘ปลาซิว’ จับง่าย ‘ปลาใหญ่’ จับยาก จนบางส่วนเขาเรียกกันว่า ‘องค์กรปราบปลาซิว’ งานนี้จึงจะเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า แท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะ ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาหมอคางดำ หรือ‘ปลาใหญ่’ หากโกงหากทุจริตเป็น ‘จับ’ และ‘จัดการ’ ทั้งนั้น ตามหลักการ‘ปิดชื่อถือพฤติกรรม’

อย่า‘หลงกัน’กันครับ เพราะมท.หนูปูทางหลังแถลงผลสอบ ‘7 วันอันตราย’ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า โกงกันขนาดนี้ ถ้า‘ไม่ใหญ่จริงมันทำไม่ได้’

ยังแค่ ‘จบตอน’ ยังมีอีก ‘หลายตอน’  กว่าจะถึง ‘ตอนจบ’ นะจะบอกให้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์