เรื่องมันมีอยู่ว่า ได้เวลา‘ล้อมคอก’กันอีกแล้ว ฟื้น‘จัดระเบียบสังคม’ท่าจะดี . คดีทิพย์‘สังคมไทย’ฮิตไม่แผ่ว หวัง‘ฮั้วสว.’จะไม่‘ฮั้วสว.ทิพย์’

14 ก.ค. 2569 - 06:46

  • ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายแรงหรือสะเทือนขวัญ การรับมือของภาครัฐเหมือนนเดิมทุกครั้ง

  • เยียวยา หาสาเหตุ แต่ไม่ย้อนกลับไปดูต้นเหตุจริง ๆ ของปัญหา

  • คำว่า ทิพย์ ถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์หลายครั้ง จนเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่เรื่องดี

เรื่องมันมีอยู่ว่า ได้เวลา‘ล้อมคอก’กันอีกแล้ว ฟื้น‘จัดระเบียบสังคม’ท่าจะดี . คดีทิพย์‘สังคมไทย’ฮิตไม่แผ่ว หวัง‘ฮั้วสว.’จะไม่‘ฮั้วสว.ทิพย์’

เรื่องมันมีอยู่ การแก้ปัญหาใหญ่ ๆ สะเทือนใจอย่างไฟไหม้ อุบัติเหตุใหญ่ ภาครัฐทำได้แค่เยียวยา หาสาเหตุ ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง  ควรย้อนกลับไปบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ไม่มีช่องโหว่ให้ซิกแซก<>ทำให้คำว่า ‘ทิพย์’ ที่เป็นเรื่องดี ต้องกลายมาเป็นคำเปรียบเทียบกับสิ่งไม่ได้ไปได้ เช่นติดคุกทิพย์  พ่อทิพย์ และอาจจะมี ฮั้ว สว.ทิพย์ก็ได้<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ได้เวลา‘ล้อมคอก’กันอีกแล้ว

ฟื้น‘จัดระเบียบสังคม’ท่าจะดี

ทุกครั้งที่เกิด ‘โศกนาฏกรรม’ กับสถานบันเทิงยามค่ำคืน จะมี 3 หัวเรื่องที่ใหญ่ๆให้ ‘ขุดข่าว’ ไม่ว่าเรื่อง ‘เยียวยา-หาสาเหตุ’ และที่สุดก็‘ล้อมคอก’ มีลักษณะแบบนี้มา ‘ชั่วนาตาปี’ รู้ทั้งรู้ว่าหัวใจของปัญหานี้อยู่ที่การ ‘บังคับใช้’ กฎหมายอย่างเข้มงวด

ต้องยอมรับว่า ‘เดอะหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย นั้นตื่นตัวต่อปัญหาอย่างยิ่ง ‘น้ำรั่ว’ อุโมงค์ก่อสร้างสถานีวงเวียนใหญ่ เดอะหนูไปดูที่เกิดเหตุทันที ล่าสุด ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ นายกฯ ก็ไปถึงในที่เกิดเหตุคนแรกๆ

‘เยียวยา-หาสาเหตุ’ นั้น‘ต้องรีบ ต้องทำ’ แต่ล้อมคอกนี่ซิเรื่องยาว ผู้ว่าฯชัชชาติ ยืนยันหลังเขตจตุจักรระบุว่า มาตรวจตราเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ปัญหาที่เป็น ‘รูโหว่’ คือพื้นที่นั้นไม่ใช่ ‘โซนนิ่ง’ แต่ ‘ซิกแซก’ ขอใบอนุญาตแบบร้านอาหารแต่ทำเป็น ‘ผับบาร์’

เมื่อเกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจ ภาครัฐทำแค่ เยียวยา  หาสาเหตุ ล้อมคอก  แต่ไม่เคยย้อนกลับไปถึงต้นเหตุจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แล้วเหตุแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก
เมื่อเกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจ ภาครัฐทำแค่ เยียวยา หาสาเหตุ ล้อมคอก แต่ไม่เคยย้อนกลับไปถึงต้นเหตุจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แล้วเหตุแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก

เชื่อว่าช่องโหว่ลักษณะแบบนี้น่าจะยังมีอีกมาก เพราะสถานบันเทิงนั้นมี ข้อปฎิบัติชัดเจนทั้ง อุปกรณ์ดับไฟ-ทางหนีไฟไปจนถึงวัสดุที่ ‘ไวไฟ’ ในการก่อสร้าง

ที่บอกว่าลักษณะแบบนี้น่าจะยังมีอีกมาก ปัญหาคือลำพังกำลังของเขต ภายใต้กทม.นั้นเพียงพอการ ‘จัดการ’ หรือไม่ เพราะได้ ‘บิ๊กต่าย’ ผบ.ตร.บอกว่าเดี๋ยวจะมี ‘ข้อปฏิบัติ’ที่ชัดเจนกว่านี้ และจะใช้ ‘ตรวจตรา’สถานบันเทิงทั้งประเทศ

ในแง่ของการท่องเที่ยว นอกจากธรรมชาติที่ทั้งโลกอยากมาเห็น มีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นคือ ส่วนหนึ่งนั้นชื่นชอบ ใน‘ไนท์ไลฟ์’ของประเทศไทย โดยเฉพาะ‘เมืองใหญ่’

