จากประเด็นที่ดินนครนายกและปัญหาครอบครัวของ ‘บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ กับสามี ‘ก๊อต-อธิป อนันทวรรณ’ เรื่องราวกลับขยายไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ทั้งการใช้บัญชีธนาคาร 2 บัญชี และเส้นทางเงินประมาณ 45 ล้านบาทที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการโอนผ่านผู้รับเหมาก่อนถึงบัญชีของก๊อต
แม้บุ๋มและมูลนิธิฯ จะออกมาชี้แจงแล้วแต่ล่าสุดผู้รับเหมาที่ถูกกล่าวถึงกลับเปิดเผยข้อมูลอีกด้าน ทำให้เรื่องนี้ยังมีหลายคำถามที่รอการตรวจสอบ SPACEBAR สรุปลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2569
ปี 2557-2565 จุดเริ่มต้นขององค์กรทำดีและบัญชีบริจาค 2 บัญชี
บุ๋มเริ่มก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาองค์กรทำดีในปี 2557 โดยเปิดบัญชีธนาคารชื่อ องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เพื่อรับเงินสนับสนุนกิจกรรมช่วยเหลือประชาชน
ต่อมาในปี 2565 องค์กรทำดีจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดบัญชีใหม่ในชื่อมูลนิธิองค์กรทำดี แต่ยังคงใช้บัญชีเดิมควบคู่กัน โดยมูลนิธิฯ ระบุว่าคณะกรรมการมีมติรับรองการใช้บัญชีเดิมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 เนื่องจากประชาชนยังโอนเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
27 ตุลาคม 2569 จุดเริ่มต้นข้อสงสัยเรื่องบัญชีบริจาค
เพจเฟซบุ๊ก ออยศรีและผองเผือก ตั้งคำถามว่า เหตุใดมูลนิธิองค์กรทำดีจึงยังใช้บัญชีที่มีชื่อบุ๋มรับบริจาคทั้งที่จดทะเบียนเป็นมูลนิธิแล้ว และเงินเหล่านี้มีระบบตรวจสอบอย่างไร
ในวันเดียวกันบุ๋มแถลงข่าวชี้แจงว่า บัญชีดังกล่าวเปิดมาตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนมูลนิธิ ส่วนบัญชีใหม่เป็นบัญชีหลักขององค์กร แต่ยังมีข้อมูลบัญชีเดิมเผยแพร่อยู่ทำให้ประชาชนยังโอนเงินเข้ามา พร้อมยืนยันว่าเงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปซื้อที่ดินของสามี และยินดีให้ตรวจสอบ
28 ตุลาคม 2569 ‘สรปุก’ รับผิดโพสต์บัญชีเก่า มูลนิธิออกเอกสารชี้แจง
‘สรปุก’ ผู้ที่เคยช่วยดูแลเพจมูลนิธิฯ ออกมายอมรับว่าเป็นผู้นำเลขบัญชีเดิมมาโพสต์ในช่วงน้ำท่วม หลังค้นหาข้อมูลจากกูเกิลโดยไม่ทราบว่าเป็นบัญชีเก่า ก่อนบุ๋มและทีมงานจะกำชับให้ใช้บัญชีในนามมูลนิธิฯ เท่านั้น
ต่อมามูลนิธิฯ ได้ออกหนังสือชี้แจง ยืนยันว่าบัญชีทั้งสองได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ มีการบันทึกรายการรับจ่าย และไม่มีการนำเงินไปใช้ส่วนตัว ส่วนบัญชีเดิมอยู่ระหว่างหารือเรื่องการปิดบัญชีและโอนเงินเข้าสู่บัญชีมูลนิธิฯ
28 ตุลาคม 2569 เปิดปมใหม่ เงิน 45 ล้านบาทโอนผ่านผู้รับเหมา
เพจออยศรีและผองเผือกเผยแพร่ข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินที่โอนจากองค์กรทำดีไปยังผู้รับเหมา ก่อนมีการโอนต่อให้ก๊อต โดยช่วงแรกมีการพูดถึงยอดประมาณ 29-30 ล้านบาท ก่อนที่ พุทธ อภิวรรณ ผู้ประกาศข่าว จะระบุว่ายอดจากสลิปที่รวบรวมได้อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านบาท
ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าก่อสร้างมูลนิธิจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงมีการโอนต่อให้ก๊อต อย่างไรก็ตามยอด 45 ล้านบาทยังเป็นข้อมูลที่ถูกตั้งข้อสงสัย ไม่ใช่ยอดเงินเสียหายที่ได้รับการยืนยัน
28 ตุลาคม 2569 บุ๋มไลฟ์ชี้แจงงบก่อสร้าง 50 ล้านบาท
ในช่วงเย็นบุ๋มไลฟ์ชี้แจงว่า มูลนิธิมีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่จังหวัดปทุมธานี ใช้งบประมาณราว 50 ล้านบาท โดยมีอาคารดำเนินการแล้ว 4 หลัง และยืนยันว่าที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิฯ
บุ๋มระบุว่าเงินที่โอนให้ผู้รับเหมาเป็นค่าก่อสร้างตามข้อตกลง ส่วนเรื่องการโอนเงินต่อให้ก๊อตนั้นเธอยืนยันว่าเพิ่งทราบและไม่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงอะไรกัน
สำหรับโครงการพูลวิลล่าที่ภูเก็ตบุ๋มชี้แจงว่าเป็นเรื่องระหว่างก๊อตกับผู้รับเหมา ไม่ใช่โครงการของมูลนิธิ พร้อมพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะขายบ้านเพื่อจัดการปัญหา และอาจถอยออกจากมูลนิธิ
29 ตุลาคม 2569 ‘ช่างเอ๋’ เปิดข้อมูลอีกด้าน อ้างถูกใช้บัญชีโอนเงิน 45 ล้านบาท
ล่าสุด ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาที่ถูกกล่าวถึงออกมาเปิดเผยว่า เดิมก๊อตว่าจ้างให้สร้างบ้านพักอาศัยสำหรับบุ๋มในจังหวัดภูเก็ต ก่อนเปลี่ยนแผนเป็นโครงการพูลวิลล่า 8 หลัง และชักชวนให้ร่วมลงทุน แต่เกิดปัญหาเพราะก๊อตไม่ยอมลงนามในสัญญาร่วมทุนแม้จะมีการจ่ายค่าก่อสร้างบางส่วนแล้วก็ตาม
ส่วนประเด็นเงิน 45 ล้านบาทช่างเอ๋อ้างว่ามีเงินจากบัญชีองค์กรทำดีโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของตน ก่อนก๊อตจะสั่งให้โอนกลับเข้าบัญชีของก๊อตเป็นระยะ รวมถึงเคยขอให้จัดทำใบเสนอราคาก่อสร้างอาคารต่างๆ ขององค์กรทำดีด้วย
เมื่อช่างเอ๋ตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังทำให้พบว่ามีเงินหมุนเวียนสูงถึง 45 ล้านบาทจึงไม่สบายใจและปฏิเสธการรับโอนเงินลักษณะนี้อีก พร้อมเตรียมนำหลักฐานปรึกษาทนายความ
ช่างเอ๋ยังระบุว่าโครงการพูลวิลล่าที่ภูเก็ตมีการติดป้ายองค์กรทำดีในพื้นที่ และก๊อตยังค้างเงินค่าก่อสร้างประมาณ 3 ล้านบาท อีกทั้งตนยังถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังจากยอดเงินหมุนเวียนในบัญชี โดยขณะนี้กำลังรวบรวมเอกสารเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างของช่างเอ๋ซึ่งยังต้องตรวจสอบร่วมกับเอกสารทางการเงิน และรับฟังคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง
29 ตุลาคม 2569 เปิดสลิปเพิ่มเติม ปปง. อธิบายแนวทางตรวจสอบ
ต่อมา พุทธ อภิวรรณ และเพจออยศรีและผองเผือกเผยแพร่ข้อมูลธุรกรรมกับภาพแชตเพิ่มเติม โดยมีการกล่าวถึงยอดเงิน 18 ล้านบาท 10 ล้านบาท และรายการอีกประมาณ 12.3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ารายการเหล่านี้ซ้ำซ้อนกับยอด 45 ล้านบาทหรือไม่จึงยังไม่สามารถนำมารวมเป็นยอดเงินเสียหายได้
ด้าน ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ที่ปรึกษากฎหมายมูลนิธิฯ ยืนยันว่าองค์กรจะเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนต่อ พร้อมตรวจสอบและแก้ไขหากพบข้อผิดพลาด
ขณะที่ วิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อธิบายว่า สามารถตรวจสอบเส้นทางเงินย้อนหลังได้แต่ต้องมีเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยยังต้องพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างก่อน
เรื่องนี้ยังต้องติดตามอะไรต่อ?
แม้หลายฝ่ายจะออกมาชี้แจงแล้วแต่ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางเงิน 45 ล้านบาท สัญญาก่อสร้างมูลนิธิ และเหตุผลที่มีการโอนเงินผ่านบัญชีผู้รับเหมาไปยังก๊อต รวมถึงคำชี้แจงโดยตรงจากก๊อตที่ยังต้องติดตาม
ขณะนี้ยังไม่มีผลตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่ยืนยันว่าเงินบริจาค 45 ล้านบาทถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้น การหาข้อเท็จจริงจึงต้องอาศัยหลักฐานทางการเงินและคำชี้แจงจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง และสร้างความชัดเจนแก่ประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินให้มูลนิธิ




