เรื่องมันมีอยู่ว่า เป็นความชัดเจนจาก กกต.แล้วว่า 14 กันยายนนี้ จะมีคำตอบสุดท้ายในคดีฮั้ว สว.ที่สอบต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี แต่ก็มีความเห็นแย้ง 5 ข้อจาก อดีต กกต.ที่ระบุว่า กกต.บางคนไม่ควรลงมติ<>กันยายนหลายปัจจัยทางการเมืองเกิดขึ้น เพิ่มแรงกดดันรัฐบาลร่วมที่นำโดยภูมิใจไทย เพราะผลงานไม่ชัดเจน ความเชื่อมั่นถดถอย<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
สมชัยยก‘5เหตุผล’ซัดกกต.
ไม่ไว้วางใจ‘ฐิติเชษฐ์’ฮั้วสว.
14 กันยายนที่จะถึงนี้คือวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนเป็นวันที่กกต.‘สัญญาประชาคม’ไว้กับสังคมว่าจะ ชัดเจนเรื่องคดี‘ฮั้วสว.’ กันซักกะที หลังรำวงกันมานานกว่า 2 ปี
ถึงนาทีนี้ต้องบอกว่า ที่ทั้ง ‘ไอติม-ไอลอว์’ เปิดข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง ‘ว่าที่สว.’ขณะนั้นกับ ‘ว่าที่รัฐมนตรี’ ซึ่งเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ทำให้ผู้คนปักใจเชื่อไปแล้วว่า ‘มีความไม่ปกติ’ ในกระบวนการได้มาซึ่งสว.‘เกิดขึ้นจริง’
กิจกรรม ‘ออกกำลังกาย’ ที่กกต.เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกิจกรรมแรกของภาคประชาชนสีส้ม และจะมีกิจกรรมอีกหลายอย่างตามมา จนกว่าจะถึงวัน‘สุกดิบ’ ที่ 13 กันยายน
ล่าสุด นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน เปิด‘อีกแผล’ที่ สว.สิงห์บุรีว่าเป็น‘ดีลลับแตงโม’ ที่เกี่ยวข้องกับ สว.สิงห์บุรี 2 คน คือ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม และ นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะโดยมีบุคคลชื่อ ‘แตงโม’ เป็นผู้ประสานงานทั้งหมด ทั้งนี้‘แตงโม’ปัจจุบันมีชื่อเป็น ‘ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์’ ในคณะกรรมาธิการที่นายชีวะภาพเป็นประธาน

แต่ที่ดูจะ ‘มาลึก’ ด้วยการเน้นเจาะไปที่กกต.ต้องยกให้สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.คนร่วมก่อตั้ง ‘กองทุนสู้กกต.’โพสต์ FB ระบุว่า เหตุใด กกต. ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏไม่ควรลงมติในคดีฮั้ว สว.
เนื้อหา ระบุว่า มีคำแนะนำว่า กกต. ฐิติเชฏฐ์ ไม่ควรลงมติด้วย เพราะ
1. ตอน กกต. ชุดที่ 5 ประชุมให้ ‘ใบส้ม’ ผู้สมัคร สส. เขต 6 เชียงใหม่ ในการเลือกตั้งปี 2562 ฐิติเชฏฐ์ไม่ร่วมประชุมพอดีเพราะลาไปทำกายภาพ ทำให้คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายมีกกต. ถูกฟ้องแค่ 6 คน
2.ขณะนี้ กกต.ฐิติเชษฐ์ น่าจะเป็น กกต.คนเดียวที่มีคดีค้างใน ปปช. ถึง 2 คดี คือ คดีตู้แช่ไวน์ และคดีติดสินบนผู้ว่า สตง. การลงมติไปในทางใดทางหนึ่ง จึงอาจถูกมองว่า ‘ไม่เป็นอิสระ’ มีชนักติดหลัง หรืออาจถูกใครใช้เรื่องดังกล่าวข่มขู่ให้ลงมติ
3.สังคมเริ่มไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเป็น กกต. ชุดที่ 5 ที่ ‘หมดวาระ’ไปหมดแล้ว แต่การเลือกคนใหม่มาแทน ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก สว. ชุดปัจจุบันทุกครั้ง เหมือนกับว่า เป็นคนเดิมที่ สว. ชุดปัจจุบันไว้วางใจและต้องการให้อยู่ในตำแหน่ง เพื่อลงมติคดีฮั้ว สว.ก่อน
4. การลงมติ หากมีความผิดพลาด เช่น คนทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจน แต่ กกต.พลาด ไม่ส่งแม้เพียงรายเดียว อาจถูกฟ้อง 157
5. ไม่ต้องเป็นห่วงว่า การขาดประชุม ไม่ลงมติ จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. กกต. หรือ จะมีคนไปร้อง ปปช. ว่า มีพฤติกรรมขัดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะเรื่องเดิม สำนวนง่าย ๆ 2 เรื่อง ยังค้างอยู่ใน ปปช. กว่า 3 ปีแล้ว ยังอยู่ในขั้น‘ไต่สวนเเบื้องต้น’
‘ด้วยความปรารถนาดีครับ สมชัย ศรีสุทธิยากร เพื่อนร่วมรุ่น บยส. 21 และ วธอ.2 ’โพสต์ของอดีตกกต.ลงท้ายไว้อย่าง ‘คนกันเอง’
‘สถานการณ์’เดิมมาถึง ‘ตอนสำคัญ’ที่เรียกชื่อตอนนี้ว่า ‘กกต.หมู่บ้านกระสุนตก’
<<<<<>>>>>
ส่องชะตา‘กันยายน’ครม.อนุทิน
