ไอ เจ็บคอ มีไข้ โควิดหรือไข้หวัด? เช็กอาการต่างกันอย่างไร หลังยอดผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น

2 ก.ย. 2569 - 16:55

  • ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยเพิ่มขึ้นช่วงที่ผ่านมา ทำให้โควิดกลับมาเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง

  • ไอ เจ็บคอ มีไข้ อาจเป็นได้ทั้งโควิดและไข้หวัดใหญ่ จึงแยกจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก

  • หากสงสัยว่าติดโควิดควรตรวจหาเชื้อ พร้อมลดการใกล้ชิดผู้อื่น และเฝ้าระวังอาการรุนแรง

ไอ เจ็บคอ มีไข้ โควิดหรือไข้หวัด? เช็กอาการต่างกันอย่างไร หลังยอดผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น

ช่วงนี้ใครที่รู้สึกว่า “ทำไมคนรอบตัวเริ่มไอกันเยอะขึ้น?” หรือมีอาการไอ เจ็บคอ มีไข้ มีน้ำมูก และอ่อนเพลีย ก็อาจกำลังสงสัยว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 กันแน่

ยิ่งช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนกลับมากังวลและหันมาใส่ใจกับอาการของตัวเองมากขึ้นอีกครั้ง

โควิดกลับมาระบาดแรงจริงไหม? ยอดผู้ป่วยช่วงนี้เป็นอย่างไร

ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 99,691 ราย และเสียชีวิต 15 ราย โดยในช่วงที่ผ่านมาแนวโน้มการรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น และยังพบโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ อย่างไข้หวัดใหญ่และ RSV เพิ่มขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคระบุว่า การพบผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ยังเป็นไปตามแนวโน้มของ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามฤดูกาล ไม่ได้หมายความว่าเกิดการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม

สำหรับสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยขณะนี้ยังอยู่ในกลุ่มโอมิครอน โดยสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่อยู่ในการเฝ้าระวัง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป

ดังนั้น ข่าวยอดผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ควรติดตาม แต่ก็ ไม่ควรทำให้เกิดความตื่นตระหนก โดยเฉพาะการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์หรืออาการที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานสาธารณสุข

แล้วถ้าไอ เจ็บคอ มีไข้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโควิดหรือไข้หวัด?

ปัญหาคือ โควิด-19 กับไข้หวัดใหญ่มีอาการคล้ายกันมาก จนบางครั้งแยกจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก

ทั้งสองโรคสามารถทำให้เกิดอาการ เช่น

  • มีไข้หรือหนาวสั่น
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • อ่อนเพลีย

เพราะฉะนั้น หากมีอาการ ไอ + เจ็บคอ + มีไข้ ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นโควิด

ไข้หวัดใหญ่ต่างจากโควิดอย่างไร?

 ไข้หวัดใหญ่มักป่วยแบบฉับพลัน

ไข้หวัดใหญ่มักทำให้มีอาการค่อนข้างชัดเจนและเกิดขึ้นรวดเร็ว เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลียมาก

บางคนอาจรู้สึกว่าเมื่อวานยังปกติดีแต่วันนี้กลับมีไข้และปวดเมื่อยจนแทบไม่อยากทำอะไร ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในไข้หวัดใหญ่

โควิด-19 อาจมีอาการคล้ายหวัดทั่วไป

สำหรับโควิด-19 อาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ตั้งแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ไปจนถึงมีไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก และอ่อนเพลีย

กรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ป่วยโควิดในปัจจุบันส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ดังนั้น การมีอาการไม่รุนแรงไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่โควิด

ส่วนอาการสูญเสียหรือเปลี่ยนแปลงการรับกลิ่นและรสซึ่งเคยพบได้บ่อยในโควิดยุคก่อนก็ไม่ควรนำมาใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินว่าเป็นโควิดหรือไม่

อาการเหมือนกัน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโควิด?

เมื่ออาการซ้อนทับกันมาก วิธีที่ช่วยแยกโรคได้ดีกว่าการคาดเดาจากอาการคือ การตรวจหาเชื้อ

หากมีอาการและสงสัยว่าเป็นโควิด การตรวจ ATK สามารถใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นได้ ส่วนในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการตรวจที่ละเอียดขึ้น หรือการตรวจหาเชื้อไวรัสหลายชนิดร่วมกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

ดังนั้น หากช่วงนี้มีอาการ ไอ เจ็บคอ มีไข้ หรือเริ่มป่วยหลังจากใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อ การตรวจจึงมีประโยชน์มากกว่าการพยายามเดาจากอาการเพียงอย่างเดียว

ช่วงที่โควิดและโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นควรดูแลตัวเองอย่างไร?

ในช่วงที่ทั้งโควิด ไข้หวัดใหญ่ และ RSV มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การป้องกันโรคทางเดินหายใจโดยรวมจึงสำคัญไม่แพ้กัน

หากเริ่มมีอาการป่วยควร

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • สวมหน้ากากเมื่อต้องอยู่ใกล้ผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ล้างมือเป็นประจำ
  • หากสงสัยว่าเป็นโควิดควรตรวจตามความเหมาะสม
  • หากอาการรุนแรงหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงควรปรึกษาแพทย์

กรมควบคุมโรคยังเน้นหลักง่ายๆ สำหรับคนที่มีอาการว่า “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนรอบข้าง

ระวังข่าวโควิดปลอมที่กลับมาแชร์ซ้ำ

อีกเรื่องที่ควรระวังในช่วงที่ข่าวโควิดกลับมาเป็นกระแสคือ ข้อมูลเก่าหรือข่าวปลอมที่ถูกนำกลับมาแชร์ใหม่

ล่าสุดกรมควบคุมโรคออกมาเตือนกรณีข้อความที่อ้างว่ามีโควิดสายพันธุ์ “เดลตาครอน XBC” ที่รุนแรงขึ้นหลายเท่า และมีการเตือนให้ยกเลิกเทศกาลต่างๆ โดยกรมฯ ยืนยันว่าเป็น ข้อมูลเท็จที่นำข้อความเก่ากลับมาเผยแพร่ซ้ำ และสายพันธุ์หลักที่พบในไทยขณะนี้ยังเป็นกลุ่มโอมิครอน ไม่ใช่ XBC ตามที่มีการกล่าวอ้าง

ดังนั้น ก่อนแชร์ข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วย สายพันธุ์ใหม่ หรืออาการโควิด ควรตรวจสอบข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการก่อนเสมอ

ช่วงนี้โควิดเพิ่มขึ้น แต่ไอ เจ็บคอ มีไข้ ไม่ได้แปลว่าเป็นโควิดเสมอไป

แม้ข้อมูลล่าสุดจะพบว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของโรคทางเดินหายใจตามฤดูกาล และยังไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์หลักที่พบในไทยทำให้เกิดโรครุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ที่สำคัญคือ โควิด ไข้หวัดใหญ่ และโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ มีอาการคล้ายกันมาก การมีไข้ ไอ หรือเจ็บคอเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเป็นโรคอะไร

หากเริ่มมีอาการควรพักผ่อน ลดการใกล้ชิดผู้อื่น และตรวจหาเชื้อเมื่อเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหากมีอาการรุนแรงหรืออาการทรุดลงควรพบแพทย์ทันที

รู้ทันข่าว ไม่ตื่นตระหนก และดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มมีอาการ คือวิธีรับมือโควิดและโรคทางเดินหายใจที่ดีที่สุดในช่วงนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์