เรื่องมันมีอยู่ว่า รัฐมนตรีลูกเทพกลายเป็นกลุ่มเนื้อหอมที่พรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ฝ่ายหมั่นไส้ หยิบมาเป็นประเด็นเชือดเฉือนกัน จึงมีวาทกรรมคัน ๆ ออกมาปะทะกันเป็นระยะ ถือว่าสีสันทางการเมือง ขอกันกินมากกว่านี้ <>รอกันมาได้ 2 ปี ยืดเวลาถึงเดือนสิงหาคมนี้ก็จะรู้ผลการพิจารณาคนดีฮั้ว สว. จาก กกต.แล้ว <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘พูดแล้วทำ’ปะทะ‘ดีแต่พูด’
‘ลูกเทพ’เล่นบทบู๊สู้ไร้ผลงาน
จริงๆข้อวิจารณ์ที่มาของการทำหน้าที่จนถูกเรียกว่า ‘รัฐมนตรีลูกเทพ’ นั้น ดังระงมมาตั้งแต่ตั้งรัฐบาล ‘หนูพลัส’ แต่เสียงที่ดังในครั้งนั้นยังอยู่ในระดับที่พอฟังได้ เพราะใครจะ‘โลกลืม’ ใครจะถูก ‘อนุทินจำได้’ นั้น ‘ผลงาน’คือเครื่องพิสูจน์ทางการเมือง
แต่ช่วงๆหลังที่ผ่านมาดูเหมือน ‘สารพัด’ ปัญหาจะถาโถมเข้าใส่รัฐบาล โดยเฉพาะกับ ‘รมต.ลูกเทพ’ ยิ่งการที่ ‘ดร.อ้อ’การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคค่ายพระแม่ธรณีสีฟ้าประชาธิปัตย์ออกมา‘ตั้งคำถาม’ ว่าตกลงแล้วอะไร มาก่อนกันระหว่าง ‘ความสามารถ’ กับ ‘นามสกุล’ ก็เล่นเอา 2 รมต.ลูกเทพ ‘จี๊ด’ ควันออกหู
‘มท.เต้ย’ พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ออกมา‘สวนกลับ’ ว่าต้องกลับไปถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยร่วมรัฐบาลในช่วง 3 เดือนของรัฐบาลที่แล้ว ได้ทำอะไรบ้าง
‘แต่ถ้ามองกลับไป อาจจะมีสมาชิกท่านหนึ่งจากพรรคท่าน เป็นรมช.มหาดไทย ผมมองกลับไป ก็มองไม่เห็นผลงาน มีแต่เรื่องจะเอางบประมาณลง’
สำหรับกระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้านี้เกิดการ ‘ปะทะ’ กลางสภาระหว่าง เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยกับ จุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา ว่าแผนแก้ปัญหา ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ ขณะที่ ‘โกแพ’ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.อีกคนที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ‘พ่อ-ลุง’ ก็ถูกถามหา‘ความรับผิดชอบ’ทางการเมือง ท่ามกลางข่าวการจับโกงสอบท้องถิ่น
แต่ที่ดูจะ‘โต้ถูกจุด’ ต้อง ‘แนน’ บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี โฆษกพรรคภูมิใจไทย อดีตศิษย์เก่าค่ายสีฟ้า ลูกพ่อใหญ่ อิสสระ สมชัย ที่โพสต์ข้อความผ่านFB ข้อความว่า ‘ดีแต่พูด’ บนพื้นสีฟ้า พร้อมระบุว่า

‘ครม.ลูกเทพ ไม่มีความสามารถเอย ข้าวแกงกุ้งมังกร 40 บาทเอย....หยุดผลิตวาทกรรม ‘ดีแต่พูด’ เสียทีเถอะ ท่านไม่คิดบ้างเหรอ เราเพิ่งทำงานมา 3 เดือน ผลงานกำลังผลิตออกมาเรื่อย ๆ ตอน AI Passport เกาะขบวนด่า ตอนนี้สายเทคออกมาชื่นชมงานกันหมด เรื่องโกงสอบท้องถิ่น ประกาศชัดเจน ฟันไม่เลี้ยง ใครผิดจัดการหมด วันนี้สด ๆ ร้อน ๆ ทำค่าไฟให้ถูกลงไปอีก เลิกสัญญาทาสที่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ’
