เปิดดาต้า ‘กราดยิงพารากอน’ บนออนไลน์ การสูญเสียครั้งสุดท้ายที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

4 ต.ค. 2566 - 15:56

  • ตั้งแต่เกิดเหตุ #พารากอน ติดกระแสยอดนิยม (Trending) อันดับ 1 ประเทศไทย มีคนทวีต 4.5 ล้านข้อความ

  • #อย่าโทษเกมส์ แรงขึ้นมา หลังมีข่าวนำเสนอว่า คนร้ายติดเกมแนวกราดยิง

  • เทียบชีพจรความสนใจบนโลกออนไลน์พบคล้ายกราดยิงที่โคราช พ.ศ.2563 และกราดยิงที่หนองบัวลำภู พ.ศ.2565

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Hero_d51e1d58a2.jpg

เสียงปืนดัง “ปัง!” ตอนนั้นราว 16:15 น. วานนี้ (3 ตุลาคม) ไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดเหตุกราดยิงในห้างใจกลางเมืองอย่าง สยามพารากอน

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนติด #พารากอน และทวีตภาพเหตุการณ์โกลาหล คนทยอยวิ่งหนีออกมาจากตัวห้าง พร้อมกับทวีตจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า มีคนถือปืนกราดยิง

เมื่อเหตุการณ์เริ่มแน่ชัด #พารากอน ก็ถูกดันขึ้นติดเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย X อย่างรวดเร็ว ภาพชายผมยาว สวมหมวก ใส่เสื้อยืดสีดำ ถือปืน ที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายถูกเผยแพร่ พร้อมทวีตให้ข้อมูลว่า มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต

สื่อมวลชนทุกสำนักกระโดดเข้ามางับเรื่องนี้นำเสนอข่าว รายงานนาทีต่อนาที บางสำนักจัดไลฟ์สดเพื่ออัพเดท วิเคราะห์สถานการณ์ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจขยับตัวทันที เพื่อเข้าคลี่คลายสถานการณ์

ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำ เวลาห้าโมงเย็น นี่คือ BIG TOPIC ของวันนั้นที่ทุกคนจับตา

ถามว่าเรื่องนี้ ใหญ่ และ ร้อนแรง แค่ไหน? ดาต้าบนแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง X และ Google Trends น่าจะเป็นตัวชี้วัดที่บอกเราได้ (ข้อมูลอัพเดท วันที่ 4 ตุลาคม เวลา 12.15 น.)

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo01_2759630758.jpg
#พารากอน ติดเทรนด์อันดับ 1 บน X (trends24.in)

#พารากอน ติดกระแสยอดนิยม (Trending) อันดับ 1 ประเทศไทย มีคนทวีต 4.5 ล้านข้อความ เริ่มติด Trending ราว 18 ชั่วโมงที่แล้ว (ก่อน 17.00 น.)

ข้อมูลจาก trends24.in ระบุว่า #พารากอน ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X อย่างรวดเร็วแซงทุกเทรนด์ทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ และยังคงครองอันดับ 1 มาจนถึงนาทีนี้

ขณะที่ #siamparagon แฮชแท็กที่คนบางส่วนติดพ่วงกับ #พารากอน เพื่อแจ้งเหตุและอัพเดทสถานการณ์ ติดเทรนด์ด้วยเช่นกัน

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo02_b5e948e621.jpg
#พารากอน #siamparagon #อย่าโทษเกมส์ ที่เกี่ยวกับเหตุกราดยิงติด Top 5 แฮชแท็กยอดนิยมบน X (trends24.in)

ล่าสุด ราวเที่ยงวันของวันนี้ (4 ตุลาคม) #อย่าโทษเกมส์ แรงขึ้นมาติด Top 5 กระแสยอดนิยม หลังมีกระแสตีกลับกรณีเจ้าหน้าที่และสื่อนำเสนอว่า ผู้ก่อเหตุชอบเล่นเกมแนวแบตเทิลรอยัล โดยคนจำนวนมากแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะโยงว่าเหตุกราดยิงมาจากผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอายุ 14 ปี ติดเกมและชอบเล่นเกมแนวนี้

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo03_9f87020af5.jpg
ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม โพสต์สเตตัสหลังมีข่าวเสนอว่า คนร้ายอาจเลียนแบบจากการเล่นเกม (FB: Yuthana Boonorm)

