












สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นิติธร ถ้ำเหลือ (ทนายนกเขา) และ พิชิต ไชยมงคล ตลอดจนแนวร่วม อาทิ นัสเซอร์ ยีหมะ, ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที, ใหม่เสมอ จนสุขสำราญ, มะลิวัลย์ หวาดน้อย, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ สิรณัฐ สมุทร หรือ “ทราย สก๊อต” นำมวลชนจัดกิจกรรมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์บริเวณสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่ออ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือถึง ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ (Dr. Alona Fisher-Kamm) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
โดยเรียกร้องให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ตักเตือนพลเมืองอิสราเอลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้เคารพกฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศไทย รวมถึงให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของชาวอิสราเอลในประเทศไทย
ตั้งคำถาม “ชาบัด” ปมอธิปไตยไทย
พิชิต ไชยมงคล ขึ้นปราศรัยถึงเอกอัครราชทูตอิสราเอล โดยระบุว่า กำลังประพฤติตัวเหมือนนักการเมืองไทย จากกรณีให้สัมภาษณ์ในทำนองพลเมืองอิสราเอลเป็นคนดี เคารพวัฒนธรรมไทย และเคารพกฎหมายไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นไปตามที่เอกอัครราชทูตอิสราเอลระบุ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคงไม่เกิดขึ้น ทั้งกรณีการจับกุมทหารหนีทัพอิสราเอลพร้อมอาวุธและยาเสพติดที่เกาะพะงัน รวมถึงเหตุการณ์ที่มีการกล่าวถึงการคุกคามคนไทย
พิชิตยังตั้งข้อสังเกตถึงการเข้ามาของชาวอิสราเอลในประเทศไทย โดยกล่าวอ้างว่าประเทศไทยกำลังสูญเสียอธิปไตยภายในประเทศผ่านการใช้ชาบัดเป็นเครื่องมือ พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทขององค์กรดังกล่าวว่าเป็นเพียงองค์กรทางศาสนาหรือมีภารกิจอื่น และตั้งข้อสงสัยว่าพื้นที่ชาบัดอาจถูกใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการด้านความมั่นคงของอิสราเอลหรือไม่
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงการเข้าถึงพื้นที่ชาบัด โดยระบุว่า หากเป็นสถานที่เผยแพร่ศาสนา เหตุใดคนไทยหรือแม้แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้ ขณะที่ชาวคริสต์ ชาวมุสลิม หรือชาวไทยพุทธ สามารถเข้าไปยังโบสถ์หรือมัสยิดได้ พร้อมเปรียบเทียบว่า หากคนไทยไม่สามารถเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้ ก็เสมือนประเทศไทยกำลังเสียดินแดน
‘สนธิ’ อ่านแถลงการณ์ ชี้ต้องตรวจสอบการครอบครองที่ดิน
ขณะที่ สนธิ ลิ้มทองกุลอ่านแถลงการณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยกล่าวถึงพฤติกรรมของรัฐบาลอิสราเอลในช่วงที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเห็นว่าเป็นการขยายอิทธิพลและระรานพื้นที่ในหลายประเทศ รวมถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยกล่าวอ้างว่ามีการนำคำกล่าวอ้างทางศาสนามาใช้เพื่อขับไล่ชาวปาเลสไตน์ ทั้งที่ชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายร้อยปี
สนธิยังกล่าวถึงการเข้ามาของชาวอิสราเอลในประเทศไทย โดยกล่าวอ้างถึงการขอสัญชาติไทยเพื่อครอบงำหรือครอบครองพื้นที่ และระบุว่ามีการได้สัญชาติในช่วงที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่าการให้สัญชาติสามารถมีการถอดถอนสัญชาติได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังเปรียบเทียบการเข้ามาของชาวอิสราเอลกับ “กลุ่มทุนจีนสีเทา” โดยระบุว่าแตกต่างกันตรงที่ทุนจีนสีเทามุ่งหวังผลกำไร ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลตามข้อกล่าวอ้างในแถลงการณ์มุ่งหวังการครอบครองผืนแผ่นดินไทยในระยะยาว ผ่านการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การใช้ตัวแทนอำพราง (Nominee) และการกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อสร้างสุสาน
สนธิยังกล่าวถึงการดำเนินงานของศูนย์ชาบัด (Chabad: เครือข่ายศูนย์กลางชุมชนและศาสนกิจ) ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นศูนย์บัญชาการในการขยายอาณาเขตชุมชน รวมถึงแสดงความกังวลด้านความมั่นคงจากการเข้ามาตั้งรกรากของอดีตทหารและสายลับในพื้นที่ประเทศไทย เช่น อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมร่วมประณามความรุนแรงของรัฐบาลอิสราเอลที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ และระบุว่าหลังจากนี้กลุ่มจะมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
4 ข้อเรียกร้อง จี้ตรวจสอบชาบัด-ที่ดินฉะเชิงเทรา
สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มมี 4 ข้อ ได้แก่
- ให้บังคับใช้มาตรการอบรมและกำชับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลให้เคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทยอย่างเคร่งครัด
- ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานรัฐบาลไทยในการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่ใช้สิทธิทางการทูตเข้าแทรกแซง
- ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ชาบัด และองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ให้ส่งสารแสดงความไม่พอใจไปยังรัฐบาลอิสราเอล เพื่อเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่กลุ่มมองว่าเป็นความโหดเหี้ยมต่อพลเรือน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
PSC ร่วมกิจกรรม ชูป้ายต้านสงคราม-อิสราเอล
ในพื้นที่ยังปรากฏกลุ่มแนวร่วม Palestine Solidarity Campaign Thailand (PSC) จัดกิจกรรมชุมนุม โดยมวลชนบางส่วนถือป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ อาทิ “Take Back Our Country Ban Grey Capital” “Thailand Is Not For Sale” และ “ที่นี่ประเทศไทย” รวมถึงข้อความต่อต้านกองทัพอิสราเอล ขณะที่กลุ่มชาวมุสลิมร่วมถือป้าย เช่น “Children Killers Are Not Welcome In My Country” “Zionist Baby Killers Out Of Thailand” “No Pad Thai For War Criminals” และ “Stop The Genocide”
ระหว่างกิจกรรมมีการปราศรัยประณามพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางส่วน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลไทยที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
ส่วนการดูความเรียบร้อยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ ตั้งแนวรั้วเหล็ก ติดตั้งประตูตรวจจับโลหะและกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้า-ออก รวมถึงตรวจสอบกระเป๋าของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งของที่อาจผิดกฎหมาย
หลังการปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมยุติกิจกรรมตามกำหนด ก่อนที่มวลชนจะทยอยแยกย้ายออกจากพื้นที่ในเวลาประมาณ 11.00 น.

















