เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘แหกคอก-ล้างบาง-บ้าไปแล้ว’ ชัชชาติ-รองปกรณ์-นายกหนู , ‘ศุภจี-เจ๊จง’กับ‘ข้าวแกง40บาท’ ‘กรมประมง’กับ‘ปลาหมอคางดำ’

15 ก.ค. 2569 - 06:45

  • ไฟไหม้โรงเบียร์ ลาดพร้าว กำลังไหม้ลามรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • นายกรัฐมนตรีสั่งทุกฝ่ายทบทวนข้อกฎหมายที่เป็นช่องโหว่

  • ข้าวราดแกง 40 บาทของรัฐบาลปิดร้านตั้งแต่ยังไม่เปิดขาย

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘แหกคอก-ล้างบาง-บ้าไปแล้ว’ ชัชชาติ-รองปกรณ์-นายกหนู , ‘ศุภจี-เจ๊จง’กับ‘ข้าวแกง40บาท’ ‘กรมประมง’กับ‘ปลาหมอคางดำ’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ ยังเป็นแนวทางแก้ปัญหาของภาครัฐมาตลอด ไฟไหม้ครั้งล่าสุดก็เช่นกัน นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนกฎหมายที่มีช่องโหว่ และแก้ไข ในความจริงกฎหมายมีอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มแข็ง <> ถือว่ามีความพยายามในการแก้ปัญหาปากท้อง  แต่ข้าวราดแกง 40 บาทอาจไม่ตรงเป้า เพราะมีเสียงค้านจากผู้ประกอบการ จนต้องสั่งปิดร้านก่อนที่จะเปิดขาย<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘แหกคอก-ล้างบาง-บ้าไปแล้ว’

ชัชชาติ-รองปกรณ์-นายกหนู

ปัญหาไฟไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ ดูเหมือนกำลังจะไปต่อในมุมของ‘กฎหมาย’ที่ไม่ทันสภาพสังคมในปัจจุบัน จนรัฐบาลสั่งให้‘ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง’รีบทำการทบทวน

ในมุม ‘ตำรวจ’ หน้าที่หลักคือกาาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ไฟไหม้ ขณะที่ในมุมของกทม.โดยผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะเข้มงวดกวดขันผ่านสำนักเขตทั้ง50เขต เรื่องสถานประกอบการที่ขอใบอนุญาตกับธุรกิจที่ทำ ‘ตรงกัน’ หรือไม่ ในมุมของกทม.นั้น ‘ชัชชาติ’ระบุว่า ต้องจัดการพวก ‘แหกคอก’ให้จงได้

แต่ในมุมของรัฐบาลดูเหมือน‘น้ำหนัก’จะไปที่กฎหมายกับสภาพสังคมในปัจจุบัน ลักษณะที่ไม่ต่างอะไรกับกับแนวคิดที่ว่าทำไมต้องห้ามขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00น. สรุปก็คือ ปัญหานี้อยู่ที่กฎหมายที่มี ‘ช่องว่าง’ และไม่ทันกับสภาพสังคม

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ลงตรวจพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แล้วก็สั่งให้ทุกหน่วยงานทบทวนช่องโหว่ของกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ลงตรวจพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แล้วก็สั่งให้ทุกหน่วยงานทบทวนช่องโหว่ของกฎหมาย

ขณะที่เรื่อง ‘โกงสอบท้องถิ่น’ หลังสีกากีจับ‘ตัวกลาง’ที่สำคัญของกระบวนการได้ ในทางคดีก็ดำเนินไป แต่ในทางของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่มี ‘รองปกรณ์’หรือ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯเป็นประธานได้สรุปผลเบื้องต้น10วันก่อนรายงาน ‘สร.1’ ว่างานนี้ได้เวลา ‘ล้างบาง’ กันซะที ส่วนจะ ‘ล้างบางที่’ หรือ ‘ล้างบางคน’ นั้นต้องตามตอนต่อไป

แต่สำหรับ ‘นายกฯหนู’ รอบนี้เกิดอาการน้องๆ‘สลิ้งแตก’อีกครั้งเพราะถึงขั้นลั่นคำออกมาว่า ‘บ้าไปแล้ว’ ทั้งนี้ทั้งนี้ เพราะเกิดคำถามขึ้นกับ ‘คณะทำงาน’ ซึ่งยังไม่ชัดว่าเป็นของรัฐมนตรีคนไหน เรื่องของเรื่องก็คือว่า มีรัฐมนตรีบางคนมี ‘คณะทำงาน’ เยอะกว่าจำนวน ‘ที่นั่ง’ ในรถมินิบัสซะอีก

ย้อนกลับไปที่ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ตามข่าวระบุว่า นายกฯและมท.1 จะไปร่วมแถลงข่าวการจับกุมและการสอบปากคำเบื้อนต้น ด้วยตนเองในวันที่ 15 กรกฏาคม

‘3 ตัวละคร’สำคัญ อย่างจ่าพิชิต นส.ศตพร และดร.วิน ดูเหมือนทั้งหมดจะเกี่ยวพันกับคำว่า ‘เพชรบูรณ์’ ก็จ่าพิชิตนั้นรับราชการอยู่อ.วิเชียรบุรี ส่วน ดร.วิน นั้นเคยเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทินมาด้วย   ล่าสุด‘หมอเอ๊กซ์’หรือ พัฒนา  พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ออกมายอมรับว่า ดร.วินนั้นเคยเป็น‘คณะทำงาน’ แต่ส่วนตัว ‘ไม่รู้จัก’ และปัจจุบัน‘ไม่ได้เป็นแล้ว’

