เรื่องมันมีอยู่ว่า ครบ1ขวบ‘MOAไร้เดียงสา’ ‘ส้ม’กู้ชื่อบู๊‘ระบอบสีน้ำเงิน’ , สัญญาณ‘ลงถนน’ระวัง‘จุดติด’ ‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’เริ่ม‘ตั้งเค้า’

4 ก.ย. 2569 - 07:55

  • ครบรอบ 1 ปีของ MOA ระหว่างพรรคส้มกับพรรคสีน้ำเงิน

  • การเปิดตัวระบอบสีน้ำเงิน และกำลังกุมอำนาจการเมืองในวันนี้

  • สถานการณ์ ทนไม่ไหวแล้วโว้ยกำลังเกิดขึ้นกับการกลับมาของบ้านพระอาทิตย์

เรื่องมันมีอยู่ว่า ครบ1ขวบ‘MOAไร้เดียงสา’ ‘ส้ม’กู้ชื่อบู๊‘ระบอบสีน้ำเงิน’ , สัญญาณ‘ลงถนน’ระวัง‘จุดติด’ ‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’เริ่ม‘ตั้งเค้า’

เรื่องมันมีอยู่ว่า   ผ่านไปครบ 1  ปีของสัญญา MOA ระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย  ส่งอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ และดันให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นฝ่ายค้าน และกัดฟันกลืนเลือดมาตลอด<> ภาวะ‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’กำลังเกิดขึ้น และขยายแนวร่วม จับตาการกลับมาของบ้านพระอาทิตย์ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ครบ1ขวบ‘MOAไร้เดียงสา’

‘ส้ม’กู้ชื่อบู๊‘ระบอบสีน้ำเงิน’

เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมาถือว่าครบ 1ขวบปีของ MOA ฉบับ ‘ส้มกับน้ำเงิน’ ที่เงื่อนไข 3 ข้อ

1.สนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯคนที่32 ของประเทศไทย

2.พรรคประชาชน ไม่ร่วมรัฐบาลแต่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

3.แก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา

MOA นั้นบรรลุ 2 ข้อ คือได้นายกฯที่ชื่อ อนุทิน และ2.พรรคประชาชนยังทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป ขณะที่การยุบสภาเกิดขึ้นจนนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมไปกับ ‘ประชามติ’ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จนแล้วจนรอด การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยัง‘ไม่เกิดขึ้น’

‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คือ ‘ธงแรก’  ที่พรรคประชาชน ‘ปูพื้นฐาน’ ไว้ในการทำหน้าที่ตรวจสอบในครั้งนี้ แม้ตลอด 1 ขวบปีที่ผ่านมาไป ‘วิวาทะ’ ว่าด้วยเรื่องการ ‘ขอบคุณ’ ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง ‘ทิ่มตำ’อารมณ์ของพรรคประชาชนไม่น้อย เพราะทุกครั้งที่เอ่ยถึง ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ นายกฯคนที่32และคณะ จะขอบคุณพรรคประชาชน จนผู้นำฝ่ายค้านอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต่องออกมาพูดว่า ‘พอได้แล้ว’

1 ในส่วนขยายความของระบอบสีน้ำเงินที่สำคัญคือคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่เดินมากว่า 2 ปี และทำท่าจะมาถึง ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ในวันที่ 14 กันยายนที่จะถึงนี้ ที่ว่าสำคัญเพราะ ตราบใดที่คณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะไปในทางดำเนินคดีกับ ‘กระบวนการ’ ที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถือเป็น ‘สุดยอดปรารถนา’ ของพรรคประชาชนจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะวาระที่1ขั้น ‘รับหลักการ’ ต้องใช้เสียงสว.1ใน 3

‘คดีฮั้วสว.’นี่แหละจะทำให้เส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘เดินไปต่อได้’ ขณะเดียวกัน‘คดีฮั้วสว.’จะเป็น‘แผลใหญ่’ ในทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย อย่างชนิดที่ยากจะหลีกพ้น

กระบวนการ‘ซักฟอก’ ในสมัยประชุมที่จะสิ้นสุดในราวๆวันที่ 22 ธันวาคมนี้นั้น ‘ชัดเจน’ ว่า การเปิดอภิปรายทั่วไป และอภิปราย‘ไม่ไว้วางใจ’ ทั้ง 2 กรณีจะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะทั้งงานบริหารที่มีข้อ‘ครหา’ ทั้งประสิทธิภาพและความไม่ชอบมาพากลในบางเรื่อง จะผ่านเวทีทั่วไปส่วนการ‘ไม่ไว้วางใจ’ จะเกิดขึ้นตามมา เพราะมีเรื่องราวหนหลังให้ได้ ‘ขยายแผล’

ทั้งหมดจะเกิดขึ้น ท่ามกลางคำถามสำคัญที่เริ่มมีความเคลื่อนไหว ทั้งในพรรคการเมือง ‘ร่วมรัฐบาล’อย่างพรรคเพื่อไทย และ‘ฝ่ายคอย’ ที่ทุกวันนี้ยังไม่ได้ทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ อย่างพรรค‘กล้าธรรม’

‘หัวหน้าเท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  พรรคประชาชน ที่เปิดเส้นทางให้ระบอบสีน้ำเงินเกิดขึ้นจาก MOA ฉบับเดียว
‘หัวหน้าเท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ที่เปิดเส้นทางให้ระบอบสีน้ำเงินเกิดขึ้นจาก MOA ฉบับเดียว

หลายวันก่อน‘หัวหน้าเท้ง’ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พูดคำโก้ไว้ว่า

‘ในฐานะที่ผมเคยทำให้ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อย่าลืมว่าวันนี้ ผมอาจจะอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ท่านหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เช่นเดียวกัน’

นายณัฐพงษ์ ใช้คำว่า‘อาจจะ’ เพราะต้องยอมรับว่าด้วย‘เงื่อนไข’ ในเวลานี้โอกาสเปลี่ยนขั้วนั้นก็มี แต่เป็นเรื่องที่‘ยากมาก’

ไม่มีคำอธิบายใดๆกลับมา นอกจากการตอบโต้เบาๆแต่ ‘เจ็บแรง’ อย่าง ‘ขอบคุณ ขอบคุณครับ ขอบคุณและขอบคุณ’ จาก ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แกนนำคนสำคัญของพรรคการเมืองที่มี ‘สีน้ำเงิน’ เป็นสัญลักษณ์

งานนี้ ถ้าไม่พัง ถ้าไม่‘ปางตาย’ ก็น่าจะ ‘แผลเต็มตัว’ แน่ๆ

<<<<<>>>>> 

สัญญาณ‘ลงถนน’ระวัง‘จุดติด’

‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’เริ่ม‘ตั้งเค้า’

ต้องบอกว่า ‘ดีใจสุดๆ’ กับ 2 ปรากฎการณ์ข่าว เรื่องราวของ ‘น้องเนเน่’ และ‘วอลเลย์บอลหญิงไทย’ที่คว้าแชมป์เอเชีย คว้าตั๋วไปโอลิมปิกครั้งประวัติศาสตร์สังคมไทยถ้วนหน้าล้วนมีความสุข ท่ามกลาง ‘ความทุกข์’ ที่ในเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา แถบจะหาความดีใจในลักษณะแบบนี้ได้ยากยิ่ง

หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่เดินเข้าสภาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นก็มีอำนาจโดยสมบูรณ์ในการบริหารบ้านเมืองราวก่อน‘เทศกาลมหาสงกรานต์’ จะเริ่มต้นขึ้นไม่กี่วัน

ต้องยอมรับว่าปัญหา‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ที่ส่งผลให้เกิด‘วิกฤตพลังงงาน’ นั้นกระทบเศรษฐกิจไทยที่ ‘เปราะบาง’เข้าอย่างจัง การบริหารน้ำมัน ทั้งน้ำมันจากปั้ม การกักตุน‘ไอ้โม่ง’ที่กินส่วนต่าง นี่กระมังที่เป็น‘ปฐมบท’ ของข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆที่ตามมา

‘อนุทิน’ ย้ำนัก ย้ำหนาถึง ‘4 ภัย’ที่รัฐบาลต้องเผชิญ 1.ภัยธรรมชาติ, 2.ภัยชายแดน, 3.ภัยสังคม และ4.ภัยเศรษฐกิจ   เป็น 4 ภัยที่ครั้งหนึ่งอนุทินเคยที่เล่นทีจริงว่า อยากเปลี่ยนนามสกุลเป็น‘หลีกภัย’

ในมุม‘ภัยเศรษฐกิจ’ น่าจะ‘หนักกว่า’ ใครเพื่อน ปัญหาล่าสุดกรณี ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ปัญหาที่รัฐบาล ‘เดินตามทุน’ และ‘เดินตามแก้’ เพราะดาต้าเซ็นเตอร์มาเมืองไทย มานอนเล่นในกทม.ได้จะ 1-2 ปีเข้าไปแล้ว

กรณีเงินกู้ 400,000 ล้านบาทเพื่อประคองเศรษฐกิจพร้อมๆกับการ‘เปลี่ยนผ่านพลังงาน’ เพื่ออนาคตของประเทศยัง ‘เต่าขาหัก’ ต้วมเตี้ยม ไปไม่ถึงไหน โครงการ‘ไทยช่วยไทยพลัส’  ที่เป็น ‘วิตามิน’เสริมภูมิคุ้มกันความนิยมรัฐบาลกำลัง‘จบลง’ เฟส2วันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ และถูกคาดหมายว่าจะมี ‘เฟส 3’ตามมาแน่นอน

ขณะโครงการใช้เงินกู้ ‘แทบทั้งหมด’ ล้วนผูกพันกับคำว่า‘โซล่าร์’ ท่ามกลางข้อห่วงใยในการใช้เงินกู้แบบไร้ประสิทธิภาพ ที่มาพร้อมๆกับท่า‘ลูบปาก’ ที่ฝ่ายค้าน ‘ตัวจี๊ด’ ทำไว้ในระหว่างประชุมสภา

ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 79 กำลังเข้าสภา 7-8-9 กันยายนที่จะถึงนี้ เป็น ‘ไฟต์บังคับ’ ที่ยังไงเสียก็ผ่านออกมาใช้

แต่‘ภัยสังคม’ ที่กดทับอารมณ์ผู้คนนี่ซิ ‘น่ากลัว’ เริ่มที่กระบวนการยุติธรรม กรณี ‘5 ศพ’  จ.ชลบุรี ตามมาด้วยกรณี ‘เล่าต๋า’  อดีตราชายาเสพติดเหล่านี้กลายเป็น ‘คำถามดังๆในใจ’  จะปล่อยไป‘แบบไทยๆ’ อย่างนี้หรือ

ยิ่งปัญหา ‘นอมินี’  ต่างชาติ ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ทั้ง กทม.ทั้งต่างจังหวัด จากที่เรียกว่า ‘จีนเทา’ ที่บัดนี้มี ‘เทาสารพัด’

ไม่แปลกที่‘ประมุขบ้านพระอาทิตย์’ สนธิ ลิ้มทองกุล จะประกาศแถลงข่าววันที่ 7 กันยายนนี้ และอาจจะมาด้วยการ‘ลง’ เพื่อทวงคืนสมบัติของชาติไทยคืนมา ล่าสุดปัญหา‘อิสราเอล’ ที่รัฐบาลทำได้แค่แก้ปัญหาไปที่เรื่อง ไปทีละวัน โดยที่ยังไม่ชัดเจนเป็น ‘รูปธรรม’ ว่าทั้งหมดจะเอากันอย่างไร

อย่าคิดว่างานนี้จะ‘จุดไม่ติด’ นะจะบอกให้ อย่ามีหลายปัญหาที่รัฐบาลยัง ‘ละเลยแก้ไข’ ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนสำคัญน่าจะมาจากการ ‘ขาดเจ้าภาพหลัก’ เพราะ 1 ปัญหานั้นมีผู้เกี่ยวข้องกับการแก้ไข ‘เยอะเหลือเกิน’

พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือที่ชื่อโก้เก๋ว่าพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ผ่านมาก็เป็นกฎหมายบังคับใช้เรียบร้อย ท่ามกลางความเคลื่อนไหวอย่าง ‘คึกคัก’ จากทุกฝ่าย

‘จับตา’ กันให้ดีวาทกรรมที่ ‘เดอะหนู’  เคยบอกว่า ‘รวยไม่ไหวแล้วโว้ย’ ที่บัดนี้กำลังแปรเปลี่ยนไปเป็น‘ทนไม่ไว้แล้วโว้ย’ กำลังเริ่มตั้งเค้ารอบใหม่ บอกได้คำเดียวว่า ‘อย่าประมาท’อารมณ์‘ผิดหวัง’ของสังคมไทยนะจะบอกให้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์