เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พูดแล้วทำ’ปะทะ‘ดีแต่พูด’ ‘ลูกเทพ’เล่นบทบู๊สู้ไร้ผลงาน ‘ทำตามใจไม่ได้’อยู่ที่‘หลักฐาน’ กกต.ชี้คดี‘ฮั้วสว.’เสร็จสิงหาคม

16 ก.ค. 2569 - 06:45

  • ซัดกันยาวนานต่อเนื่องระหว่างสีฟ้ากับรัฐมนตรีลูกเทพ

  • ผลิตวาทกรรม ‘พูดแล้วทำ’ ชน ‘ดีแต่พูด’

  • กกต.กำหนดเส้นตายคดีฮั้ว สว. เดือนสิงหาคมรู้ผล

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พูดแล้วทำ’ปะทะ‘ดีแต่พูด’ ‘ลูกเทพ’เล่นบทบู๊สู้ไร้ผลงาน ‘ทำตามใจไม่ได้’อยู่ที่‘หลักฐาน’ กกต.ชี้คดี‘ฮั้วสว.’เสร็จสิงหาคม

เรื่องมันมีอยู่ว่า รัฐมนตรีลูกเทพกลายเป็นกลุ่มเนื้อหอมที่พรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ฝ่ายหมั่นไส้ หยิบมาเป็นประเด็นเชือดเฉือนกัน จึงมีวาทกรรมคัน ๆ ออกมาปะทะกันเป็นระยะ  ถือว่าสีสันทางการเมือง ขอกันกินมากกว่านี้ <>รอกันมาได้ 2 ปี ยืดเวลาถึงเดือนสิงหาคมนี้ก็จะรู้ผลการพิจารณาคนดีฮั้ว สว. จาก กกต.แล้ว  <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘พูดแล้วทำ’ปะทะ‘ดีแต่พูด’

‘ลูกเทพ’เล่นบทบู๊สู้ไร้ผลงาน

จริงๆข้อวิจารณ์ที่มาของการทำหน้าที่จนถูกเรียกว่า ‘รัฐมนตรีลูกเทพ’ นั้น ดังระงมมาตั้งแต่ตั้งรัฐบาล ‘หนูพลัส’ แต่เสียงที่ดังในครั้งนั้นยังอยู่ในระดับที่พอฟังได้ เพราะใครจะ‘โลกลืม’ ใครจะถูก ‘อนุทินจำได้’ นั้น ‘ผลงาน’คือเครื่องพิสูจน์ทางการเมือง

แต่ช่วงๆหลังที่ผ่านมาดูเหมือน ‘สารพัด’ ปัญหาจะถาโถมเข้าใส่รัฐบาล โดยเฉพาะกับ ‘รมต.ลูกเทพ’ ยิ่งการที่ ‘ดร.อ้อ’การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคค่ายพระแม่ธรณีสีฟ้าประชาธิปัตย์ออกมา‘ตั้งคำถาม’ ว่าตกลงแล้วอะไร มาก่อนกันระหว่าง ‘ความสามารถ’ กับ ‘นามสกุล’  ก็เล่นเอา 2 รมต.ลูกเทพ ‘จี๊ด’ ควันออกหู

‘มท.เต้ย’ พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ออกมา‘สวนกลับ’ ว่าต้องกลับไปถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยร่วมรัฐบาลในช่วง 3 เดือนของรัฐบาลที่แล้ว ได้ทำอะไรบ้าง

‘แต่ถ้ามองกลับไป อาจจะมีสมาชิกท่านหนึ่งจากพรรคท่าน เป็นรมช.มหาดไทย ผมมองกลับไป ก็มองไม่เห็นผลงาน มีแต่เรื่องจะเอางบประมาณลง’

สำหรับกระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้านี้เกิดการ ‘ปะทะ’ กลางสภาระหว่าง เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยกับ จุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา ว่าแผนแก้ปัญหา ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’  ขณะที่ ‘โกแพ’ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.อีกคนที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ‘พ่อ-ลุง’ ก็ถูกถามหา‘ความรับผิดชอบ’ทางการเมือง ท่ามกลางข่าวการจับโกงสอบท้องถิ่น

แต่ที่ดูจะ‘โต้ถูกจุด’ ต้อง ‘แนน’  บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี โฆษกพรรคภูมิใจไทย  อดีตศิษย์เก่าค่ายสีฟ้า ลูกพ่อใหญ่ อิสสระ สมชัย ที่โพสต์ข้อความผ่านFB ข้อความว่า ‘ดีแต่พูด’ บนพื้นสีฟ้า พร้อมระบุว่า

