เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ภูมิใจไทย’ชิง‘ตัดไฟแต่ต้นลม’ ‘กล้าธรรม‘รับลูก‘เพื่อไทย’หงอ , ยังไม่เสร็จศึกจะฆ่า‘ขุนพล’ เขี่ย‘แหวง’พ้นกกต.ไม่ง่าย

5 มิ.ย. 2569 - 06:45

  • การแก้รัฐธรรมนูญกลายเป็นเกมยาว ไม่เร่ง ไม่คืบ ขบเหลี่ยมกันไปมา

  • พรรคประชาชนที่พูดเป็นเรื่องเดียว ดันทุกกรณี ก็ไม่แน่ว่าจะแก้ได้

  • เกิด 2 อารมณ์วันเดียวกันกับข่าว เลขาธิการ กกต.แสวง บุญมี พ้นหรือไม่พ้นตำแหน่ง

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ภูมิใจไทย’ชิง‘ตัดไฟแต่ต้นลม’ ‘กล้าธรรม‘รับลูก‘เพื่อไทย’หงอ , ยังไม่เสร็จศึกจะฆ่า‘ขุนพล’ เขี่ย‘แหวง’พ้นกกต.ไม่ง่าย

เรื่องมันมีอยู่ว่า  การแก้รัฐธรรมนูญต้องทำใจดูกันยาว ๆ ไม่ต้องรีบ เพราะท่าทีของพรรคการเมืองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร มีแต่พรรคประชาชนที่ยืดเรื่องนี้เป็นเป้าหมายหลัก<>สร้างอารมณ์แบบพลิกสุดขั้วกับข่าว แสวง บุญมี พ้นตำแหน่งเพราะไม่ผ่านประเมิน แต่สุดท้ายก็มีข่าวว่า ยังไม่พ้น ต้องกลับไปดูว่าจะให้ กรรมการ กกต.ชุดไหนประเมิน<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘ภูมิใจไทย’ชิง‘ตัดไฟแต่ต้นลม’

‘กล้าธรรม‘รับลูก‘เพื่อไทย’หงอ

‘ชักธงถอย’กันทันที หลังภูมิใจไทยมี ‘มติพรรค’ให้สส.ของพรรค ‘ถอนชื่อ’ ออกจากการร่วมเสนอร่างแก้ไขรธน.มาตรา256 ของพรรคฯเพื่อไทย ‘เหตุผล’ สำคัญที่นำมา ‘กล่าวอ้าง’ คือการเกรงว่าจะมี ‘เนื้อหา’ ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อความชัดเจนเป็นเช่นนั้น จึงไม่แปลกที่ ‘หัวหน้าหนิม’ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะออกมาบอกกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทบทวนการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพรรคมีสมาชิกเพียง 74 คน ซึ่งไม่สามารถลงชื่อเพื่อผลักดันร่างกฎหมายเพียงพรรคเดียวได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล และไม่ถือเป็นการเสียหลักการ แต่เป็นเรื่องของ ‘สมการทางการเมือง’ ที่ต้องรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน

ขณะเดียวกัน พรรค‘กล้าธรรม’  ที่วันนี้ ‘ตัว’ อยู่ฝ่ายค้านแต่ ‘ใจ’ อยู่ฝ่ายรัฐบาล ออกมา ‘รับลูก’ ทันทีว่า จะให้สส.ของพรรค ‘ถอนชื่อ’ จากร่างแก้ไขรธน.ของพรรคเพื่อไทยด้วยเช่นกัน เท่ากับว่า หากพรรคเพื่อไทยจะ ‘ดันทุรัง’ ต่อก็ต้องขอการสนับสนุนจากพรรคประชาชน ซึ่งไม่น่าจะสอดคล้องกับ ‘สมการทางการเมือง’ ตามที่ ‘หัวหน้าหนิม’ พูดไว้

ตามคิวที่ ‘ประธานโส’ หรือ โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ระบุไว้นั้น การแก้ไขรธน.จะถูก ‘ถก’ในรัฐสภาวาระที่ 1หรือขั้น ‘รับหลักการ’  ในต้นเดือนกรกฎาคมก่อน ‘ปิด’ สมัยประชุม

ก่อนหน้ามี ‘วุฒิสมาชิก’ จำนวนหนึ่งออกมาแถลงว่าจะเสนอร่างแก้ไขรธน.ด้วยเช่น ขณะที่ส่วนหนึ่งระบุ มีประชาชน กำลังล่า 50,000 ชื่อ

พูดง่ายๆก็คือ จะมีร่างแก้ไขรธน.มากกว่า ‘ร่างภูมิใจไทย’ กับ ‘ร่างพรรคประชาชน’ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ ‘รับทุกร่าง’  ขณะที่ร่างพรรคประชาธิปัตย์นั้น ‘ยังรอ’ การสนับสนุนจากสส.อยู่

ว่ากันว่า การแก้ไขรธน.ตามผลประชามติครั้งนี้ ภูมิใจไทยหมายมั่นจะ ‘คุมเกม’ให้อยู่หมัดเสียแต่ ต้นทางด้วยการแยก ‘ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน’ ออกจากกัน

ส่วน ‘วุฒิสภา’ ที่แม้จะออกมาบอกว่า จะรับทุกร่าง แต่หากเอา  เหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาจับโอกาสเลือก ‘รับ-ไม่รับ’ บางร่างนั้นมีสูงยิ่ง