‘รัฐบาลร่วม’ที่ผลงาน‘ต้วมเตี้ยม’
เมื่อค่ำวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังชัดเจนเรื่องผลการเลือกตั้งซ่อมจ.อุดรธานี เขต 3 อย่างไม่เป็นทาง ‘หัวหน้าหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย บินไปชู‘จั๊กกะแร้’นายอธิการ แก้วเครือศรี ว่าที่สส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ถึงศูนย์ประสานงานพรรคที่อ.เพ็ญ
‘หัวหน้าหนู’ คุยฟุ้งเลยว่า‘ของจริง’ให้ดูที่ผลการเลือกตั้ง อย่าไปดูที่ ‘โพล’ หรือฟังแต่ ‘กระแส’ให้มากนัก ซึ่งเอาเข้าจริงๆผลการเลือกตั้งซ่อม ทุกปัจจัยล้วนเอื้อ‘บ้านใหญ่’ที่อยู่ใต้ชายคาสีน้ำเงินทั้งสิ้น โดยเฉพาะการไร้คู่แข่งที่ ‘สมเนื้อสมน้ำ’ อย่างพรรคเพื่อไทย ซึ่งหลีกทางในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม -1 กันยายนจะมีประชุมครม.สัญจรนอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่ จ.สงขลา มี 2 ส่วนที่จะต้องไปควบคู่กัน ระหว่างพื้นที่ ‘3 จังหวัด’ กับพื้นที่ภาคใต้ ไล่ตั้งแต่จ.ชุมพรลงไป การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาภาคใต้ 59 เขตเลือกตั้ง ‘สีน้ำเงิน’ ที่มี ‘แม่ทัพใหญ่’ อย่าง ‘โกเกี๊ยะ’ หรือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม กวาดไป 31เก้าอี้
รองพิพัฒน์ที่ล่าสุดเล่นบทบู๊กล่าววาจา ‘กับดักเอ็นจีโอ’ มีนัยยะว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ภาคใต้กำลังได้โชว์พลัง ว่ากันว่ามีสารพัดโครงการรอการอนุมัติอื้อซ่า แต่งานนี้ยัง‘ไม่มี’ ท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
วันที่ 31 สิงหาคมใช่แต่จะเป็นวันเริ่มใข้ AI Passport ที่มีผู้ลงทะเบียนราว 1.3 ล้านคนเท่านั้น ยังเป็นวันที่จะต้องชัดเจนเรื่อง ‘5,925 รายชื่อ’ที่เกี่ยวข้องกับการ‘โกงสอบสถ.’ ของมหาดไทย แต่ที่หลายฝ่ายจับตาคือการเดินหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2’ หลังจากที่จะหมดเฟส1ในวันที่ 30กันยายนที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ยังมีเส้นตายการ‘อุทธรณ์’ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกด้วย
สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรราวๆกลางเดือนกันยายน ร่างพ.ร.บ.งบปี 70 จะเข้าสภา จากนั้น ‘ศึกซักฟอก’ จะตามมา ท่ามกลางคำถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลยัง ‘หวานเจี๊ยบ’ กันดีอยู่มั้ย หลังนายกฯหนู เตรียม ‘ตั้งวง’ กินข้าวกับรัฐมนตรีและ แกนนำพรรคเพื่อไทย
การปรับครม.จะรอ 1 ปี อย่างที่ ‘แกนนำสีน้ำเงิน’ ว่าไว้หรือไม่เพราะขณะนี้ ‘เริ่ม’ มีข่าวปล่อยว่าจะมีการปรับ ‘2 รมช.’ ของพรรคสีแดงเกิดขึ้น
วันก่อนได้ยิน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรมว .แรงงาน ‘หัวหน้าหนิม’ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พูดไว้ ‘แปร่งๆแปลกๆ’ ว่า
‘ผมก็เคยพูดกับนายกรัฐมนตรี วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วม แต่เราเป็นรัฐบาลของประชาชน ทำงานด้วยกัน ไม่มีการแบ่งแยก และทำงานร่วมกันด้วยดีมาโดยตลอด จึงไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้เกิดความสั่นไหวได้’
ระหว่าง ‘รัฐบาลร่วม’ กับ ‘รัฐบาลของประชาชน’ นั้น‘เหมือน-ต่าง’ กันอย่างไร อันนี้น่าฉุกคิดเหมือนกัน
หากสังเกต รัฐบาลกับ ‘กองทัพ’ ขยับเข้าหากันเหมือนไม่อยากให้เกิด‘ช่องว่าง’ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ ‘เลขาฯสมช.’ ที่คนในกองทัพจะกลับมากุมบังเหียนอีกครั้ง หลังไฟใต้รอบใหม่กลับมา หรือการเตรียมความพร้อมผ่านกองทัพเรือเพื่อรับมือภัยชายแดน
จะมีอีกเรื่องที่รัฐบาล ‘ขยับ’ และเริ่มจะ ‘เขยิบ’ ใกล้เข้าไปทุกขณะ นั่นคือปัญหา ‘นอมินีต่างชาติ’ ที่วันนี้ไม่ได้มีแค่ ‘จีนเทา’ เพราะที่กำลัง‘ลามรุก’ กันในโซเชียลคือปัญหา ‘อิสราเอล’ ที่รัฐบาลยังไม่ชัดว่าจะจัดการปัญหายังไง
ประสิทธิภาพของ ‘ฝ่ายบริหาร’ ต่างหากที่ ‘หนักกว่า’ เรื่องอดีตที่ตาม ‘หลอกหลอน’ อย่างฮั้วสว.และเขากระโดง




