MV ‘STORM’ ของ Yung Lean ใช้คนจริงสร้างงาน แต่กลับถูก AI ก็อปปี้จนผู้กำกับฯ คิดเลิกทำหนัง

22 ต.ค. 2569 - 15:55

  • ‘STORM’ มิวสิกวิดีโอที่เกิดจากนักแสดง 66 คนและการฝึกซ้อมจริง กลายเป็นเทมเพลตสำหรับคลิป AI ที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย

  • Romain Gavras ผู้กำกับฯ ยอมรับว่ารู้สึกเศร้าที่ความพยายามของทีมงานถูกลดทอนเหลือเพียงมีมเลียนแบบ แม้บริษัท AI ติดต่อขอใช้สิทธิ์ในผลงานแต่ Gavras ปฏิเสธกลับไปเพราะไม่ต้องการให้ ‘STORM’ เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจดังกล่าว

  • การนำเพลง ‘STORM’ ไปแสดงสดบนเวที MTV VMAs เป็นอีกความพยายามในการยืนยันคุณค่าของการแสดงที่เกิดจากมนุษย์จริงๆ

MV ‘STORM’ ของ Yung Lean ใช้คนจริงสร้างงาน แต่กลับถูก AI ก็อปปี้จนผู้กำกับฯ คิดเลิกทำหนัง

จากมิวสิกวิดีโอที่สร้างด้วยนักแสดงจริง 66 คนสู่คลิปเลียนแบบที่เปลี่ยนคนทั้งกลุ่มเป็นใครก็ได้ ปรากฏการณ์ ‘STORM’ กำลังตั้งคำถามว่า เมื่อ AI ทำซ้ำผลงานสร้างสรรค์ได้อย่างง่ายดาย คุณค่าของคนที่อยู่เบื้องหลังจะยังเหลืออยู่ตรงไหน

ในยุคที่ AI สามารถสร้างภาพและวิดีโอได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เส้นแบ่งระหว่างการสร้างสรรค์กับการเลียนแบบกำลังกลายเป็นประเด็นที่วงการศิลปะต้องเผชิญ แต่กรณีของ ‘STORM’ มิวสิกวิดีโอจากโปรเจกต์ GENER8ION ที่ร่วมงานกับแรปเปอร์ชาวสวีเดน Yung Lean อาจทำให้คำถามนี้ชัดเจนขึ้น เพราะผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของมนุษย์จำนวนมากกลับกลายเป็นต้นแบบสำหรับคลิป AI ที่ถูกสร้างซ้ำอย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย

ผลงานความยาวประมาณ 7 นาทีครึ่ง กำกับฯ โดย Romain Gavras ผู้กำกับภาพยนตร์และมิวสิกวิดีโอชาวฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยฉากเด็กผู้ชาย 66 คนในชุดนักเรียนที่เคลื่อนไหวประสานกันอย่างแม่นยำ ขณะที่ Yung Lean ยืนสูบบุหรี่อยู่กลางเฟรมโดยแทบไม่ขยับตัว ภาพที่เกิดขึ้นมีทั้งความแปลกประหลาด ความทรงพลัง และบรรยากาศที่ยากจะอธิบายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

แต่สิ่งที่ทำให้ ‘STORM’ แตกต่างจากวิดีโอที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่แค่หน้าตาของภาพ หากเป็นกระบวนการเบื้องหลังที่ต้องอาศัยทั้งเวลา ความอดทน และการทำงานของคนจริงๆ

จากนักแสดง 66 คนสู่คลิป AI ที่สร้างซ้ำได้ไม่รู้จบ

เบื้องหลังฉากเต้นที่ดูราวกับร่างกายของคนหลายสิบคนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวกันคือการคัดเลือกนักแสดงที่ใช้เวลานานถึงสองเดือน และการฝึกซ้อมร่วมกับ Damien Jalet นักออกแบบท่าเต้นเป็นเวลาสามวัน ก่อนที่ Gavras จะถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มม. โดยพยายามเก็บภาพการแสดงให้ต่อเนื่องในเทคเดียวและต้องถ่ายซ้ำประมาณ 15 ครั้งกว่าจะได้ภาพที่ต้องการ