ใครที่ห่วงว่า จะทำรัฐบาลแตกคอ งานนี้บอกเลยว่า ‘ไม่มีทาง’ ถามหน่อยพรรคเพื่อไทยจะ ‘ทิ้งเก้าอี้’ ขณะที่เป็นรัฐบาลยังไม่ ‘3 เดือน’ เพื่ออะไร อย่าลืมว่าการแก้ไขรธน.นั้นคือ  ‘หนังชีวิต’ต้องมีการทำประชามติอีก ‘2 ครั้ง’ ถึงจะมี ‘ฉบับใหม่’ ใช้กัน

การแก้ไขรธน.นั้นคือ ‘สุดยอดปรารถนา’ ของพรรคประชาชน ใครๆก็รู้ 

งานนี้บอกได้อย่างหนึ่ง ‘ได้แก้’ นั้น ‘ได้แน่’

แต่ ‘แก้ได้’ หรือไม่นั้น ‘ไม่รู้ครับ’

<<<<<>>>>> 

ยังไม่เสร็จศึกจะฆ่า‘ขุนพล’

เขี่ย‘แหวง’พ้นกกต.ไม่ง่าย

ที่ว่า ‘ข่าวใหญ่’ นั้น ไม่น่าจะมีใครเถียง แต่ข่าวที่ว่าดันออกมา ‘2 มุม’ ตามประสาธรรมชาติของข่าว หากออกมาแบบนี้ ได้มีเรื่องกัน ก็จู่ ๆ ปรากฏรายงานข่าวจากกกต.เปิดเผยว่า ‘พี่แหวง’ หรือ แสวง บุญมี เลขาธิการกกต.อาจต้อง ‘พ้นตำแหน่ง’ เพราะไม่ผ่านการประเมินผลงาน จากกกต.ชุดที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต.

ข่าวบอกว่าการประเมินดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขใน ‘สัญญาจ้าง’ แต่น่าแปลกใจตรงที่ว่า เป็นการ ประเมินผลงานของนายแสวง ในปี 2568 ที่จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่เข้ากกต.จนมาถึงยุคที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน กกต.

แต่ยังไม่ทัน ‘ข้ามวัน’ ก็ปรากฏข่าวรายงานออกมาอีกว่า ได้เกิดการโต้แย้งในข้อกฎหมายว่า ‘ตกลง’การประเมินว่า ‘ผ่านไม่ผ่าน’ ควรเป็นอำนาจของกกต. ชุดเก่า หรือกกต.ปัจจุบัน ที่สำคัญ ‘สัญญาจ้าง’กำหนดว่าผู้ประเมินต้องเป็น กกต. เท่าที่มีอยู่ และที่ผ่านมาก็ให้เฉพาะกกต.เท่าที่มีอยู่เท่านั้นประเมิน

เลขาธิการ กกต.แสวง บุญมี ทำให้คนติดตามข่าวปรับอารมณ์กันไม่ทัน กรณีพ้นหรือไม่พ้นตำแหน่ง
เลขาธิการ กกต.แสวง บุญมี ทำให้คนติดตามข่าวปรับอารมณ์กันไม่ทัน กรณีพ้นหรือไม่พ้นตำแหน่ง

นอกจากนี้มีกกต. บางคนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ยังไม่ได้ส่งผลการประเมิน รวมทั้งบางส่วนมีหนังสือสอบถามว่า อดีต กกต.มีอำนาจประเมินหรือไม่  รายงานข่าวระบุ ซึ่งอ่านแล้ว ‘ไม่น่าเชื่อ’

ว่า‘เรื่องพรรค์นี้’ จะเกิดขึ้นในกกต.

เอาเข้าจริง ๆ ต้องยอมรับว่า สังคมในเวลานี้ ‘รู้จัก-ได้ยิน’ แต่ชื่อ ‘แสวง’  จนหลายคนคิดไปว่าสงสัยจะเป็น ประธานกกต.

งานนี้จะ‘จบลง’ อย่างไรเดี๋ยวว่ากัน แต่‘คนวงใน’บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่เสร็จศึกจะฆ่า‘ขุนพล’กันแล้วเหรอ

อย่าลืมว่า กกต.นั้นมีคดี ‘คอขาด บาดตาย’อย่าง ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ รออยู่ ยังไม่นับคำถามเรื่องสำนวนร้องเรียนช่วงการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่วันนี้ไม่รู้พิจารณากันอยู่หรือเปล่า แต่ที่สำคัญและน่าจะเกี่ยวกับ ‘พี่แหวง’โดยตรงคือคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่วันนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนชี้ขาดว่าจะ ‘ฟ้องไม่ฟ้อง’

คดี ‘ฮั้วสว.’จะพันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมุมที่ว่าหากเรื่องไปถึงศาล บุคคลที่ถูกกกต.มีมตินั้นซึ่งขณะยัง ‘ไม่ชัด’ ว่าฟ้องทั้งหมดหรือไม่ นั้นต้อง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’หรือไม่ อย่าลืมว่าทั้ง229คนนั้นมีชื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ อยู่ด้วย

ถามกันดังๆหน่อยเถอะ ‘เล่นกันอะไรกันอยู่ครับเนี่ย’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์