ผบ.ทร. ลั่นไม่มี ‘ล็อกสเปก-กีดกัน’
พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานแถลงความคืบหน้าการดำเนินดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกต ว่า กองทัพเรือมีความตั้งใจที่จะสื่อสาร อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งโครงการฯ นี้ เป็นโครงการฯ ที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และใช้เงินจากภาษีของประชาชนที่มีมูลค่าสูง และอยู่ในความสนใจของประชาชน จนมีความห่วงใย และเกิดคำถามมากมายในหลากหลายแง่มุม
ในช่วงที่ผ่านมามีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชน และโซเชียลมีเดีย โดยบางครั้งข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ไม่ตรงกับข้อเสนอที่แต่ละบริษัทยื่นต่อกองทัพเรือ นำไปสู่ความเข้าใจผิด และความสับสน เกิดข้อกังขาต่อโครงการนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ตนในฐานะผู้นำกองทัพเรือ จะสร้างความกระจ่างชัดด้วยข้อเท็จจริงทั้งหมด
ผบ.ทร. กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเป็นชาติที่มีทะเล และเส้นทางเดินเรือ, พลังงาน, ทรัพยากร และปากท้องของประชาชน ล้วนเชื่อมโยงกับทะเลทั้งสิ้น ประเทศต่าง ๆ ในโลกรวมถึงประเทศไทย อยู่ในภาวะขัดแย้งระดับสูง การนำเข้าสินค้า และพลังงาน การค้าขายระหว่างประเทศ ล้วนต้องผ่านการขนส่งทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ กว่า 90% และเป็นที่จะต้องรักษาอธิปไตย และการคมนาคมทางทะเลให้มีความปลอดภัย และเรือฟริเกตไม่ได้ดูเพียง เพราะอยากได้เรือลำใหม่ แต่เป็นหัวใจหลักในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
และการจัดหาในครั้งนี้ กองทัพเรือได้กำหนดคุณลักษณะที่เข้มข้น สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ว่าบริษัทใดที่ชนะการคัดเลือกในครั้งนี้ เรือลำนี้จะต้องเป็นเรือที่ดีมีสมรรถนะสูงในการรบ และคุ้มครองชีวิตกำลังพลของเราได้อย่างแท้จริง
ผบ.ทร. ย้ำว่า ในการดำเนินการคัดเลือก ตนได้กำชับคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ยึดหลักสำคัญ 5 ประการ อย่างเคร่งครัด คือ
1.ความถูกต้องตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนที่ทางราชการ
2. ความโปร่งใสตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน โดยมีผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมกับองค์กรต่อต้านคอรัปชันร่วมติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
3. ความเป็นธรรม และเท่าเทียมแก่ผู้ที่ยื่นข้อเสนอทุกรายตามหลักนิติธรรม
4. ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานไม่ใช่เพียงแค่ราคาถูกในวันส่งมอบเท่านั้น
5. ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดต่อประเทศชาติ และกองทัพเรือทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเน้นย้ำ กับคณะกรรมการในทุกระดับอยู่เสมอ
ผบ.ทร. ยังชี้แจ้งถึงข้อกังขาที่การกีดกัน หรือมีการล็อกสเปกหรือไม่ว่า การชี้แจงในวันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของกระบวนการที่ตรงไปตรงมาที่สุด ทุกบริษัทได้รับกติกาและเงื่อนไขเดียวกันตั้งแต่ต้นอย่างเท่าเทียม เปิดโอกาสให้บริษัทสอบถามจนเป็นที่แน่ใจ และเข้าใจตรงกัน
และการตรวจพิจารณา เมื่อมีบริษัทที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สำคัญที่กำหนดไว้ กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการฯ จึงไม่สามารถที่จะอนุญาตให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อเสนอหลังเปิดซองได้ เพราะคือ การทำลายความยุติธรรม เป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทอื่นที่มีการเตรียมการมาอย่างดี และถูกต้องครบถ้วน เพราะหากเปิดช่องให้ทำเช่นนั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ผิดกฎหมาย ทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีปัญหาไม่รู้จบ
