เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘งัดประกาศห้าม’โต้‘ฮั้วสว.’ ‘แซยิด’นายกฯอนุทิน13 ก.ย., 7ข้อหา-7กกต.-7วันอันตราย ‘แผ่นดินไหว’การเมืองเกิดแน่!

7 ก.ย. 2569 - 06:57

  • การเมืองไทยเข้าสู่ 7 วันอันตรายก่อนการตัดสินคดีฮั้วสว.

  • ในสภาพรรคภูมิใจไทยเตรียมการสู้ศึกอภิปราย และเงื่อนตายคือ กกต.

  • วันเกิดครบ 60 ปีของนายกฯอนุทิน แรงกดดันรอบด้าน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘งัดประกาศห้าม’โต้‘ฮั้วสว.’ ‘แซยิด’นายกฯอนุทิน13 ก.ย., 7ข้อหา-7กกต.-7วันอันตราย ‘แผ่นดินไหว’การเมืองเกิดแน่!

เรื่องมันมีอยู่ว่า   เดินทางมาถึง 7 วันอันตรายก่อนการลงมติของ กกต.เรื่องฮั้ว สว. ที่ผูกโยงกันทั้งการเมืองในและนอกสภา  ถือเป็นจุดตายสำคัญของพรรคสีน้ำเงิน จึงต้องงัดทุกอย่างออกมาสู้ และยังเป็นช่วงวันเกิดครบ 60 ปีของนายกฯอนุทินอีกด้วย  แรงกดดันหลายด้าน <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘งัดประกาศห้าม’โต้‘ฮั้วสว.’

‘แซยิด’นายกฯอนุทิน13 ก.ย.

ก่อนไป‘ภารกิจ’สำคัญ ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรียกประชุมสส.ของพรรค‘วาระ’สำคัญคือ การเตรียมรับมือกับ ‘สถานการณ์’การเมืองทั้ง ‘ใน-นอก’ สภา

ในสภา วาระสำคัญอยู่ที่ การพิจารณางบประมาณปี 70 วาระที่ 2-3 ระหว่าง 7-9 กันยายน ซึ่งดูตามธรรมเนียมแล้วโอกาสที่จะไม่ผ่านนั้นแทบ‘ไม่มี’ แต่สิ่งที่ต้องตามติดต่อคือ รายงานประจำปีของกกต.ที่‘ต่อ’ หลังจบวาระ ‘3 จังหวัดชายแดนใต้’ ที่ค้าง และกระทบกระทั่งกับฝ่ายค้านมาตั้งแต่ สัปดาห์ที่แล้ว

รายงานของกกต.นี่แหละที่คาดว่าจะเป็นการ ‘ยำใหญ่’ กกต.ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11กันยายนก่อนที่ ‘7กกต.’จะได้ลงมติในคดีฮั้วสว.ในวันที่ 14 กันยายน

สำหรับ ‘นอกสภา’ การประกาศจะ ‘ลงถนน’ ของประมุขบ้านพระอาทิตย์ สนธิ ลิ้มทองกุล และการ เดินถนนเพื่อรณรงค์ ‘ฟ้องสว.’ ของกลุ่ม ‘ไอลอว์’  ในวันที่ 13 กันยายน และรวมตัวกันที่หอศิลปกทม.สี่แยกปทุมวัน กำลังเพิ่ม ‘ดีกรี’ ทางการเมืองให้เพิ่มขึ้น

‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  คดีฮั้วสว.เข้าสู่ 7 วันอันตราย ก่อน กกต.ลงมติสรุปคดี ทำให้การเมืองในและนอกสภาร้อนแรงขึ้นมา
‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คดีฮั้วสว.เข้าสู่ 7 วันอันตราย ก่อน กกต.ลงมติสรุปคดี ทำให้การเมืองในและนอกสภาร้อนแรงขึ้นมา

หลังการประชุมพรรคสีน้ำเงินเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา‘ช่วงหนึ่ง’  อนุทิน ระบุว่า

‘ตอนนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่มีสิทธิออกความเห็นอะไรเลยเกี่ยวกับคดีฮั้วสว. ที่ประชุมพรรคเมื่อสักครู่ ผมได้พูดย้ำว่าไม่ใช่เรื่องของพรรคภูมิใจไทย ก่อนเลือก สว. 1 เดือน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออก‘หนังสือประกาศห้าม’ให้สมาชิกพรรคยุ่งเกี่ยวกับการเลือกสว. ดังนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องนี้ก็ต้องพูดถึงหนังสือนี้ด้วย

หากบอกว่ารัฐบาลอนุทินมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องฮั้ว สว. ผมขอพูดอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลอนุทิน 1 เข้ามา กันยายน  2568 รัฐบาลอนุทิน 2 มีนาคม  2569 เลือกตั้ง สว. เมื่อไหร่ กรกฎาคม 2567 เพราะฉะนั้นด้วย ‘ไทม์ไลน์’ ช่วงเวลาก็ไม่ได้แล้ว และหากบอกว่ามีคนของพรรคเกี่ยวข้อง คนของภูมิใจไทยเกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะถ้าเขาเกี่ยวข้อง เขาก็ขัดคำสั่ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยยังไม่เห็นมีใครขัดคำสั่ง และยังไม่มีหลักฐานอะไรที่พรรคจะไปกล่าวโทษ ชี้ขาดว่าคนๆ นั้นขัดคำสั่งหัวหน้า’