เห็นแบบนี้แล้วอดนึกไปถึง ‘จัดระเบียบสังคม’ ที่ อดีตมท.1 ที่ชื่อ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เคย ริเริ่มแม้ภายหลังจะโดนธุรกิจกลางคืน ‘ค่อนแคะ’ ว่า งานอื่นมีไม่ทำ เอาแต่มา‘ตรวจฉี่’ ที่สุดก็ไม่มีใครสานต่อ

สิ่งที่น่าจะได้จากนโยบายจัดระเบียบสังคมคือ การตื่นรู้ของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ‘ข้อน่าสังเกต’อย่างหนึ่งของรัฐบาล เดอะหนูคือ หากมีข้อเสนออะไรดี อะไรเข้าท่า มักจะ‘ทำทันที’ไม่มีนิ่งเฉย

กรมการปกครอง มักจะมีข่าว‘จับกุม’ ผับบาร์สถานบันเทิงแบบมั่วสุมยาเสพติด อยู่เป็นประจำ งานนี้ท่าจะดีหากมี ‘เจ้าภาพ’ เข้ามาช่วยจัดการ มหาดไทยมีรมช.ตั้ง 3 คน ดู‘หน่วยก้าน’งานนี้เห็นที  เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นั้น‘เข้าตา’กว่าใครเพื่อน

วันดีคืนดีชวน ‘ลุงใจดี’ ที่ชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ไปด้วยก็ไม่น่าจะผิดกฎหมายแต่อย่างใด

<<<<>>>>> 

 คดีทิพย์‘สังคมไทย’ฮิตไม่แผ่ว

หวัง‘ฮั้วสว.’จะไม่‘ฮั้วสว.ทิพย์’

คำว่า ‘ทิพย์’ กำลังกลับมา ‘ฮิต’ อีกครั้งในสังคมไทย เพราะแต่ละข่าวล้วนต่อท้ายด้วย ‘ทิพย์’ ไม่ว่าจะเรื่อง ‘หุ้นทิพย์’  หรือ ‘พ่อไทยทิพย์’ ไปจนถึง‘สอบทิพย์’ ที่กำลังตามล่าจับปลาใหญ่เรื่อยไปจนถึง ‘นายกฯทิพย์’ หรือแม้กระทั่งเรื่องใหญ่ทางการเมืองอย่างเรื่อง ‘ติดคุกทิพย์’ ก็ล้วนแต่ ‘ทิพย์’ทั้งนั้น

หากดู ‘ความหมาย’ ตามพจนานุกรม นั้น ทิพย์แปลได้ 2 บริบท แต่ที่ดูจะตรงสมัยที่สุดคือความหมายในโลกโชเชียลว่า หมายถึง การมโน จินตนาการ หรือสิ่งที่คิดขึ้นมาเองว่าอยากมีอยากได้ แต่จริงๆ แล้ว ไม่มีอยู่จริง มักใช้ต่อท้ายคำนามต่างๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสความสนุกสนาน

ยังมีอีกหลายเรื่องที่กำลังส่อว่าจะกลายเป็น ‘เรื่องทิพย์’ ขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องคอขาดบาดตายอย่างกรณี ‘ฮั้วสว.’

วันก่อน ในโอกาสจะครบ 2 ปี  คดีฮั้วสว.เกิดการ ‘รวมตัว’ ของผู้ใกล้ชิดที่ติดตามคดีฮั้ว.สว.กันเรื่อยมา งานนี้จัดโดยวิปฝ่ายค้าน มี ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ์ เป็นโต้โผ มากันทั้ง ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, สมชัย ศรีสุทธิยากร ,ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ขาดไปก็แต่ ‘ดร.สมชาย’ หรือ สมชาย แสวงการ อดีตสว.ที่ออกมา ‘ปูดข่าว’ คนแรก ๆ ในสังคม

คดี ‘ฮั้วสว.’มีอยู่ใน2ส่วน ส่วนแรกในมือ ดีเอสไอ ที่พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กำกับดูแล ขณะที่อีกส่วนซึ่งสำคัญกว่า คืออยู่ในการพิจารณาของ ‘7 กกต.’ ว่า ตกลงแล้วจะออก‘ก้อย’หรือจะออก ‘หัว’ เพราะความเห็นของ 2 คณะกรรมการสอบสวนเบื้องต้นทั้ง‘ชุดที่ 26’ และ ‘ชุดที่36’ ดูจะไม่สอดคล้องกัน

การพิจารณาของ 7 กกต.เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวแทรกในกรณีของ ‘พี่แหวง’ หรือ แสวง บุญมี เลขาธิการฯกกต.ชื่อดังว่า ตกลงแล้ว ผลการประเมินการทำงาน ‘สอบตก’ หรือ ‘สอบผ่าน’กันแน่

มี 3 ทางไปไม่น่าจะ‘นอกเหนือ’ ไปจากนี้คือ 1.ยกฟ้องทั้งหมด  ,2.ฟ้องบางส่วน  และ3.ฟ้องทั้งหมด( 229 คนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา)  ซึ่งจะออก‘ประตูไหน’ ก็ยากที่จะ‘หนีไฟ’ พ้น โดยเฉพาะประตู ‘ยกฟ้องทั้งหมด’ เพราะหากออกประตูนั้น ‘ฮั้วสว.ทิพย์’ จะดังกระหึ่ม ที่สำคัญไปกว่านั้น ‘กกต.ทิพย์’ จะตามมา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์