ยืนยันว่า ไม่ใช่การกีดกัน แต่เป็นการรักษากติกา และความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
ขณะที่สเปกของเรือ เปรียบเสมือนการเลือกซื้อรถยนต์ ที่แต่ละคน อาจมองต่างมุมบางคนให้ความสำคัญกับเรื่องเครื่องยนต์ ความหรูหรา ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความทนทานของอะไหล่ และศูนย์บริการหลังการขาย ต่างคน จึงต่างเสนอมุมมอง ส่วนบุคคลที่ชื่นชอบและถนัด
สำหรับกองทัพเรือ เราอยู่กับเรือมาทั้งชีวิต เรารู้ซึ้งว่า ในยามเผชิญวิกฤตทางทะเล จุดใดคือหัวใจสำคัญของความอยู่รอด และชัยชนะ กองทัพเรือไม่ได้จัดหาเรือเพื่อให้มีเพียงเรดาร์ที่ดีที่สุด หรืออาวุธที่ดีที่สุด หรือมีเครื่องยนต์ที่ทำความเร็วที่สุด อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เรามองถึงภาพรวมทั้งระบบทุกระบบจะต้องเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์ มีความพร้อมรบสูงการซ่อมปรับปรุงระยะยาวมีหลักประกัน และประเทศชาติได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีสูงสุด
ผบ.ทร. ยืนยันต่อประชาชนว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการฯ ทุกคน ตั้งอยู่บนข้อมูลข้อเท็จจริง และหลักฐานเชิงประจักษ์ ปราศจากการแทรกแซงใด ๆ ทั้งสิ้น และกระบวนการ ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติ และความรับผิดชอบต่อกฎหมาย และชาติบ้านเมือง ความน่าเชื่อถือซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่เราขอร้องให้ท่านเชื่อ
แต่เกิดจากทุกขั้นตอนที่เราทำถูกต้องโปร่งใสมีเหตุผล และพร้อมรับการตรวจสอบเสมอ และกองทัพเรือ ได้เรือที่เปรียบเสมือนเขี้ยวเล็บที่สำคัญสร้างผลประโยชน์คืนสู่ประเทศชาติ กองทัพเรือได้เรือที่ดีที่สุด และประเทศไทยได้ผลประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าสูงสุด
ผบ.ชาฯ สั่งลุย ผ่านเกณฑ์ ‘บริษัท’ เดียว เปิดเหตุ 5 บริษัท ตกรอบ
พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต กล่าวแถลงว่า ตนจะทำหน้าที่แทนคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถให้คำตอบทุกคนได้เนื่องจากยังไม่ได้เวลาตามสัญญา ดังนั้นตนซึ่งอยู่นอกเหนือจาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ จึงสามารถที่จะให้ข้อมูลได้บนพื้นฐานของการเคารพกติกาทางการค้าและป้องกันผลกระทบและความเชื่อถือทางธุรกิจของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก จึงขอสงวนชื่อของบริษัทที่ชื่อเหล่านั้น
โดย ผบ.กร. เริ่มแจงตั้งแต่ที่มาว่ากองทัพเรือได้ กำหนดความต้องการไว้เป็นเอกสารทางยุทธศาสตร์ จากนั้น มีการแต่งตั้งคณะกรรมการโดยให้ตนเองเป็นประธานกรรมการบริหาร โครงการ นำไปสู่การกำหนดทีโออาร์ และคุณสมบัติเฉพาะ
โดยขั้นตอนนี้ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนได้เข้ามาเริ่มตรวจสอบและนั่งด้วยทุกขั้นตอนกระทั่งมีการออกเอกสารเชิญชวนบริษัทเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 และมายื่นในวันที่ 21 เมษายน 2569
ซึ่งเมื่อครบกำหนดก็มีผู้มายื่นข้อเสนอทั้งสิ้น 6 ราย แต่ละรายยื่นเอกสารประกอบ 3 ส่วน คือ ซองคุณสมบัติบริษัท , ซองข้อเสนอทางเทคนิค และ ซองราคา
ซึ่งตามข้อกำหนดหากไม่ผ่านคุณสมบัติในซองแรก ก็ไม่จำเป็นต้องมีการเปิดซองที่ 2 และ ซองที่ 3
โดย ผบ.กร. แจง กรณีบริษัทไม่ผ่านเงื่อนไข ประกอบด้วย การที่บางรายไม่ผ่านคุณสมบัติในซองแรก โดยปัญหาที่พบเช่น ไม่ยื่นสำเนางบการเงินหรือรายงานผลประกอบการย้อน และเอกสารหลักฐานแสดงมูลค่าสุทธิงบบริษัท แสดงค่าเป็นบวกในวันสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นไปตามหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลางเรื่องมูลค่าสุทธิของบริษัทและงบการเงิน