‘หนังสือประกาศห้าม’ ถือเป็นข้อมูลใหม่ ที่หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ‘งัด’ ออกมาย้ำว่าภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้อง

ใช่แต่วันที่ ‘14 กันยายน’ที่ทุกฝ่ายจับตา วันที่ 13 กันยายนก็น่าจับตาไม่น้อย เพราะวันนั้นเป็น ‘วันเกิด’ นายกฯคนที่ 32 ของไทยที่ชื่อ‘อนุทิน’ ซึ่งปีนี้สำคัญเพราะจะอายุครบ ‘60 ปี’ หรือที่เรียกว่า ‘แซยิด’

เป็น ‘แซยิด’ ที่นายกฯหนู ออกปากแล้วว่าไม่อยากได้อะไร นอกจากอยากเห็น ‘ความสงบสุข’ ของบ้านเมือง

<<<<<>>>> 

7ข้อหา-7กกต.-7วันอันตราย

‘แผ่นดินไหว’การเมืองเกิดแน่!

เห็น ‘ไทยโพสต์’ สัมภาษณ์พิเศษ นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาไว้ ‘น่าสนใจ’

‘วัส ติงสมิตร’ ระบุว่า การลงมติของ กกต. ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนที่จะถึงนี้มองไว้ 3 แนวทาง

แนวทางที่ 1 ‘ยกคำร้อง’ ยุติเรื่องทั้งหมด เดินตามรอยคณะอนุวินิจฉัย ชุด 36 (มติ 5 ต่อ 2) ที่มองว่าคดีไม่มีมูล

แนวทางที่2 ‘ฟันเต็มคาราเบล’ เห็นว่ามีมูลทั้งหมด ส่งศาลฎีกาตัดสิทธิ สว. ตามชุด 26 ส่วนเรื่องยุบพรรคส่งศาลรัฐธรรมนูญ และคดีอาญา แจ้งความต่อตำรวจ เพื่อสอบสวนทำความเห็นเสนออัยการฟ้องต่อศาลชั้นต้น

แนวทางที่3 ‘ส่งบางส่วน’ กกต. เลือกส่งศาลฎีกาบางรายชื่อ เช่น 10-20 คน แล้วตัดจบเรื่องยุบพรรค หรือส่งเฉพาะบางประเด็น

นายวัส ระบุว่า หากกกต. เลือกส่งแค่บางส่วน ตัดบางคนออก (แนวทางที่3) ฝ่ายประชาชนสามารถ‘ยื่นคำร้อง’และแนบหลักฐานเพิ่มเติมตรงไปยังศาลฎีกาได้เลย เพราะแม้รัฐธรรมนูญ มาตรา 226 วรรค2 จะกำหนดให้ศาลฎีกาใช้สำนวน กกต. เป็นหลักในการพิจารณา แต่รัฐธรรมนูญในวรรคนี้ก็ให้อำนาจศาลในการไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

แต่หาก กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา (แนวทางที่1) ในทางกฎหมาย ก็ทำได้แค่ออกมา‘ร้องเรียน’หรือฟ้องคดีอาญาข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157) ซึ่งใช้เวลานานมาก แต่คงเปลี่ยนมติ กกต. ไม่ได้ เพราะไปฟ้องต่อศาลปกครองให้ยกเลิกมติไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนให้ศาลปกครองไม่มีอำนาจ

อย่างที่รู้กัน ใน 229 รายชื่อนั้น ประกอบ ด้วยสว.ที่ทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน 138 คน อีก 50 คนเป็นสว.สำรอง และผู้สมัครสว.อีก 21 คนเป็น รมต.,สส. ,กก.บห.พรรคภูมิใจไทยซึ่งในกลุ่มนี้มีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ในนั้น และ 20 คนสุดท้ายเป็นเครือข่ายพรรคการเมือง ในส่วนนี้มีชื่อ ‘ครูใหญ่’ แห่งบุรีรัมย์ที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ รวมอยู่ด้วย

ทั้ง 229 คนถูกข้อกล่าวหาถึง ‘7ข้อกล่าวหา’  ซึ่ง กกต.ที่รธน.ปัจจุบันกำหนดให้มี ‘7คน’ จะต้องมี ‘บทสรุป’  หลังยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี

มีกระแสข่าว ‘แว่ว’ มาว่า อาจจะมีการ‘เลื่อน’ การพิจารณาออกซึ่ง‘ไม่น่าเป็นไปได้’ เพราะ กกต.ออกมา ‘ยืนยัน’ เองว่า ‘จบ’ แน่

คดี ‘ฮั้วสว.’ซึ่งดูแล้ว ไม่ว่าจะออก ‘ประตูไหน’ ก็จะนำมาซึ่ง ‘แผ่นดินไหว’ ในทางการเมืองทั้งสิ้น ถือเป็น ‘7วันอันตราย’ ทางการเมืองอย่างยิ่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์