เรื่องมันมีอยู่ว่า การติดตามความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. น่าจะเหนื่อย คนสอบไม่ท้อ คนรอก็ไม่ถอยเช่นกัน แต่ขอว่า สว.หมวดวาระแล้วผลสอบยังไม่เสร็จ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณา <> หลังถามหาผลงานรัฐมนตรีลูกเทพ ก็สนองตอบทันที ไทยแลนด์เอไอพาสปอร์ต จากหัวเรือใหญ่ลูกเทพ ไชยชนก ชิดชอบ ฝ่ายค้านตบเท้าขยี้สุดขาดใจ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
สอบสวน‘2 ปี’คดี‘ฮั้วสว.’
‘จุดตัด-จุดเปลี่ยน-จุดตาย’
ย่างเข้าเดือนที่ 6 ของปี 2569 หากนับตามปีนักษัตรปีนี้คือ ‘ปีม้า’ และที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นปี‘ม้าไฟ’เพราะหลายต่อหลายเรื่องราว ล้วน ‘ร้อนแรง’ และ ‘รอการแก้ไข’
ในทางเศรษฐกิจนั้นไม่ต้องพูดถึง พิษสงครามอิหร่านส่งผลถึงราคาพลังงาน ‘ลาม’ กระทบค่าครองชีพ ขณะที่รัฐบาล‘หนู2’ ซึ่งกำลัง‘บรรเทา’ ปัญหาผ่าน‘ไทยช่วยไทยพลัส’ และ ‘เปลี่ยนผ่านพลังงาน’ ผ่านพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ต้องลุ้นกันอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ
ขณะที่‘การเมือง’ ภาพใหญ่อยู่ที่การแก้ไขปัญหา‘คอร์รัปชัน’การเดินหน้าแก้ไข รธน.มาตรา256 ตามผลประชามติ 21 ล้านเสียง ซึ่งน่าจะผ่านวาระที่1ในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ก่อน‘ปิดสมัยประชุม’ แต่ระหว่างนั้นจะ ‘ถกเถียง’ ถึงที่มาที่ไปของสสร.ไล่เรียงไปจนถึงเนื้อหาการแก้ไขอย่างเข้มข้น
ส่วนที่‘ร้อนแรง’ และ ‘ลุกลาม’ คือวาทกรรม ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ โดยเฉพาะการได้มาซึ่ง ‘องค์กรอิสระ’ว่าตกลงแล้วอิสระจริง หรืออยู่ภายใต้‘พันธนาการ’ของใคร
‘ต้นทาง’ ขององค์กรอิสระตลอดช่วงจะครบ 2 ปีของสว.ในเดือนกรกฎาคมที่ถึงนี้ ‘ถูกตั้งคำถาม’อย่างหนัก โดยเฉพาะคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่ว่าจะเป็น ‘ต้นขั้ว’ ขององค์กรอิสระทั้งหมด
มีเสียงร่ำลือกันว่า เวลานี้ กกต.ทั้งหมด 7 คน เสร็จไปแล้ว 4 ,คตง.เสร็จไปแล้วทั้งหมด ,ป.ป.ช.จากทั้งหมด 9 เสร็จไปแล้ว 5 ,ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสร็จไปแล้ว 2จาก 3,ศาลรัฐธรรมนูญเสร็จไปแล้ว1จาก7 ซึ่ง ‘ทั้งหมด’ เกิดขึ้นในช่วง 2 ปี ท่ามกลางคดี ‘ฮั้วสว.’
ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน‘ดักคอ’ หลังมีข่าวว่า ในเดือนมิถุนายนนี้ กกต.ทั้ง 7 คนจะประชุมเพื่อ ‘สรุปสำนวนคดีฮั้วสว.’ ที่มีผู้ถูกกล่าวทั้งสิ้น 229 คน เป็นสว.138 คน ที่เหลือเกี่ยวพันกับสส.และพรรคการเมืองอีก91 คน
ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะเป็น‘จุดตัด’ สำคัญของคดีเพราะ กกต. จะต้องตัดสินใจชี้ขาดว่าจะเลือกทางใดระหว่างมีมติสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลชี้ขาดผู้ที่ถูกกล่าวหา 229 คน หรืออีกทางหนึ่งจะยกคำร้อง ทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาล หรือเรียกกันว่า ‘เป่าคดี’
หากย้อนกลับจะพบว่าแม้ คณะไต่สวนชุดที่ 26 จะได้เสนอให้กกต. มีมติส่งเรื่องที่ศาล แต่ยังมีคณะชุดที่36ซึ่งเป็น‘คณะภายใน’ มาตรวจสอบ และภายหลังมีข่าวว่า มีมติ 5:2 ให้กกต.สรุป ‘ไม่มีมูล’เพราะ ‘หลักฐานไม่เพียงพอ’
ในการแก้ไขรธน.ครั้งนี้ สว.คือ ‘ตัวแปร’ สำคัญ ในการได้มากซึ่ง ‘องค์กรอิสระ’ ที่เริ่มจะ‘เละ’ ยิ่งกว่า ‘โจ๊กกองปราบ’ ก็มีสว.นั้นแหละ ‘ทำคลอด’ มา
