ย้อน 6 ทศวรรษ 'การบินไทย' จาก 'แดนสนธยา' สู่ 'วิกฤตบริหาร' ผลลัพธ์ 'ฟื้นฟูกิจการ' ใต้ 'ความเปราะบาง'

30 ก.ย. 2569 - 16:48

  • ย้อนประวัติศาสตร์ 6 ทศวรรษ "การบินไทย" จาก “เจ้าเวหาระดับโลก” สู่วิกฤติ "บริหารจัดการ" ย้อนไปยุครัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์" ตัด "สถานะรัฐวิสาหกิจ" เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ เกิด "ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง" จนเกิดวิกฤติ "บริหารจัดการ" ในขณะนี้

ย้อน 6 ทศวรรษ 'การบินไทย' จาก 'แดนสนธยา' สู่ 'วิกฤตบริหาร' ผลลัพธ์ 'ฟื้นฟูกิจการ' ใต้ 'ความเปราะบาง'

ภาพความโกลาหลที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเที่ยวบิน การบินไทย เผชิญปัญหาดีเลย์สะสมกือบ 100% สัมภาระผู้โดยสารตกค้างกองพะเนินกว่า 5,600 ใบ ถึงขั้นต้องขอกำลังพลจากกองทัพอากาศเข้ามาช่วยแบกหามและประสานไปรษณีย์ไทยช่วยนำส่งกระเป๋า 

กลายเป็นภาพสะท้อนอันเจ็บปวดของ การบินไทย แม้คำชี้แจงอย่างเป็นทางการจะระบุว่ามีต้นตอมาจากอุทกภัยในพื้นที่โดยรอบจนพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ แต่ในสายตาสาธารณชน เหตุการณ์นี้ได้เปลือยให้เห็นวิกฤติการบริหารจัดการ ระบบการจ้างเหมาแบบ Outsource และความเปราะบางหน้างานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน 

หากย้อนไปในอดีต ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง การบินไทย ผ่านหลายยุคหลายสมัยทั้ง ยุครุ่งเรือง ยุคฟื้นฟูกิจการ จนมาถึงยุคปัจจุบันที่เกิดวิกฤติการบริหารจัดการ เป็นภาพสะท้อน วัฏจักรขององค์กร ที่ไม่ได้เดินบนกลีบกุหลาบเสมอไป

กำเนิดใต้เงาทหาร สู่ยุคทองเจ้าเวหาระดับโลก

ประวัติศาสตร์ 6 ทศวรรษของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ต้องย้อนกลับไปในยุค จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐบาลมีนโยบายเปิดประตูประเทศเชื่อมโลกพาณิชย์ จึงให้บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) ร่วมทุนกับสายการบินสแกนดิเนเวียน (SAS) ถือกำเนิดสายการบินระหว่างประเทศใน ก่อนที่รัฐบาลไทยจะตัดสินใจซื้อหุ้นคืนทั้งหมดในปี 2520 เพื่อให้สายการบินแห่งนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยเต็ม 100% ในยุคนั้นถือว่ากองทัพมีบทบาทอย่างมากในการบริหารการบินไทย

ต่อมาได้มีการควบรวมกิจการของ บดท. เข้ากับการบินไทย ยุติความซ้ำซ้อนของการบินในและต่างประเทศ พร้อมสถาปนา "สายการบินแห่งชาติเพียงหนึ่งเดียว" และเดินหน้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2534 

ทศวรรษถัดมาคือยุคทองที่การบินไทยทะยานขึ้นเป็นมหาอำนาจการบิน โดยร่วมเป็นหนึ่งใน 5 ผู้ก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรการบินระดับโลก "สตาร์อัลไลแอนซ์" (Star Alliance) ในปี 2540 ขยายเส้นทางบินข้ามทวีปครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก

ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ทำกำไรสุทธิทะลุ 10,000 ล้านบาท เป็นครั้งแรกในปี 2545 ด้วยตัวเลขสูงถึงในช่วง  รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร 

