ในงานเสวนา "เหลียวหลัง แลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย" ของสำนักข่าวไทยโพสต์ ศ.ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ กล่าวบรรยายพิเศษ หัวข้อ เหลียวหลัง แลหน้า ถามหาประเทศไทย ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย มีเทคโนแครตอยู่ 3 คน ถือว่ามีทุนที่ดี และช่วยรัฐบาลได้มาก จากที่เห็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ดำเนินการค่อนข้างไว
ในหัวข้อ เหลียวหลัง แลหน้า ถามหาประเทศไทยนี้ ตนเองยังไม่ได้คำตอบ "จมอุทกภัยสมัยนายกฯ อนุทิน" แต่ไม่ใจร้ายถึงขนาดบอกว่า ประเทศไทยเป็นรัฐที่ล้มเหลว เรายังตั้งความหวัง ยังพอจะมีโอกาสในความหวังนี้อยู่ ลึกๆ ปัญหาประเทศไทยก็หนักจริงๆ เรามีวิธีคิดวิธีมองการเมืองแบบใหม่ เพื่อไม่ให้เราหมดความหวัง และเรายังพอที่จะทำงานด้วยกันได้ ในการปฏิรูปประเทศ หรือแก้ไขปัญหา
ศ.ธีรยุทธ แบ่งการเมืองออกเป็น 3 แบบ ในอดีตรัฐบาลที่รวมรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นยุคที่อุตสาหกรรมเข้ามาในประเทศ และการค้าค่อนข้างรุ่งเรือง
2.ยุคเปลี่ยนผ่าน 2530-2545 ช่วงนี้มีวิกฤตใหญ่ มีการคอรัปชั่นค่อนข้างมาก จนทำให้เกิดรัฐประหาร และเกิดการปฏิรูปการเมือง จนทำให้เกิดรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการลดความผันผวนทางการเมือง แต่ขณะนั้นประเทศไทยสร้างศูนย์กลางทางการเงินได้ เมื่อเงินสะพัดเข้ามาเยอะ โดยเรารู้ไม่ทัน แล้วไม่มีสติ ซึ่งเราควรมีสติกันมานานแล้ว จึงทำให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง
ดังนั้น เราพยายามให้รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่เกิดความอลหมานขึ้นในประเทศ แต่ผลตรงกันข้าม เพราะเราได้การเมืองแบบประชานิยมได้ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ทำให้ลดอำนาจของกลุ่มธนาคารลง และทำให้กลุ่มทุนผูกขาดเข้ามาแทนที่ ในการลงทุน ในการทำธุรกิจ ในช่วงนี้ แม้รัฐบาลจะมีความเข้มแข็ง แต่มากเกินไป เพราะสามารถคุมได้หมด มีเงินเป็นทุนการเมือง แถมยังคุมองค์กรอิสระได้ และเป็นประชานิยม ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้เกิดฐานเสียงในชนบทสูง ฝ่ายอนุรักษ์นิยมตกใจ จนเกิดสงครามเสื้อสีขึ้น
ช่วงที่ 3 คือหลังรัฐธรรมนูญปี 40 พรรคการเมืองเขาออกมาสู้ โดยเน้นประชานิยมเป็นหลัก และที่ประสบความสำเร็จ คือมีความอยุติธรรมในสังคม จากการกระจายรายได้ระหว่างเมืองกับชนบท ซึ่งสะสมมาโดยตลอด เป็นปัจจัยพื้นฐานรองรับอยู่ ไม่เช่นนั้นความสำเร็จอย่างกว้างขวางของทักษิณ ไม่น่าจะเกิดขึ้น และชาวบ้านก็รู้สึกว่า เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองเอาจริงเอาจังในระดับทั้งประเทศ คือ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นต้น