‘แนน’  บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี โฆษกพรรคภูมิใจไทย คนเคยอยู่กับสีฟ้า แต่เปลี่ยนเสื้อเป็นสีน้ำเงิน เลือกเผาบางคน  แทนที่เผาบ้านเก่า
‘แนน’  บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี โฆษกพรรคภูมิใจไทย คนเคยอยู่กับสีฟ้า แต่เปลี่ยนเสื้อเป็นสีน้ำเงิน เลือกเผาบางคน แทนที่เผาบ้านเก่า

‘ครม.ลูกเทพ ไม่มีความสามารถเอย ข้าวแกงกุ้งมังกร 40 บาทเอย....หยุดผลิตวาทกรรม ‘ดีแต่พูด’  เสียทีเถอะ ท่านไม่คิดบ้างเหรอ เราเพิ่งทำงานมา 3 เดือน ผลงานกำลังผลิตออกมาเรื่อย ๆ ตอน AI Passport เกาะขบวนด่า ตอนนี้สายเทคออกมาชื่นชมงานกันหมด เรื่องโกงสอบท้องถิ่น ประกาศชัดเจน ฟันไม่เลี้ยง ใครผิดจัดการหมด วันนี้สด ๆ ร้อน ๆ ทำค่าไฟให้ถูกลงไปอีก เลิกสัญญาทาสที่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ’

‘ที่ว่า ‘ตรงจุด’ คือตรงที่ระบุว่า พวกเราไม่ใช่พวกพูดมาก พวกเรา ‘พูดแล้วทำ’  หลัง ๆ ‘ทำแล้วยังไม่พูด’  ก็มีอีกเยอะ บ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ไม่ได้ผิดอะไร แต่บุคลากร ‘บางท่าน’ ในยุคปัจจุบัน ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากอดีตด้วย คำว่า ‘ดีแต่พูด’  มันหลอกหลอนมานานเท่าไหร่แล้ว’

โฆษกแนนไม่เลือก ‘เผาบ้าน’ ที่ตัวเองเคยอยู่ แต่เลือกเผา ‘บางคน’ ที่อยู่ในบ้านหลังคาสีฟ้า

ในแง่การเมืองการตอบโต้ฝ่ายค้านไม่นับว่าเป็น ‘ผลงาน’ ของรัฐมนตรี แต่ก็สร้างการรับรู้ออกไปสู่วงกว้างได้อย่างดียิ่งนัก ยิ่งกรณี ‘ข้าวแกง 40 บาท’ ที่ ‘ซูเปอร์จี’ ต้องตีกรรเชียงถอยหลัง ‘ชัยชนะ เดชเดโช’  ออกมาวิจารณ์ว่าจะทำข้าวแกงแพงทำไมในเมื่อ ราคา 30บาท นั้นยังหารับประทานได้ แต่ก็ไม่วายถูก‘กระตุกกลับ’จาก ‘ประธานแชมป์’ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ว่าอย่าเล่นการเมืองเพราะผู้ที่จะเดือดร้อนคือประชาชน

ก่อนหน้านี้ ‘มวยใหญ่’ อย่าง ‘อภิสิทธิ์-กรณ์’ ก็ไล่ตามถามหาการแก้ไขเชิงโครงสร้าง ทั้งงานด้าน การคลัง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน จาก ‘2 เอก’ เอกนิติ-เอกนัฎ ชนิดรายสัปดาห์กันเลยทีเดียว

ทั้งหมดหากดูย้อนดูผลสำรวจนิด้าโพลจะพบว่า คะแนนในกลุ่ม ‘อนุรักษ์’ นั้น ‘แกว่งมาก’ แม้จะหายจากสีน้ำเงินไป แต่ยังไม่ไหลเข้าสีฟ้า ขณะที่ ‘สีส้ม’ กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง คะแนนนิยมของพรรคก็ยัง ‘คงที่’ขณะที่คะแนนนิยมหัวหน้าพรรคถอยลง

2 เดือนช่วง‘ปิดเทอม’จึงเป็นการ ‘เตรียมการบ้าน’ เพราะ ‘เปิดเทอม’ เดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้เมื่อไหร่ ได้ไล่ตรวจการบ้านกันขนานใหญ่ ผ่านเวทีที่เรียกว่า ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจ’ แน่นอน

<<<<<>>>>>> 

‘ทำตามใจไม่ได้’อยู่ที่‘หลักฐาน’

กกต.ชี้คดี‘ฮั้วสว.’เสร็จสิงหาคม

ได้ประธานศาลรัฐธรรมคนที่ 12 ที่ชื่อ อุดม สิทธิวิรัชธรรมไปเป็นที่เรียบร้อย หลังศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบให้ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ประชุมร่วมกับ ‘8 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ ที่ประกอบด้วย  1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 2. นายวิรุฬห์ แสงเทียน 3. นายจิรนิติ หะวานนท์ 4 นายนภดล เทพพิทักษ์ 5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 6. นายอุดม รัฐอมฤต 7. นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และ 8. นายสราวุธ ทรงศิวิไล

ทั้งนี้ตามขั้นตอนต่อไปสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีหนังสือแจ้งผลการเลือกไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อขอให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป

มีงานใหญ่ ‘รอ’ ศาลรัฐธรรมนูญอยู่นั่นคือ คดี ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ ของกกต.

