ย้อน ‘สหายแสง-ครูแก้วดาวแดง‘ ชีวิต ‘เสี่ยงตาย’ ยุค ‘เข้าป่า’ อวสาน ‘นักเลือกตั้ง’ มรสุม ‘ฮั้ว สว.’

15 ก.ย. 2569 - 19:39

  • ชีวิตสุดโลดโผนของ ‘ศุภชัย’ จาก ‘ลูกชาวนา’ เติบโตเป็น ‘คนหนุ่ม’ ในยุค ‘เดือนตุลา’ เดินเข้าป่า-ถือปืน-ลุยงานมวลชน ก่อนมาเป็น ‘ครูบ้านนอก’ เข้าสู่สนามการเมือง จนขึ้นเป็น ‘รัฐมนตรี-รองปธ.สภาฯ’ ก่อนจะ ‘โบกมือลา’ สนามการเมือง - โดนคดีฮั้ว สว.

ย้อน ‘สหายแสง-ครูแก้วดาวแดง‘ ชีวิต ‘เสี่ยงตาย’ ยุค ‘เข้าป่า’ อวสาน ‘นักเลือกตั้ง’ มรสุม ‘ฮั้ว สว.’

‘ศุภชัย โพธิ์สุ’ อดีตรอง ปธ.สภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย คือ 1 ใน 77 รายชื่อ ‘ผู้ถูกร้อง’ คดีฮั้ว สว. ที่ กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกาและเอาผิดคดีอาญา ซึ่งก่อนหน้านี้ ‘ศุภชัย’ เคยถูก ‘ศาลฎีกา’ พิพากษา ผิดจริยธรรมร้ายแรง ‘ถือครองที่ดินรัฐ’ ถูกสั่งเพิกถอนสิทธิ ‘รับสมัครเลือกตั้ง’ ตลอดชีวิต

ชีวิตสุดโลดโผนของ ‘ศุภชัย’ จาก ‘ลูกชาวนา’ เติบโตเป็น ‘คนหนุ่ม’ ในยุค ‘เดือนตุลา’ เดินเข้าป่า-ถือปืน-ลุยงานมวลชน ก่อนมาเป็น ‘ครูบ้านนอก’ และเข้าสู่สนามการเมือง จนขึ้นเป็น ‘รัฐมนตรี-รองปธ.สภาฯ’ ก่อนจะมาถึง ‘โบกมือ’ ลาสนามการเมือง - โดนคดีฮั้ว สว.

สำหรับ ‘ศุภชัย’ ชีวิตที่ ‘เสี่ยงตาย’ ต้องย้อนไปสมัยเป็น ‘สหายแสง’ ที่ต้อง ‘พกปืน-กระสุน-ระเบิด’ ยุค ‘เข้าป่า’ 4 ปี หลังเกิดภาพเหตุการณ์ล้อมปราบ นศ. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ 6 ต.ค. 2519 คือจุดตัดสินใจ ‘เข้าป่า’ สู้กับ ‘อำนาจรัฐ’ ซึ่งขณะนั้น ‘ศุภชัย’ ได้ออกจาก มธ. กลับมาฝึกสอนที่ จ.นครพนม ก่อนตัดสินใจ ‘เข้าป่า’ เป็นแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ

หลังได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ได้ไปประจำที่ ‘เขตภูพาน’ พื้นที่ จ.นครพนม หรือ เขตงานที่ 21 ภายใต้จังหวัดที่ 33 (ตามที่พรรคคอมมิวนิสต์ฯ แบ่งระบบจังหวัด) เพื่อไปฝึกใช้อาวุธ กลยุทธ์สู้รบ การปลุกระดมมวลชนต่างๆ ได้รับชื่อจัดตั้งว่า ‘สหายแสง’ ทำหน้าที่ ‘หน่วยจรยุทธ’

ครั้งหนึ่ง ‘สหายแสง’ ได้พบกับ ‘สหายเข้ม’ หรือ นพ.เหวง โตจิราการ หมอใหญ่ ประจำโรงพยาบาลบนภูพาน เพื่อรักษาไข้ป่า

‘สหายแสง’ เล่าวินาทีเฉียดตายที่ ‘ภูพาน’ ว่า มีหลายรอบ เพราะอยู่ในเขตจรยุทธ์ที่โจมตีกัน ครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปส่งจดหมาย และเคยไปนอนบนเถียงนา ช่วงตี3-4 พกปืนยาวอาก้า พกกระสุนปืนเต็มหน้าอก 250 นัด ปืนสั้น K54 กระบอกหนึ่ง กระสุน 50 นัด ระเบิด 3 ลูก ช่วงเช้าพบกองกำลังของรัฐบาลอยู่ใต้เถียงนา ทั้ง ตร. และ อส. (อาสาสมัครฝ่ายปกครอง) กว่า 30 คน ทำอาหารกันอยู่ ตอนนั้นอยู่กับเพื่อน 2 คน เตรียมปืนยาว หาทางหนี แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็เดินทางออกไป

อีกครั้งคือที่ ‘ทุ่งหนองขาม’ จ.นครพนม เวลาเจ้าหน้าที่จะกวาดล้าง ทาง ‘ทหารบ้าน’ ที่จัดตั้งก็จะมารายงาน ให้เปลี่ยนชุดเป็นชาวบ้าน มีครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่มาลาดตระเวนถึง ต้องไปหลบที่ห้วยไผ่ ถือปืนสั้น หลบใต้กอไผ่ที่น้ำเซาะใต้รากไผ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ 1 กองร้อย หรือราว 30 คน อาวุธครบ ก็เดินผ่านไป

จุดนี้เป็นเพียง ‘วินาทีเฉียดตาย’ จากหลายเหตุการณ์ ของ ‘สหายแสง’ ผ่านมา 4 ปี ในการเข้าป่าของ ‘สหายแสง’ ช่วงปี 2523 ขบวนการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเริ่มแตกแยก แนวคิดคนร่วมขบวนการเปลี่ยนไป ทั้งในประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ทำให้ ‘สหาย’ แต่ละคนเริ่มเดินออกจากป่า เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกฯ ในขณะนั้นประกาศนโยบาย 66/2523 ที่เรียกว่า ‘แผนพัฒนาชาติไทย’ มารับสถานการณ์พอดี ในการนิรโทษให้กับคนที่เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ตำแหน่งสุดท้ายของ ‘สหายแสง’ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและคณะกรรมการระดับจังหวัด (ฝ่ายการศึกษา) เขตจังหวัดที่ 33 จากผลงานงานด้านมวลชน

จากนั้น ‘สหายแสง’ กลายเป็น ‘ครูแก้ว’ มาเรียนต่อที่ ‘วิทยาลัยครูสกลนคร’ เมื่อเรียนจบมาสอบบรรจุครู ปี 2524 ที่ ร.ร.บ้านแค อ.สงคราม จ.นครพนม เติบโตในเส้นทางอาชีพครู มาถึงปี 2529 ‘ครูแก้ว’ ได้เป็น ‘ครูใหญ่’ ที่ ร.ร.ท่าหนามแก้วสวนกล้วย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

จนหลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ 2535 ‘ครูแก้ว’ ได้เดินเข้าสู่ ‘เส้นทางการเมือง’ เต็มตัว ลงสมัคร สส.นครพนม พรรคพลังธรรม แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้รับเลือกเป็น ‘สมาชิกสภาจังหวัด’ อ.ศรีสงคราม จนสุดท้ายได้เป็น สส.นครพนม สมัยแรก เมื่อปี 2544 ในนามพรรคความหวังใหม่ ก่อนย้ายมา ‘ไทยรักไทย-พลังประชาชน’ ได้เป็น สส. หลายสมัย

สุดท้าย ‘พลังประชาชน’ ถูกยุบพรรค ‘ศุภขัย’ กับ สส.อีสาน 23 ได้ตัดสินใจมาอยู่ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ตามคำแนะนำของ ‘เนวิน ชิดชอบ’ นั่นเอง

‘ชีวิตการเมือง’ ของ ‘ศุภชัย’ ที่อยู่ ภท. มีทั้งขึ้นสูงสุดและดิ่งลงสุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


ย้อน ‘สหายแสง-ครูแก้วดาวแดง‘ ชีวิต ‘เสี่ยงตาย’ ยุค ‘เข้าป่า’ อวสาน ‘นักเลือกตั้ง’ มรสุม ‘ฮั้ว สว.’