หนี้เรื้อรัง ยุคฟื้นฟูกิจการ

แต่กำไรที่งดงามกลับแฝงไปด้วยความเปราะบาง บอร์ดบริหารเต็มไปด้วย ข้าราชการระดับสูง นายทหาร และนักการเมือง การตัดสินใจจัดซื้อฝูงบินขนาดใหญ่ โดยขาดความสมเหตุสมผลเชิงพาณิชย์ เช่น การจัดซื้อแอร์บัส A340 ผนวกกับสวัสดิการบุคลากรระดับสูง , ระบบอุปถัมภ์ภายใน และ เผชิญสงครามสีเสื้อ ทำบอร์ดบริหารเปลี่ยนตลอดเวลา

ส่งผลให้ไม่มีความแน่นอน ต้นทุนพุ่งทะยานและขาดความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการแข่งขันของสายการบินต้นทุนต่ำ

วิกฤตสะสมจนกลายเป็นหนี้สินเรื้อรังหลายแสนล้านบาท กระทั่งถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตโควิด-19 บีบให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ต้องยอมตัดสถานะรัฐวิสาหกิจ เพื่อนำพาการบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลาง 

แผนฟื้นฟูมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างแบบเฉือนเนื้อ ทั้งการปลดระวางฝูงบิน ปรับโครงสร้างหนี้ และการปลดพนักงานครั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยน ต้นทุนคง ที่เป็น ต้นทุนผันแปร แม้จะทำให้ตัวเลขทางบัญชีกลับมาพลิกมีกำไรอย่างรวดเร็ว

รีดต้นทุนจนเปราะบาง คลื่น 'น้ำท่วม' ซัดระบบพัง

ผลข้างเคียงของการบริหารต้นทุนปรากฏชัดในวิกฤตหน้างาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเที่ยวบินเผชิญปัญหาดีเลย์สะสมเกือบ 100% สัมภาระผู้โดยสารตกค้างกว่า 5,600 ใบ และคลังสินค้าต้องเผชิญปัญหาคอขวด

คำชี้แจงจากฝ่ายบริหาร ระบุว่า ปัญหาเกิดจากอุทกภัยในพื้นที่โดยรอบ ทำให้พนักงานฝ่ายบริการภาคพื้นดินติดค้างอยู่ในชุมชน ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ส่งผลให้กำลังคนหน้างานขาดหายไปเกินครึ่ง จนระบบสายพานลำเลียงอัตโนมัติกลายเป็นอัมพาต และต้องหันมาใช้แรงงานคนคัดแยกกระเป๋าด้วยมือ 

สถานการณ์บานปลายจนบริษัทต้องประกาศลดเที่ยวบินลง 30–40% และขีดเส้นตายกอบกู้วิกฤตภายใน 72 ชั่วโมง

ภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นถูกซ้ำเติมด้วย ภาพการขอกำลังทหารจากกองทัพอากาศ 100 นาย เข้ามาช่วยขนย้ายสัมภาระ ควบคู่กับการประสานงานให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ช่วยนำส่งกระเป๋าคืนให้ผู้โดยสารถึงที่พัก 

แม้ผู้บริหารจะปฏิเสธข่าวลือการประท้วงหยุดงานของ พนักงาน Outsource แต่วิกฤตครั้งนี้ได้เปลือยให้เห็นโครงสร้างแรงงานภายนอก ที่ถูกนำมาใช้ทดแทนพนักงานประจำ เพื่อกดต้นทุน

วิวัฒนาการของการบินไทยให้บทเรียนสำคัญต่อการบริหารรัฐกิจและทุนนิยมไทย อดีตอันรุ่งโรจน์มาสู่ยุคร่วงโรย แต่เมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคฟื้นฟูกิจการ การมุ่งเน้นสร้างผลกำไร ผ่านการลดต้นทุนและพึ่งพาแรงงาน Outsource กลับสร้าง "ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง" ขึ้นมาใหม่

ความสำเร็จของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ไม่ได้ตัดสินกันที่ตัวเลขกำไรสุทธิ ในงบการเงินเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดกันที่ความเสถียรในการปฏิบัติการจริง และความปลอดภัยของผู้โดยสาร

หาก การบินไทย ยังไม่สามารถประสานช่องว่างระหว่าง "การลดต้นทุน" กับ "การบริหารความเสี่ยงหน้างาน" ให้สมดุล ความเปราะบาง "เชิงโครงสร้าง" จะยังคงอยู่ และพร้อมปะทุขึ้นทุกเมื่อ

info_ThaiAirways-Politics-30sep26-3.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์