พูดถึง กกต. ชั่วโมงนี้ต้องพูดถึงคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่ถนนการเมืองทุกสายกำลัง‘จับจ้อง’แบบห้ามกระพริบตา จะลุก จะเดิน จะนอน จะนั่ง ล้วนเป็นความเคลื่อนไหวทั้งสิ้นทั้งนั้น

ล่าสุด 1ใน 7 กกต.ได้ออกมาให้ข่าว ‘ความคืบหน้า’ ในคดีฮั้วส.ว.ซึ่งปกติมีกจะมาในรูปแบบ ‘ข่าวแจกสื่อมวลชน’ไว้แบบน่าสนใจยิ่ง  ดู‘ระหว่างบรรทัด’ อาจจะพบว่ากำลังจะ ‘ส่งสัญญาณ’อะไรบางอย่างหรือไม่

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เปิดฉากว่า การพิจารณาคดีไม่ได้มีการ‘ตั้งธง’แต่ดำเนินการไปตาม ‘พยานหลักฐาน’ ที่คณะสืบสวนชุดที่ 26 ได้รวบรวมไว้ ทั้งนี้คดีนี้ไม่ได้ทำโดยเปิดเผย  ทำให้พยานหลักฐาน‘หายาก’ แม้จะรวบรวมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ยอมรับจะให้หาพยานหลักฐานง่ายๆ แบบคดีทั่วไป ‘คงลำบาก’

กกต.สิทธิโชติ ‘แจกแจง’ ว่า ตามกระบวนการทางกฎหมายมี 2 ขั้นตอน   ขั้นแรกคือการพิจารณา ความผิดในทางอาญาซึ่งต้องมีหลักฐาน ฟังได้ชัดเจนว่ากระทำความผิด แต่หากหลักฐานไม่ถึงขั้นความผิดอาญา แต่มีหลักฐาน ‘อันควรเชื่อได้ว่า’ ผู้ถูกกล่าวหามีความผิด กกต. ก็สามารถส่งเรื่องไปเพื่อ ‘เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง’ หรือให้พ้นจากตำแหน่งได้ แต่อาจจะไม่ถึง‘อาญา’ ซึ่งเป็นดุลยพินิจของ กกต. ทั้ง 7 คน

‘คลิปต่างๆที่ปรากฏอยู่ตอนนี้อยู่ในสำนวนของ กกต.และ คณะชุดที่ 26 ได้รวบรวมได้หมดแล้ว และการที่พยานพูดนอกสำนวน มันสร้างได้แค่ความรู้สึก แต่เอามาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนไม่ได้ กกต. จะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มันมีในสำนวนเท่านั้น’

‘แม้เราเห็นภาพ แต่ก็ต้องดูว่าพยานหลักฐานจะนำไปสู่การพิจารณาของศาลได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีพยานหลักฐานก็จะไปสู่ศาลไม่ได้เหมือนกัน’

ที่น่าสนใจที่สุดคือ คำถามที่ว่า หากพบการฮั้วในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จะทำให้กระบวนการเลือกสว.ทั้งหมดเสียหาย ‘ทั้งระบบ’หรือไม่   นายสิทธิโชติ ระบุว่า

‘มันเสียเป็นการเฉพาะตัว ไม่ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสียไป เพราะว่าอย่าลืมว่าคนที่เขาไม่ได้ฮั้วก็มี คนที่ฮั้วก็อาจจะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่กกต.จะต้องพิจารณา’ และทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ‘การลงมติคดีนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม’

แต่ที่ชวน ‘ติดตาม’ คือการที่ นายสิทธิโชติ ระบุว่า

‘ประชาชนยังคาดหวังต่อ กกต.ได้ เพราะมีกกต.ไว้เพื่อคัดคนดีเข้าสู่สังคมการเมือง แต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้เราใช้ในการพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อย่าได้กังวลทุกอย่างมีเหตุผลของมัน ถ้าจะยกไม่ไปศาลก็มีเหตุผล แต่ถ้าให้ไปก็จะมีเหตุผลว่าให้ไปเพราะอะไร ทุกคนมีเหตุผลเขียน อย่างคำพิพากษาที่ออกมาก็ไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมดแต่อยู่ที่เหตุผล’

ดูเหมือน‘คดีฮั้วสว.’ พระเอกของเรื่องจะอยู่ที่ ‘พยานหลักฐาน’ ที่อยู่ในสำนวนชุดที่ 26 ในมือกกต.ที่ใช้เวลาถึง ‘2 ปี’ ทีเดียวเชียวนะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์