ปลาซิว ปลาสร้อยจับได้แล้ว เหลือก็แค่ ‘ปลาใหญ่’ ที่งานนี้ รัฐบาลต้อง ‘จับให้ได้’ สถานเดียวเท่านั้น

<<<<<>>>>>> 

‘ศุภจี-เจ๊จง’กับ‘ข้าวแกง40บาท’

‘กรมประมง’กับ‘ปลาหมอคางดำ’

การประชุมครม.อังคารที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีหลายต่อหลายเรื่องที่มีความคืบหน้า ไม่ว่าจะการเริ่ม‘ตั้งไข่’ กระทรวงกีฬา ที่ สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล เป็นเจ้าภาพ กรณี ‘ฟรีวีซ่า’ 30วันใน93ประเทศ เพื่อแก้ไข‘สีเทา’เข้าประเทศ หรือการมีร่างระเบียบว่าด้วยการเนรเทศ เรื่อยไปจนถึง ‘สูตรใหม่’ ที่เรียกว่า ‘สูตรแคร์’ เกี่ยวกับการคำนวณเงินบำนาญในประกันสังคม และการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว 3 ชาติกว่า 7.7 แสนคน

แต่ก็มี‘บางเรื่อง’ที่ออกอาการ ‘ถอย’ ก่อนหน้านั้นคือ ‘ลูกกตัญญู’ ที่เกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ของผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของกระทรวงการคลัง ของ‘แม่ครัวเอก’เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง

ล่าสุด ‘แม่ครัวแต๋ม’ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ก็ออกมาบอกว่า ‘ข้าวแกง40บาท’ นั้นแค่แนวคิด เพราะหลังจากออกไป คำแนะนำก็มีตามมาซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลควร ‘รับฟัง’

‘เจ๊จง’ หรือจงใจ กิจแสวง เจ้าของร้าน ‘ข้าวหมูทอดเจ๊จง’ ให้ความเห็นตรงไป ตรงมา กับนโยบายข้าวแกง 40 บาทของรัฐมนตรีพาณิชย์ศุภจี สุธรรมพันธุ์
‘เจ๊จง’ หรือจงใจ กิจแสวง เจ้าของร้าน ‘ข้าวหมูทอดเจ๊จง’ ให้ความเห็นตรงไป ตรงมา กับนโยบายข้าวแกง 40 บาทของรัฐมนตรีพาณิชย์ศุภจี สุธรรมพันธุ์

‘เจ๊จง’ หรือ จงใจ กิจแสวง เจ้าของร้าน ‘ข้าวหมูทอดเจ๊จง’ ให้สัมภาษณ์ในรายการ TODAY ของสำนักข่าวทูเดย์ไว้ว่า

‘เห็นด้วยที่สั่งระงับแนวคิดดังกล่าว เพราะอาจยังไม่ได้ลงมาดูข้างล่างบ้างว่าความจริงแล้ว แต่ละคนพยายามที่จะขายให้มันถูกลง เพราะว่าขายไม่ค่อยออกแล้ว ถ้ายิ่งไปขายราคาแพงใครจะมากิน เพราะเขาจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ ดังนั้น 40 บาทถือว่าแพง’

‘เจ๊จง’ ยืนยัน ข้าวแกงราคา 30 บาท ยังมีอยู่เยอะแยะ ก่อนจะทิ้งท้ายฝากให้รัฐบาลกระตุ้นรายให้ประชาชนแทนที่จะเอาเงินมาให้เฉยๆเพราะ ปัญหาไม่ใช่มีรายได้มากขึ้น แล้วข้าวของแพง ตอนนี้รายได้เท่าเดิม แต่ข้าวของแพงขึ้นแล้ว

อีกเรื่องที่แม้‘ไม่ตรง’กับครม.มากนักแต่ก็เกี่ยวกับรัฐบาล ในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคหลังจับ ‘ปลากระป๋องไม่ตรงปก’ ได้คราวก่อน หลังเกิดการร้องเรียนว่า เอา ‘ปลาหมอคางดำมาทำปลากระป๋อง’ แม้กรมประมง ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักจะตรวจแล้วว่าไม่ใช่ แต่ฝ่ายค้านกับ ‘ไบโอไทย’ กลับมีข้อมูลอีกชุดมา ‘นอนยัน’ ใช้ปลาหมอคางดำแหงๆ

ปลาหมอคางดำกินได้ ไม่ผิดแต่ปัญหาคือ การ‘หลอกลวง’ และซ้ำร้ายไปกว่านั้น กรมประมงซึ่งมี ‘DNA BANK’กลับตรวจไม่เจอ เมื่อ‘ข้อมูล’ไม่ตรงกัน ก็แสดงว่างานนี้ ต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ให้ ‘ข้อมูลเท็จ’ คำถามคือ ฝ่ายไหนหล่ะครับเนี่ย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘แหกคอก-ล้างบาง-บ้าไปแล้ว’ ชัชชาติ-รองปกรณ์-นายกหนู , ‘ศุภจี-เจ๊จง’กับ‘ข้าวแกง40บาท’ ‘กรมประมง’กับ‘ปลาหมอคางดำ’