แม้โปรเจกต์นี้จะใช้งบประมาณต่ำมากและ Gavras ไม่คิดค่าจ้างในการกำกับฯ แต่ทีมงานก็ทุ่มเทแรงกายและเวลาเพื่อทำให้ภาพที่อยู่ในจินตนาการเกิดขึ้นจริง

‘STORM’ ได้รับความสนใจอย่างมากหลังเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026 และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Video Music Awards ถึง 4 สาขา รวมถึง Video of the Year ก่อนที่ฉากเต้นอันเป็นเอกลักษณ์จะถูกนำไปสร้างเป็นมีมบนโซเชียลมีเดีย

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเครื่องมือ AI วิดีโออย่าง Genjutsu ของบริษัท Higgsfield เปิดให้ผู้ใช้สร้างวิดีโอเลียนแบบจากคลิปต้นฉบับ โดยคงรูปแบบการเคลื่อนไหว จังหวะ และมุมกล้องไว้ ขณะเปลี่ยนบุคคล เสื้อผ้า หรือฉากหลังได้ตามต้องการ

จากคลิปที่มี Yung Lean ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กนักเรียนจึงเกิดเวอร์ชันที่แทนที่ตัวละครด้วยสุนัข เด็กทารก คนดัง นักกีฬา และบุคคลที่เป็นประเด็นอื้อฉาวบนโลกออนไลน์

Gavras เล่าว่าลูกสาวเป็นคนส่งคลิปเลียนแบบชิ้นแรกมาให้ดู ซึ่งตอนนั้นเป็นวิดีโอแสดงให้เห็นภาพสุนัขที่ทำท่าทางคล้ายกับต้นฉบับ เขามองว่ามันน่ารักและตลกในช่วงแรก แต่เมื่อคลิปประเภทนี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกสนุกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความเศร้า

เขามองว่ากระแสนี้ทำให้ความพยายามของคนที่ร่วมสร้างผลงานถูกลดทอนความสำคัญลง และถึงขั้นยอมรับว่าเคยคิดอยากเลิกทำหนัง ย้ายกลับไปกรีซแล้วหันไปเป็นชาวสวนมะกอกแทน

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ AI สามารถสร้างวิดีโอให้ดูคล้ายต้นฉบับได้เพียงใด แต่อยู่ที่เมื่อผลงานหนึ่งชิ้นกลายเป็นเทมเพลตที่ใครก็หยิบไปใช้ได้ ความทุ่มเทของคนที่สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ต้นยังจะถูกมองเห็นอยู่หรือไม่

เมื่อการปฏิเสธขายสิทธิ์ไม่ได้แปลว่าจะหยุดการลอกเลียนแบบได้

เมื่อผลงานได้รับความนิยมและกลายเป็นต้นแบบให้เครื่องมือ AI บริษัทเทคโนโลยีบางแห่งก็เข้ามาติดต่อ Gavras เพื่อขอใช้สิทธิ์ใน ‘STORM’ แต่เขาตัดสินใจปฏิเสธกลับไปเพราะไม่ต้องการให้ผลงานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจที่เขาไม่เห็นด้วย

สำหรับผู้กำกับฯ รายนี้การทำโฆษณาเพื่อหารายได้มาสนับสนุนโปรเจกต์ส่วนตัวไม่ใช่เรื่องผิด แต่ ‘STORM’ เป็นผลงานที่เขาต้องการรักษาไว้ให้เป็นอิสระจากผลประโยชน์ทางการค้าในลักษณะดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการไม่อนุญาตให้บริษัทนำผลงานไปใช้ ไม่ได้หมายความว่าคลิปเลียนแบบจะหายไป เพราะผู้ใช้ยังสามารถสร้างวิดีโอของตัวเองจากเครื่องมือเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากผู้กำกับฯ ก่อนทุกครั้ง

