จี้ ‘กกต.’ทบทวนรายงาน ตั้งปมล่าช้า ‘คดีฮั้ว สว.’

16 ก.ย. 2569 - 15:55

  • ‘ทวี’ จี้ ‘กกต.’ กลับไปจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานปี 67-68 ใหม่ หลังพบข้อมูลบางส่วนไม่ตรงกัน

  • พร้อมตั้งข้อสังเกตการรับเรื่องร้องเรียนเลือก สว.ล่าช้าราว 10 เดือน ชี้กระทบความเชื่อมั่นประชาชน

  • ย้ำคดีไม่ควรแยกส่วน เหตุ กม.เปิดทางกันผู้ร่วมกระทำผิดเป็นพยานเพื่อสาวถึงผู้สั่งการ 

จี้ ‘กกต.’ทบทวนรายงาน ตั้งปมล่าช้า ‘คดีฮั้ว สว.’

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และ พ.ศ.2568 'พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง' สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายเรียกร้องให้ กกต.กลับไปจัดทำรายงานทั้ง 2 ฉบับใหม่ หลังพบว่าข้อมูลบางส่วนไม่ตรงกัน โดยรายงานปี 2567 จัดพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย. 2568 ส่วนรายงานปี 2568 จัดทำเมื่อเดือน ส.ค. 2569 ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสมหากปล่อยให้รายงานดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การสืบสวน ไต่สวน และดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของ กกต. แต่กลับไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดให้ต้องตั้งเรื่องสืบสวนโดยเร็ว โดยเลขาธิการ กกต.เคยชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การเลือก สว.เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 แต่ กกต.กลับรับเรื่องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 หรือห่างจากวันเลือกตั้งประมาณ 10 เดือน ทั้งที่มีผู้ร้องเรียนตั้งแต่วันดังกล่าว 

พ.ต.อ.ทวีมองว่า ความล่าช้าดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและการปล่อยปละละเลย ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ กกต. 

ส่วนกรณีประธาน กกต.ระบุว่ามีการพิจารณาคดีแยกเป็นส่วนๆ พ.ต.อ.ทวีเห็นว่าไม่สามารถแยกส่วนได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดทางให้กันผู้ร่วมกระทำผิดไว้เป็นพยาน โดยเจตนารมณ์คือให้พยานให้การไปถึงตัวผู้สั่งการหรือผู้บงการ และผู้ที่ทำให้เกิดการฮั้ว สว. พร้อมทั้งยังกล่าวถึงพยานรหัส 21/26 ซึ่งเป็นผู้ได้คะแนนสูงสุด 68 คะแนน และมีชื่ออยู่ในโพย โดยระบุว่า ประเด็นสำคัญขณะนี้คือความไม่เชื่อมั่นต่อ กกต. ซึ่ง กกต. 5 คนจาก 7 คน ถือว่าเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีผู้ที่ สว.ชุดนี้เลือกมาด้วย ดังนั้นไปทบทวนรายงานทั้ง 2 ฉบับ พร้อมระบุว่า “หากเป็นตัวเองจะไม่รับรายงานทั้ง 2 ฉบับ” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์