‘ที่ว่า ‘ตรงจุด’ คือตรงที่ระบุว่า พวกเราไม่ใช่พวกพูดมาก พวกเรา ‘พูดแล้วทำ’ หลัง ๆ ‘ทำแล้วยังไม่พูด’ ก็มีอีกเยอะ บ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ไม่ได้ผิดอะไร แต่บุคลากร ‘บางท่าน’ ในยุคปัจจุบัน ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากอดีตด้วย คำว่า ‘ดีแต่พูด’ มันหลอกหลอนมานานเท่าไหร่แล้ว’
โฆษกแนนไม่เลือก ‘เผาบ้าน’ ที่ตัวเองเคยอยู่ แต่เลือกเผา ‘บางคน’ ที่อยู่ในบ้านหลังคาสีฟ้า
ในแง่การเมืองการตอบโต้ฝ่ายค้านไม่นับว่าเป็น ‘ผลงาน’ ของรัฐมนตรี แต่ก็สร้างการรับรู้ออกไปสู่วงกว้างได้อย่างดียิ่งนัก ยิ่งกรณี ‘ข้าวแกง 40 บาท’ ที่ ‘ซูเปอร์จี’ ต้องตีกรรเชียงถอยหลัง ‘ชัยชนะ เดชเดโช’ ออกมาวิจารณ์ว่าจะทำข้าวแกงแพงทำไมในเมื่อ ราคา 30บาท นั้นยังหารับประทานได้ แต่ก็ไม่วายถูก‘กระตุกกลับ’จาก ‘ประธานแชมป์’ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ว่าอย่าเล่นการเมืองเพราะผู้ที่จะเดือดร้อนคือประชาชน
ก่อนหน้านี้ ‘มวยใหญ่’ อย่าง ‘อภิสิทธิ์-กรณ์’ ก็ไล่ตามถามหาการแก้ไขเชิงโครงสร้าง ทั้งงานด้าน การคลัง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน จาก ‘2 เอก’ เอกนิติ-เอกนัฎ ชนิดรายสัปดาห์กันเลยทีเดียว
ทั้งหมดหากดูย้อนดูผลสำรวจนิด้าโพลจะพบว่า คะแนนในกลุ่ม ‘อนุรักษ์’ นั้น ‘แกว่งมาก’ แม้จะหายจากสีน้ำเงินไป แต่ยังไม่ไหลเข้าสีฟ้า ขณะที่ ‘สีส้ม’ กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง คะแนนนิยมของพรรคก็ยัง ‘คงที่’ขณะที่คะแนนนิยมหัวหน้าพรรคถอยลง
2 เดือนช่วง‘ปิดเทอม’จึงเป็นการ ‘เตรียมการบ้าน’ เพราะ ‘เปิดเทอม’ เดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้เมื่อไหร่ ได้ไล่ตรวจการบ้านกันขนานใหญ่ ผ่านเวทีที่เรียกว่า ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจ’ แน่นอน
<<<<<>>>>>>
‘ทำตามใจไม่ได้’อยู่ที่‘หลักฐาน’
กกต.ชี้คดี‘ฮั้วสว.’เสร็จสิงหาคม
ได้ประธานศาลรัฐธรรมคนที่ 12 ที่ชื่อ อุดม สิทธิวิรัชธรรมไปเป็นที่เรียบร้อย หลังศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบให้ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ประชุมร่วมกับ ‘8 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ ที่ประกอบด้วย 1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 2. นายวิรุฬห์ แสงเทียน 3. นายจิรนิติ หะวานนท์ 4 นายนภดล เทพพิทักษ์ 5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 6. นายอุดม รัฐอมฤต 7. นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และ 8. นายสราวุธ ทรงศิวิไล
ทั้งนี้ตามขั้นตอนต่อไปสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีหนังสือแจ้งผลการเลือกไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อขอให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป
มีงานใหญ่ ‘รอ’ ศาลรัฐธรรมนูญอยู่นั่นคือ คดี ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ ของกกต.