ทั้งนี้เพื่อคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความมั่นคงทางการเงินที่จะมาเป็นคู่สัญญาของรัฐและลดความเสี่ยงคู่สัญญาทิ้งงาน
นอกจากนี้ พบผู้ยื่นซองอีกส่วน ที่ผ่านคุณสมบัติในซองแรก แต่ พบปัญหาในซองที่ 2 คือ คุณสมบัติทางเทคนิค เช่น ยื่นข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขเช่นจะส่งมอบแบบเรือ ให้เมื่อได้เป็นคู่สัญญาแล้วเนื่องจากแบบเรือนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของกระทรวงกลาโหมประเทศนั้น หรือ การตั้งเงื่อนไข เรื่องการแพร่คลื่นแม่เหล็กจากตัวเรือ หรือบางรายยื่นข้อเสนอแบบแปลนไม่ตรงตามทีโออาร์กำหนด เป็นต้น
ทั้งนี้จากภายใต้ข้อกำหนดเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นซองแล้ว ไม่ให้มีการรับเอกสารเพิ่มเพราะจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ
นอกจากนี้ ภายใต้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างข้อ 56 ที่กำหนดว่าในกรณีที่มี ‘ผู้เสนอเพียงรายเดียว’ หรือผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่ถูกต้องตรง ‘เพียงรายเดียว’ ก็ให้เสนอยกเลิก ซึ่งได้นำข้อมูลเรียนผู้บังคับบัญชารับทราบและได้รับความเห็นให้ดำเนินต่อไป
ต่อมาคณะคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ก็ได้ประชุมและมีมติรับทราบให้ดำเนินการต่อ โดยมีผู้สังเกตการประชาชน รับฟังจึงเหตุผลที่กองทัพเรือต้องเดินหน้าต่อ
และมีบันทึกรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐานด้วยด้วยเหตุผลที่ว่า หากยกเลิกแล้วเริ่มต้นกระบวนการใหม่ตอนนั้นเหลือเวลาอีก 4 เดือน จะหมดปีงบประมาณ 2569 และหากยกเลิกและเริ่มต้นใหม่จะต้องใช้เวลาอีก 6-7 เดือน
ซึ่งจะเลยปีงบประมาณ 2569 ทำให้กองทัพเรือมีความล่าช้าในการจัดหาเรือที่ทดแทนเรือที่ปลดประจำการและมีความเสี่ยงสูงที่งบประมาณที่ได้รับอนุมัติอาจตกไป และเป็นความเสี่ยงสูงต่อการวางกำลังในการป้องกันประเทศ
โดยหลังจากได้คัดเลือกแล้ว มีการเจรจาต่อรองราคา ทำให้สามารถลดราคาลงได้อีก 270 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการ 17,000 ล้านบาท เหลือ 16,730 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 1.5 ของมูลค่าโครงการ
นอกจากราคาที่ลดลงแล้วเจรจาให้บริษัทมอบสิทธิประโยชน์ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มเติมอย่างครบถ้วน เช่น ลิขสิทธิ์ พร้อมแบบเรือฟริเกต รวมถึงระบบอำนวยการรบ ซึ่งรายการต่างๆเหล่านี้จะถูกระบุไว้ในสัญญา ซึ่งจริงๆมีมากกว่านี้ ตามสถานะในปัจจุบัน
เมื่อกองทัพเรือรับทราบผลการคัดเลือกรับผลเจรจาต่อรองข้อได้นำเสนออนุมัติตามหลักชั้นตามขั้นตอนและได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนต่างๆ ของหน่วยเหนือและได้รับการอนุมัติสั่งจ้างตามขั้นตอนของกฎหมายเรียบร้อยแล้ว และได้ลงนามประกาศ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 พร้อมได้แจ้งผลการพิจารณาให้กับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วในวันเดียวกันกับลงนามประกาศผู้ชนะ
แต่เนื่องจากได้มีผู้รองคัดค้านของทัพเรือจึงได้ดำเนินการตามระเบียบการคลังมีการชะลอการลงนามสัญญาไว้ชั่วคราว และจะมีการส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้แก่ คณะกรรมการพิจารณาผลการอุทธรณ์ โดยกองทัพเรือพร้อมปฏิบัติตามคณะกรรมการใช้อุทธรณ์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้โครงการนี้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติต่อไป
3 เหตุเครื่องยนต์ รล.ภูมิพลฯ พัง Human Error บทเรียน รล.ภูมิพลฯ
