เรื่องมันมีอยู่ว่า เหมือนกับว่า หากการเมืองถึงทางตัน ความนิยมลด การอัดฉีดด้วยเงินจะได้ผลมากกว่าคำสัญญาเพ้อฝัน เลยไม่รู้ว่าใครลอกใครระหว่างไทยกับสหรัฐจากนโยบายแจกเงิน <> ภาคธุรกิจรายใหญ่ ร่วมมือ ร่วมใจ เลิกจ่ายเงินใต้โต๊ะตั้งแต่ตุลาคมนี้เป็นต้นไป<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
จาก‘ทรัมป์แจกเงิน’ถึง‘หนูพลัส’
‘เอกนิติ’ขยับ‘พุ่งเป้า-เสริมภูมิ’
สร้างความฮือฮากันไปทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาหลังประธานาธิบดีจอม ‘สติเฟื่อง’ แห่งพรรครีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ว่าจะแจกเงินผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคน คนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 164,350 บาท ภายใต้ชื่อว่า‘เงินปันผลทรัมป์’ โดยมีข้อแม้ว่า หากพรรครีพับลิกันสามารถรักษา ‘เสียงข้างมาก’ ในสภาคองเกรสได้ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิการยนที่จะถึงนี้
มีคำถามตามมามากมายทันทีว่า เงินจำนวน‘มหาศาล’ขนาดนี้ ทรัมป์จะหามาจากไหน ที่สำคัญไปกว่านั้นคือสามารถ‘ทำได้หรือไม่’ เพราะการหาเสียงในลักษณะแบบที่ว่ามันคือ ‘การซื้อสียง’ ชัดๆ ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ทรัมป์กำลังเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองอย่างหนัก ‘เลือดเข้าตา’ถึงขนาดงัดไม้ตายมาใช้ ทั้งนี้ผล ‘กลางเทอม’ ของสหรัฐจะชี้ชะตาของทรัมป์ ที่เหลือเวลาการนั่งเก้าอี้อีก 2 ปีนับจากนี้
กลับมาที่ประเทศไทย ท่ามกลางความเคลื่อนไหว ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’ แม้จะ‘ไม่ใช่’ การไล่รัฐบาลทางตรง แต่ก็เป็นการ ‘ทวงผลงาน’ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการไล่ ‘ทางอ้อม’
อย่างที่รู้กัน‘หัวใจ’ สำคัญของทุกรัฐบาลคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่า รัฐบาล‘อนุทิน1’ นั้นเปิดฉากอย่างสวยงาม แต่หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แม้จะมีชัยชนะ ผ่านเสียงที่ได้รับการสนับสนุนกว่า 190 เสียง จัดตั้งรัฐบาล 2 สี คือ‘น้ำเงินกับแดง’ แต่การแก้ไขปัญหา ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘3 แม่ครัว’ เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์ ดูจะมาช้ากว่าวิกฤตที่เกิดขึ้น
โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ที่ผ่านเฟส 1 และกำลังจะหมดเฟส 2 ในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ เป็น ‘ไฟต์บังคับ’ ให้รัฐบาลเดินต่อและน่าจะมาพร้อมๆกับสารพัดโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินในพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท
ได้ยิน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลังระบุว่า หลังมีเสียงเรียกร้องให้ขยายเวลาโครงการเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อออกไปอีก 1-2 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเห็นข้อสรุปและความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์นี้ แปลไทยเป็นไทยก็คือ ไทยช่วยไทยพลัส ‘เฟส3’ นั้นมา ‘แน่นอน’
