ศึกษามาแล้ว! ‘ยศชนัน’ ลั่น ‘กล่องสุ่มเศรษฐีวันละ 9 ล้าน’ ทำได้จริง–ไม่ซ้ำรอย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

24 ม.ค. 2569 - 15:24

  • ‘ยศชนัน’ มั่นใจ “กล่องสุ่มเศรษฐีวันละ 9 ล้าน” ทำได้จริง ชูเครื่องมือผลักดันรัฐบาลดิจิทัล

  • ย้ำดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษี วางฐานข้อมูลรายรับ-รายจ่ายทั้งประเทศ

  • มั่นใจไม่ซ้ำรอย “ดิจิทัลวอลเล็ต” ออกแบบช่วยเหลือได้ตรงจุดและยั่งยืน

ศึกษามาแล้ว! ‘ยศชนัน’ ลั่น ‘กล่องสุ่มเศรษฐีวันละ 9 ล้าน’ ทำได้จริง–ไม่ซ้ำรอย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นถึงความมั่นใจในนโยบาย “เศรษฐีวันละ 9 ล้าน” จะสามารถโดนใจประชาชนจนเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ ว่า “เป้าหมายของเรื่องนี้คือการรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อขายต่างๆ เพื่อที่เราสามารถดูกลไกราคาต่างๆ เมื่อทุกคนรับใบเสร็จเข้าระบบ ให้ข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้สูงอายุ ตั้งแต่เกี่ยวกับเรื่องการที่เราให้คนที่มีเศรษฐกิจอยู่นอกระบบกลับเข้าระบบ”

ตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันรัฐบาลดิจิทัล การที่เรารู้สารทุกข์สุขดิบของแต่ละคนและคนที่เดือดร้อน และรู้ราคาต่างๆ ทำให้เราคาดหมายในเรื่องของจีดีพี รายรับ รายจ่ายต่างๆ ได้ และสามารถออกแบบการช่วยเหลือจากภาครัฐที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพ

สำหรับเรื่องงบประมาณ ยศชนัน กล่าวว่า “ก็ได้รู้แล้วว่าถ้าเรานำเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบมาอยู่ในระบบ การที่เราให้ในเรื่องเกี่ยวกับคนไทยที่จะได้เงินทั้ง 9 ล้าน ก็จะสามารถดูแลตรงนี้ได้ ซึ่งทุกอย่างทางทีมงานได้ดูตรงนี้แล้ว และจะส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)”

เมื่อถามว่าหากไม่สามารถจัดเก็บภาษีเข้าระบบได้ จะนำเงินส่วนใดมาดำเนินโครงการ? ยศชนัน กล่าวว่า “เรื่องนี้มีความมั่นใจ และได้มีการประเมินทำการศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะปล่อยนโยบายนี้ออกมา”

เมื่อตั้งข้อสังเกตว่านโยบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการขายฝันเพื่อเรียกคะแนน เช่นเดียวกับ “โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ยศชนัน กล่าวว่า “เรื่องนี้จึงต้องสื่อสารให้มากในการที่จะทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ หากวันนี้เราไม่มีข้อมูลต่างๆ ในการซื้อขาย ไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พยายามทำตรงนั้นก็คือ นำข้อมูลของทุกคน ทั้งรายรับ รายจ่ายของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน การค้าขายที่ไหนที่มีของราคาแพง หรือที่ไหนมีความคึกคัก เราสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตรงนี้จะมีงบประมาณหมุนเวียนจากนอกระบบเข้ามาในระบบ จะทำให้เราสามารถดูแลตรงนี้ได้ และได้คำนวณมาแล้วว่าสามารถทำได้”

ส่วนนโยบายดังกล่าวจะแจกกี่รอบนั้น ยศชนัน กล่าวว่า “จะดำเนินการไปเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งเราจะดูตามระบบฐานภาษีอยู่แล้ว”

สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ และ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มองว่าเป็นการใช้ภาษีประชาชนสิ้นเปลืองและไม่ตรงเป้าเศรษฐกิจ ยศชนัน กล่าวว่า “ต้องกลับมาเรื่องเกี่ยวกับการรวมศูนย์ข้อมูล การจะทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบของประเทศก็มีแนวนี้อยู่แล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับใบเสร็จที่ทุกคนเข้ามาสู่ระบบ”

สำหรับประชาชนที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก “วันนี้จะมีในเรื่องของนโยบายลดหย่อนภาษี (e-Receipt) ที่เขาสามารถทำได้ และหากเรารู้ค่าใช้จ่ายของทุกคน และรู้ว่าการค้าแต่ละที่เป็นอย่างไรบ้าง เราสามารถช่วยเหลือประเทศได้มากขึ้น อยากให้มองตรงนี้เป็นการรวมข้อมูลเพื่อทำเรื่องของรัฐบาลดิจิทัล”

ส่วนที่มีการมองว่านโยบายลักษณะ “กล่องสุ่ม” ไม่ได้แก้โครงสร้างความยากจน แต่เปลี่ยนชีวิตคนบางกลุ่มนั้น ยศชนัน กล่าวว่า “เรามีนโยบายออกมาทุกรูปแบบ เมื่อวาน (23 ม.ค.) ผมพยายามสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจ wellness เพื่อให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ยังมีเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เรื่องรัฐบาลดิจิทัล เรื่องคนไทยไร้จน การดูแลผู้ป่วยติดเตียง การจะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ จำเป็นต้องช่วยเหลือคนกลุ่มนี้”

เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ว่าจะไม่ติดล็อกเหมือนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต? ยศชนัน กล่าวว่า “ไม่ติด ได้ดูวิธีแนวทางเรียบร้อยแล้ว”

ส่วนกรณีที่นโยบายของพรรคเพื่อไทยมักถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอนั้น ยศชนัน กล่าวว่า “เป็นสิทธิ์ของทุกท่าน เราน้อมรับและได้ศึกษามาเรียบร้อยแล้ว วันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเงินอย่างเดียว แต่ต้องหารายได้เข้ามาในประเทศด้วย นี่คืออีกหนึ่งกลไก หนึ่งหมุดหมาย หากเราดูข้อมูลสาธารณสุข 30 บาทเอไอ เรารู้ข้อมูลต่างๆ ก็จะทำให้รู้ว่าประเทศควรเดินไปทางไหน และส่งมอบนโยบายได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งเป็นการทำทั้งระบบและสามารถทำได้”

ส่วนคำถามว่าขัดกับภาพลักษณ์นักวิชาการหรือไม่ เพราะดูเหมือนให้คนพึ่งดวง ยศชนัน กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของการรวมข้อมูลของรัฐบาลดิจิทัล เป็นเรื่องเดียวกัน คนไทยมี 60 ล้านคน เราสามารถดูแลได้ทั้งหมดไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นกฎหมายหลัก และนโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มกลไก เพื่อดึงดูดให้คนเข้าสู่ระบบภาษี”

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่จะได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน? ยศชนัน กล่าวว่า “มั่นใจ เราพร้อมสื่อสาร และย้ำเสมอว่าเป็นเรื่องของข้อมูล การใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาหนุน หลายประเทศมีธุรกิจเข้าสู่ระบบภาษีมากกว่าเรา ขอให้มองเรื่องฐานข้อมูลเป็นหลัก การเข้ามาของเอไอจะไม่มีประโยชน์ หากวันนี้เราไม่รู้จักคนไทย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมโยงกัน”

เราได้ศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว

ส่วนเมื่อถามว่าทำไมไม่แก้ปัญหาภาษีที่ต้นเหตุ? ยศชนัน กล่าวว่า “เราแก้ทั้งระบบ เป็นการยกเครื่องประเทศไทย ไม่สามารถทำเรื่องเดียวได้ ต้องแก้ทั้งระบบ แก้แต่ละจุดไปพร้อมกัน นี่เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่เราเปิด”

เมื่อถามว่า “เงิน 3 พันล้านบาท” จะหาได้หรือไม่? ยศชนัน ไม่ตอบคำถาม เพียงยิ้ม พยักหน้า และยกนิ้วโป้ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์