กกต.4ใน7 ที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ก็‘ทำคลอด’ มาจากสว.ที่ส่วนใหญ่ถูก ‘ข้อกล่าวหา’ ว่าฮั้ว ฉะนั้น ‘คดีฮั้วสว.’จะเป็นจุดตัดสำคัญ แต่จะนำไปสู่ ‘จุดเปลี่ยน’ และ ‘จุดตาย’ ของอะไรหรือไม่นั้น
รอมาตั้งจะ ‘2 ปี’ แล้วรออีก 1-2 เดือนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
<<<<<>>>>>>
การเมืองเขาเล่นกันยัน‘กระโดงคาง’
โครงการTH AI passport 1.6พันล้าน
น่าจะเป็น‘น้ำจิ้ม’ และเป็นน้ำจิ้มที่คนส่วนใหญ่บอกว่า นี่แหละน้ำจิ้มของ‘ลูกชิ้นยืนกิน’ อันเป็น ‘เอกลักษณ์’ยากจะหาใครเทียบของ ‘บุรีรัมย์’ เมืองหลวงของเหล่าพรรค‘สีน้ำเงิน’
เพราะในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ผ่านมา 28 พฤษภาคมเกิดเหตุซักฟอกโครงการหรูหราหมาเห่า ‘ไทยแลนด์เอไอพาสปอร์ต’ หรือภาษาอังกฤษว่า TH AI Passport ฟังมูลค่าแล้ว ‘ตาลุกวาว’เพราะสูงลิ่วถึง 1,621 ล้านบาทของกระทรวงดีอีหรือกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มี ‘เจ้ากระทรวง’อย่าง ไชยชนก ชิดชอบ นั่ง‘ว่าการ’และมี ‘แนน สมชัย’ นั่งช่วยว่าการ

ได้ยิน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ ค่าย‘สีส้ม’ ตั้ง ‘คำถาม’ แบบ ‘ยิงตรง’ว่า โครงการระดับพันล้านแบบนี้ ปกติต้องใช้เวลาศึกษากันอย่างต่ำ 3-6 เดือน แต่ทว่าโปรเจกต์นี้กลับมี ‘ความเร็วแสง’ ตั้งแต่ตั้งไข่ ประกวดราคา e-bidding ยันยื่นซองจบกระบวนความภายในเวลาแค่ 34 วัน แถมเป็นการใช้ช่องทางพิเศษดึงเงินจาก‘กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม’ (สดช.)
‘ภาวุธ’ ตั้งข้อสังเกตว่า มันมีอาการที่เรียกว่า‘ล็อกสเปก’ ไว้ 4 ประการคือ
1.ระยะเวลา 34 วัน
2.มีการระบุใน TOR ว่า ต้องโฆษณาผ่านจอดิจิทัลสื่อโฆษณานอกบ้านซึ่งในที่นี้คือ‘แพลนบี’
3.บริษัทที่ชนะการประมูลกคือ กลุ่มกิจการร่วมค้า และกลุ่มบริษัทที่เข้ามาทำหน้าที่วางราคากลาง กลับเป็น‘กลุ่มเดียวกัน’ที่เข้ามาร่วมยื่นซองเสนอราคากันและชนะไปในราคาที่วงการพระใช้คำว่า ‘ราคาเบียด’อย่างยิ่ง
4.ยักษ์ใหญ่กลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่ชนะงาน ‘โมโตจีพี บุรีรัมย์’ ซึ่งสะท้อนชัดเจนถึง‘ความเชื่อมโยง’
ทั้งหมดนั้นคือ‘ความน่าสงสัย’ และหลายๆกรณีกำลังกลายเป็น‘ข้อกล่าวหา’ ขณะที่ ‘ไชยชนก’ชี้แจงว่า รัฐบาลจำเป็นต้องทำอย่างรีบด่วน และที่ต้องใช้เงินกองทุน สดช. มาทำพราะไม่ทันกับการจัดทำงบประมาณปี 2569
เชื่อว่า โครงการ TH AI Passport ที่มีวงถึง 1,621 ล้านไม่น่าจะจบลงเพียงแค่นี้ เพราะยังมีพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะก็‘จับตา’ เรื่องนี้อยู่เช่นกัน และ‘ไม่ใช่’ แค่โครงการนี้เท่านั้น แต่ยังมีโครงการในลักษณะเช่นนี้อีกรวมๆแล้วอีก หลายพันล้านบาท ‘กระจาย’ อยู่ตามกระทรวงต่างๆ ซึ่งดูแล้วไม่ต่างอะไรกับการ ‘ปูทาง’ไปสู่การ‘ไม่ไว้วางใจ’ในสมัยประชุมหน้า
ในทางการเมือง ก็รู้กันอยู่ว่า ‘ไชยชนก’ นั้นคือ ‘ความหวังของหมู่บ้าน’ คือ‘เบอร์ต้นๆ’ ของบรรดา ‘รมต.ลูกเทพ’ ทั้งหลาย แถมมีตำแหน่งใหญ่ระดับ ‘เลขาธิการพรรค’
หากเปรียบเป็น ‘มวย’ งานนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการออกหมัดเพื่อหวังจะให้เข้า ‘กระโดงคาง’ ของคนอยู่ ‘เขากระโดง’ จะ ‘คุ้มค่า เหมาะสม โปร่งใส’ กันมากน้อยขนาดไหน ‘ไม่นาน’ ได้เห็นกัน ‘กับตา’
แต่แน่ๆ งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ฝ่ายค้าน ค่าย ‘สีส้ม-สีฟ้า’เขา ‘คลำเป้า’ เจอแล้วนะพ่อแม่พี่น้อง