อีกมุมที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ชัดแม้จะ ‘จำเป็น-เร่งด่วน-ฉุกเฉิน’ นั่นคือ โครงการใช้เงินกู้ 400,000 ล้าบาท ซึ่งขณะมี 2โครงการที่ทำท่าว่า ‘เอาแน่’ คือโครงการ ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ คลังอนุมัติเงินกู้ 3,500 ล้านบาทจำนวน 1 ล้านสิทธิผ่านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และโครงการ‘โซลาร์รูฟท็อป’ วงเงินกว่า 50,000 ล้านบาท
ถ้าทรัมป์จะงัดท่า‘ไม้ตาย’ มาต่อลมหายใจทางการเมือง ก็ไม่แปลกใจหาก ครม.อนุทิน จะงัดท่า ‘ไม้เด็ด’ มาต่อ ‘ลมหายใจ’ เล่นกันท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ชวน ‘อึดอัด’ อย่างยิ่ง
<<<<>>>>
เลิกจ่าย‘ใต้โต๊’กับวลี‘เหนือโต๊ะ’
กับปรากฏการณ์ ‘กกตหค.’ในสภา
โกหก ‘เด็กป.1’ ยังยากเลยกับคำอธิบายในตัวย่อ ‘กกตหค.’ ที่ สส.พรรคประชาชน แสดงไว้เพื่อประกอบคำอภิปรายในสภาระหว่างถกร่างพ.ร.บ.งบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. แม้จะมีการ ‘อธิบายขยายความ’ ภายหลังว่าหมายถึง คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งความยุติธรรม แต่นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการเอา ‘สีข้างเข้าถู’ ถือเป็นพฤติกรรมที่‘ผู้แทนประชาชน’ไม่สมควรที่จะ ‘กระทำ’ เป็นอย่างยิ่ง
อีกด้านกรณี ‘สอบสวนกลาง’ จับกุม ‘พระวชิรญาณ’ หรือ ‘หลวงพ่ออติโชติ’ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯหลังพบพฤติกรรม‘สุดเสื่อมทราม’ ทั้งเบียดบังเงินวัด 92 ล้านบาท และเสพเมถุนกับสีกาคนสนิท
แต่ที่‘ฮือฮา’หนักไปกว่านั้นคือ ‘เหรียญเหนือดวง’ และ‘โต๊ะแดง’ ที่เป็นหลักฐานสำคัญท่ามกลาง ‘คลิปเสพเมถุน’ ที่เผยแพร่กันสนั่นลั่นเมือง ‘โต๊ะแดง’ ตัวที่ว่านี้ ก่อให้เกิดคำใหม่ในสังคมว่า ‘เหนือโต๊ะ’ ท่ามกลางความคุ้นชินที่สังคมไทยมักจะได้ยินแต่คำว่า ‘ใต้โต๊ะ’
พูดถึง ‘ใต้โต๊ะ’วันก่อนดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ว่า ปัญหา‘คอร์รัปชัน’ คือ อุปสรรคใหญ่ของเศรษฐกิจ ข่าวว่าในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะมีการรณรงค์ภาคธุรกิจ‘เลิกจ่ายใต้โต๊ะ’ พร้อมใช้เครือข่ายมหาวิทยาลัยร่วมขับเคลื่อน Zero Corruption
ภาคเอกชนกลุ่มนี้ คือกลุ่มแรกที่ออกมาผลักดันให้รัฐบาลหา ‘ยาแรง’ มาแก้ไขปัญหา จนรัฐบาลต้องตั้ง คณะกรรมการที่มีปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯด้านกฎหมาย ขึ้นมาเพื่อ ‘ลด’ขั้นตอน และ‘เพิ่ม’ ความโปร่งใสในกระบวนการทางธุรกิจ
อดีต‘ใต้โต๊ะ’ นั้นถูกพูดถึงกันมาก แต่มาปัจจุบัน‘เหนือโต๊ะ’ นั้นแรงกว่า แต่จะ‘ใต้โต๊ะ-เหนือโต๊ะ’ ก็ตาม หากไม่แก้ไขสะสาง วางระบบระเบียบกันใหม่ ในอนาคตโอกาสที่จะ ‘ล้มโต๊ะ’ จะเกิดขึ้น ใกล้แล้วนะจะบอกให้