"คนจนเขาอยากมีศักดิ์ศรีของเขา แต่ก่อนไปหาหมอไม่ได้ ไม่มีสตางค์ อายเขา ลูกหลานตายบ้าง ไม่ได้เข้าคลินิก ดังนั้น สิ่งที่พรรคการเมืองทำประชานิยมให้กับคนไทย คือสอดคล้องกับความไม่ยุติธรรม ในการกระจายรายได้ ทำให้ชีวิตเขามีศักดิ์ศรี ขอชมแกสักที ท่านทักษิณ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยชมแกเลย" ศ.ธีรยุทธ กล่าว
ศ.ธีรยุทธ กล่าวว่า กลุ่มที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ คือกลุ่มเยาวชนปลดแอก เป็นแนวคิดประชานิยมบวกเปลี่ยนแปลง คือเข้ามาพร้อมกับคนรุ่นใหม่เจน Y เจน Z เข้ามาพร้อมกับความรู้สึกที่อยากจะเปลี่ยนแปลงให้เร็ว และรู้สึกว่า ชนชั้นนำเป็นตัวขัดขวางการเปลี่ยนแปลง
"ประเด็น ม.112 เป็นประเด็นที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวมากที่สุด นำมาซึ่งความเจ็บปวดในสังคม ทั้งที่สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าที่ทำๆ กัน ผมอยู่กรมทหารในช่วงชีวิต ผมเป็นรอยัลลิสต์เต็มตัว และนานพอสมควร ผมเห็นถึงคุณประโยชน์ของสถาบันฯ อยู่ เพราะ ร.9 ท่านทรงงานเหนื่อย เราไปนั่งนิ่งๆ อยู่นานได้ซะที่ไหน ต้องทำนู่นทำนี่ โดยกิจวัตรที่ท่านทำในฐานะสถาบันฯ เพราะฉะนั้น คุณประโยชน์ที่มองในสังคมวิทยามีเยอะ แต่คนรุ่นหลังบางทีไปสรุป ข้อคิดที่นำอคติ เช่นบางคนเอาความรู้ของฝ่ายซ้าย ก้าวไม่ทันกงล้อประวัติศาสตร์ก็ล้าสมัย" ศ.ธีรยุทธ กล่าว
เมื่อมองความเป็นจริงของโลก ตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ประชาธิปไตยถูกด้อยค่าเพิ่มขึ้น ขณะนี้เรามีพลังการเมืองอยู่ 3 ส่วน1.กลุ่มเยาวชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไร ตนเองขอถามว่า ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงจริงๆ
2.กลุ่มประชานิยมและบ้านใหญ่ เน้นกลุ่มชาวบ้านทั่วไป ขณะนี้พรรคเพื่อไทยตก พรรคภูมิใจไทยขึ้นมาแทน มีโบนัสจูงใจให้กับชาวบ้าน แต่ก็จะมีอนาคตต่อไป
และ 3.กลุ่มอนุรักษ์นิยม คะแนนคนกลุ่มนี้น้อย แต่มีพลังจี้จุดให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ศ.ธีรยุทธ ยังกล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจว่า เราไม่เคยมีนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เช่นสิ่งที่เราเคยมีและภูมิใจมาก คือวิทยุธานินทร์ แต่ประเทศไทยไม่เคยเน้นประสิทธิภาพในการผลิต หรือประสิทธิภาพในการปรับตัว แต่มีวงจรอุบาทว์ ที่ทำลายประสิทธิภาพในประเทศ คือวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่ทำลายเศรษฐกิจ โต้โผใหญ่ในเรื่องนี้ คือรัฐบาลที่มีนโยบายใหญ่ๆ เอื้อต่อกลุ่มทุนธุรกิจ
ท้ายที่สุดเรา ไม่เคยเปลี่ยนเทคโนโลยี และประสิทธิภาพรวมของคนไทยเป็นศูนย์ และเรื่องนี้ทำให้เกิดช่องว่างทางรายได้ คนที่เจ็บที่สุด คือคนจน ถ้าเราเอาทุนต่างๆ กระจายไปในจุดอื่นๆ ก็จะช่วยมองภาพการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีขึ้น