ผู้สื่อข่าวได้ถามถึง ปัญหาของเรือหลวงภูมิพลฯ ที่พบว่า มีเครื่องยนต์พัง และปืนฟาลังซ์ (Phalanx CIWS) หรือ ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบอัตโนมัติ ที่ขัดข้องใช้การไม่ได้ ซึ่งการประมูลครั้งใหม่ก็ยังได้บริษัทเจ้าเดิมมาต่อเรือฟริเกต ลำใหม่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ปัญหาพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
พล.ร.อ.กรวิทย์ ชี้แจงว่า เครื่องยนต์ที่เสียได้เสียตอนหมดระยะเวลาประกันแล้ว ทำให้กองทัพเรือจึงต้องจัดหาโดยใช้งบประมาณของกองทัพเรือ ซึ่งเรือลำใหม่นี้ได้ออกแบบแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวแล้ว
จึงขอชี้แจงในฐานะของผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ที่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นบนเรือหลวงภูมิพล
ซึ่งได้รับทราบว่า ปัญหาเกิดจากการ ปรับย้ายกำลังพล ที่เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการหมุนเวียนกำลังพล จึงส่งผลให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังกำลังพลชุดใหม่ขาดช่วง
อีกทั้งมีการใช้ เรือหลวงภูมิพลฯ หนัก เพราะมีเรือฟริเกตน้อยไม่พอใช้ เมื่อครบวงรอบเปลี่ยนถ่าย ‘น้ำมันหล่อ’ ในขณะนั้นไม่สามารถหาน้ำมันหล่อ Mobil Singlegrade ได้ ต้องมาใช้น้ำมันหล่อ Caltex Multigrade แทน แต่ไม่ได้ ‘ฟลัชชิ่งน้ำมันหล่อ’ (ไล่น้ำมันเก่า) ซึ่งเรือเก่าๆ ขอบ ทร. เป็นเครื่อง MTU จะเปลี่ยนถ่ายเลย เพราะเป็นเครื่องที่ทนทาน
รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์รุ่น MTU ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุดทำความเร็วได้สูง แต่เราต้องการให้วิ่งอย่างประหยัด จึงต้องวิ่งเรือด้วย ‘ความเร็วมัธยัสถ์’ เปรียบเสมือนการขับรถยนต์บนถนนความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดังนั้นเมื่อเครื่องยนต์รอบสูง แต่ขับแบบประหยัด จึงทำให้เกิด ‘เขม่าสะสม’ ประกอบกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันที่เป็น Multigrade จะมีสารชะล้างเขม่ามากกว่า Single Grade ทำให้เกิดการ อุดตันระบบไหลเวียนน้ำมันหล่อ เป็นปัญหาจัดการเชิงระบบ และ การหมุนเวียนกำลังพล ซึ่งในตาราง MTU สามารถใช้น้ำมัน Caltex Multigrade ได้
อีกทั้งเครื่องยนต์บนเรือหลวงภูมิพลฯ มีทั้งหมด 3 เครื่อง เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2 เครื่อง และเป็นเครื่อง Gas Turbine 1 เครื่อง และด้วยความประหยัด จึงใช้เพียงเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น ส่วนเครื่องยนต์อื่นไม่ได้ใช้ เนื่องจากสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ใน TOR การต่อเรือลำใหม่ จึงกำหนดให้การต่อเรือลำใหม่ ต้องเป็นเรือที่มีเครื่องยนต์ดีเซล 4 เครื่อง และทุกบริษัทได้เสนอข้อเสนอนี้มา จึงตอบโจทย์แก้ไขปัญหาเรื่องนี้
พล.ร.อ.กรวิทย์ กล่าวต่อว่า ยังต้องถอดบทเรียนของเรือหลวงภูมิพลฯ ออกมาด้วย ซึ่งกองเรือยุทธการได้ดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอให้ทุกคนวางใจได้
ส่วนระบบปัญหาเรื่องปืนฟาลังซ์ (Phalanx CIWS) หรือ ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบอัตโนมัติ ชำรุดก่อนก่อนหมดประกัน ทางกองทัพได้แจ้งเคลมประกันไปยังบริษัทแดวู ก่อนถูกบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd เทคโอเวอร์ไป ซึ่งกองทัพฯ ได้ใช้ก่อนชำรุด 4 ปี
ขณะนั้นกองทัพเรือไม่ได้ตัดสินใจว่า จะอัพเกรดปืน หรือ จะเปลี่ยนเลย ซึ่งเงินประกันจำนวน 1,500 ล้านบาท ยังอยู่ครบถ้วนที่กระทรวงการคลัง แต่ถ้าตัดสินใจเมื่อไหร่ เงินนี้จะถูกส่งคืนไปยังงบประมาณแผ่นดิน ไม่สามารถนำมาใช้ได้
ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ต้อง อัปเกรดปืนฟาลังซ์ หรือ จัดหาใหม่ โดยกองทัพเรือจะต้องทำหนังสือไปยัง คณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (Jusmagthai) เพื่อขอทราบราคาและแนวทาง FMS ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของกองทัพเรือ