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงข้อจำกัดของกฎหมายลิขสิทธิ์ซึ่งต้องแยกให้ออกระหว่างการเลียนแบบแนวคิด การใช้ท่าเต้น และการนำองค์ประกอบเฉพาะของผลงานที่ได้รับความคุ้มครองไปใช้ซ้ำ ทั้งยังต้องพิจารณาด้วยว่าใครเป็นผู้กระทำการที่เข้าข่ายละเมิด

แม้ท่าเต้นจะมีโอกาสได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แต่การดำเนินคดีกับผู้ใช้จำนวนมากที่อาจไม่เปิดเผยตัวตน และกระจายอยู่ในหลายประเทศก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ

นี่จึงเป็นความย้อนแย้งของยุค AI ที่ผู้สร้างผลงานอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีเพื่อสร้างบางสิ่งขึ้นมาแต่คนอื่นสามารถนำผลงานนั้นไปต่อยอดเป็นคลิปใหม่ได้ภายในเวลาไม่นาน ขณะที่การปกป้องสิทธิ์ของตัวเองกลับต้องอาศัยทั้งเงิน เวลา และกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน

AI ทำซ้ำภาพได้แต่แทนที่ประสบการณ์ของมนุษย์ได้แล้วหรือยัง?

สุดท้าย Gavras เลือกนำ ‘STORM’ ไปแสดงสดบนเวที MTV Video Music Awards เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นการแสดงที่เกิดขึ้นจากร่างกายและการทำงานร่วมกันของมนุษย์จริงๆ อีกครั้ง โดยมีนักเต้น 66 คนร่วมแสดงภายใต้การออกแบบท่าเต้นของ Damien Jalet

การแสดงดังกล่าวไม่ได้ทำให้กระแสคลิป AI หายไป และผลงานก็ไม่ได้คว้ารางวัลจากทั้ง 4 สาขาที่เข้าชิง แต่สำหรับผู้กำกับฯ​ การนำงานกลับมาแสดงต่อหน้าผู้ชมคืออีกวิธีหนึ่งในการยืนยันคุณค่าของสิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพเหล่านั้น

Gavras มองว่า แม้ AI จะสามารถจำลองการเคลื่อนไหวและองค์ประกอบต่างๆ ของ ‘STORM’ ได้ แต่ยังมีบางอย่างที่ขาดหายไป นั่นคือเสน่ห์เฉพาะตัวของ Yung Lean รวมถึงความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์และความรู้สึกภายในที่ไม่อาจอธิบายได้จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มั่นใจว่า AI จะไม่มีวันทำสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลแค่ไหนในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

เรื่องราวของ ‘STORM’ จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างผู้กำกับฯ กับคลิปมีมที่เกิดจาก AI แต่สะท้อนคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ในวันที่เทคโนโลยีสามารถเลียนแบบผลงานได้รวดเร็วและเข้าถึงง่ายขึ้นเรื่อยๆ สังคมจะยังให้คุณค่ากับกระบวนการสร้างสรรค์ของมนุษย์มากแค่ไหน

เพราะท้ายที่สุดแล้วการสร้างภาพที่ดูเหมือนต้นฉบับอาจทำได้ด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่บรรทัด แต่การทำให้คน 66 คนเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียวกันต้องอาศัยทั้งการฝึกซ้อม ความไว้วางใจ และความพยายามที่ไม่สามารถย่นย่อให้เหลือเพียงไฟล์วิดีโอหนึ่งไฟล์ได้

และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ Gavras ต้องการยืนยันมากที่สุด ไม่ใช่ว่า AI ไม่มีวันทำได้ แต่คือการที่มนุษย์ยังมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์