พูดถึง กกต. ชั่วโมงนี้ต้องพูดถึงคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่ถนนการเมืองทุกสายกำลัง‘จับจ้อง’แบบห้ามกระพริบตา จะลุก จะเดิน จะนอน จะนั่ง ล้วนเป็นความเคลื่อนไหวทั้งสิ้นทั้งนั้น
ล่าสุด 1ใน 7 กกต.ได้ออกมาให้ข่าว ‘ความคืบหน้า’ ในคดีฮั้วส.ว.ซึ่งปกติมีกจะมาในรูปแบบ ‘ข่าวแจกสื่อมวลชน’ไว้แบบน่าสนใจยิ่ง ดู‘ระหว่างบรรทัด’ อาจจะพบว่ากำลังจะ ‘ส่งสัญญาณ’อะไรบางอย่างหรือไม่
นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เปิดฉากว่า การพิจารณาคดีไม่ได้มีการ‘ตั้งธง’แต่ดำเนินการไปตาม ‘พยานหลักฐาน’ ที่คณะสืบสวนชุดที่ 26 ได้รวบรวมไว้ ทั้งนี้คดีนี้ไม่ได้ทำโดยเปิดเผย ทำให้พยานหลักฐาน‘หายาก’ แม้จะรวบรวมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ยอมรับจะให้หาพยานหลักฐานง่ายๆ แบบคดีทั่วไป ‘คงลำบาก’
กกต.สิทธิโชติ ‘แจกแจง’ ว่า ตามกระบวนการทางกฎหมายมี 2 ขั้นตอน ขั้นแรกคือการพิจารณา ความผิดในทางอาญาซึ่งต้องมีหลักฐาน ฟังได้ชัดเจนว่ากระทำความผิด แต่หากหลักฐานไม่ถึงขั้นความผิดอาญา แต่มีหลักฐาน ‘อันควรเชื่อได้ว่า’ ผู้ถูกกล่าวหามีความผิด กกต. ก็สามารถส่งเรื่องไปเพื่อ ‘เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง’ หรือให้พ้นจากตำแหน่งได้ แต่อาจจะไม่ถึง‘อาญา’ ซึ่งเป็นดุลยพินิจของ กกต. ทั้ง 7 คน
‘คลิปต่างๆที่ปรากฏอยู่ตอนนี้อยู่ในสำนวนของ กกต.และ คณะชุดที่ 26 ได้รวบรวมได้หมดแล้ว และการที่พยานพูดนอกสำนวน มันสร้างได้แค่ความรู้สึก แต่เอามาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนไม่ได้ กกต. จะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มันมีในสำนวนเท่านั้น’
‘แม้เราเห็นภาพ แต่ก็ต้องดูว่าพยานหลักฐานจะนำไปสู่การพิจารณาของศาลได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีพยานหลักฐานก็จะไปสู่ศาลไม่ได้เหมือนกัน’
ที่น่าสนใจที่สุดคือ คำถามที่ว่า หากพบการฮั้วในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จะทำให้กระบวนการเลือกสว.ทั้งหมดเสียหาย ‘ทั้งระบบ’หรือไม่ นายสิทธิโชติ ระบุว่า
‘มันเสียเป็นการเฉพาะตัว ไม่ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสียไป เพราะว่าอย่าลืมว่าคนที่เขาไม่ได้ฮั้วก็มี คนที่ฮั้วก็อาจจะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่กกต.จะต้องพิจารณา’ และทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ‘การลงมติคดีนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม’
แต่ที่ชวน ‘ติดตาม’ คือการที่ นายสิทธิโชติ ระบุว่า
‘ประชาชนยังคาดหวังต่อ กกต.ได้ เพราะมีกกต.ไว้เพื่อคัดคนดีเข้าสู่สังคมการเมือง แต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้เราใช้ในการพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อย่าได้กังวลทุกอย่างมีเหตุผลของมัน ถ้าจะยกไม่ไปศาลก็มีเหตุผล แต่ถ้าให้ไปก็จะมีเหตุผลว่าให้ไปเพราะอะไร ทุกคนมีเหตุผลเขียน อย่างคำพิพากษาที่ออกมาก็ไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมดแต่อยู่ที่เหตุผล’
ดูเหมือน‘คดีฮั้วสว.’ พระเอกของเรื่องจะอยู่ที่ ‘พยานหลักฐาน’ ที่อยู่ในสำนวนชุดที่ 26 ในมือกกต.ที่ใช้เวลาถึง ‘2 ปี’ ทีเดียวเชียวนะ