ขณะที่ Google Trends แสดงให้เห็นการสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวกับ ‘พารากอน’ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุการณ์กราดยิง

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo04_94b2afc11a.jpg
กราฟ Google Trends แสดงความสนใจต่อเหตุการณ์กราดยิงที่ ‘พารากอน’ ในประเทศไทย

แนวโน้มการค้นหา พารากอน ในประเทศไทย เริ่มเพิ่มขึ้นเวลา 16.20 น. หลังผู้คนเริ่มรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก X และสำนักข่าวนำเสนอสถานการณ์ ก่อนชีพจรความสนใจจะพุ่งสูงสุดในเวลา 16.44 น. และค่อยๆ ลดระดับลงมาเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ตำรวจเข้าจับกุมคนร้ายได้

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo05_742338dd3a.jpg
กราฟ Google Trends แสดงความสนใจต่อเหตุการณ์กราดยิงที่ ‘Paragon’ ทั่วโลก

เมื่อดูการค้นหาทั่วโลก (Worldwide) จะพบแนวโน้มชีพจรความสนใจต่อ Paragon ใกล้เคียงกับไทย จุดแตกต่างมีเพียงช่วงเวลาที่จะดีเลย์กว่าราว 40 นาที โดยดูจากชีพจรความสนใจที่พุ่งสูงสุดตอน 17.24 น. (ขณะที่ไทยเกิดขึ้นตอน 16.44 น.)

ระยะห่าง 40 นาทีมีความเป็นไปได้ว่า มาจากการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ และการรับรู้ของชาวต่างชาติต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo09_b6814362c3.jpg
‘พารากอน’ ขึ้นอันดับหนึ่งการค้นหาบน Google วันที่ 3 ตุลาคม 2566

ยกตัวอย่าง SCMP (South China Morning Post) สื่อฮ่องกงนำเสนอข่าวกราดยิงที่พารากอน -- Thai teen arrested after shooting at Bangkok's Siam Paragon shopping centre kills 2, including 1 Chinese woman เวลา 17.08 น. (ช้ากว่าสื่อไทยเกือบ 50 นาที) โดยเนื้อหา นอกจากการรายงานและสรุปสถานการณ์แล้ว ตอนท้ายของข่าวได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการกราดยิงในประเทศไทยได้อย่างน่าสนใจ

ปืนมีอยู่แพร่หลายในประเทศไทย และเหตุการณ์กราดยิงเป็นเรื่องปกติ (common) โดยสาเหตุมาจากความขุ่นเคือง อาชญากรรม การเสพยา แต่หลายครั้งก็มีเหตุจาก ‘รักสามเส้า’

เกือบหนึ่งปีที่แล้ว นับจากเหตุการณ์สังหารหมู่กราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (จ.หนองบัวลำภู) เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ ชวนให้ตั้งคำถามถึงการควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการครอบครองอาวุธปืนสูงที่สุดในภูมิภาค

และอย่าลืมว่า เมื่อปี พ.ศ.2563 อดีตนายทหารบกนายหนึ่งก่อเหตุอาละวาดกราดยิงในห้างแห่งหนึ่งในโคราช มีคนตาย 29 คน และบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน 

การตั้งข้อสังเกตของ SCMP ชวนให้ย้อนกลับไปดูดาต้าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ที่ Google Trends จับได้จาก 2 เหตุการณ์กราดยิงในตอนนั้น

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo06_a7ca402c4c.jpg
กราฟ Google Trends แสดงความสนใจต่อเหตุการณ์กราดยิง จ.หนองบัวลำภู พ.ศ.2565 (เกิดเหตุ 6 ตุลาคม)
data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo07_4a4935b545.jpg
กราฟ Google Trends แสดงความสนใจต่อเหตุการณ์กราดยิง จ.นครราชสีมา พ.ศ.2563 (เกิดเหตุ 8-9 กุมภาพันธ์)

เมื่อนำชีพจรความสนใจต่อเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เหตุการณ์มาเทียบกัน จะเห็นว่ามีแนวโน้มการเต้นในลักษณะเดียวกัน คือ ความสนใจพุ่งสูงสุดในช่วงที่เกิดเหตุ ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงเมื่อเวลาผ่านไป

สำหรับเหตุการณ์กราดยิงล่าสุดที่พารากอน หากดูดาต้าล่าสุด มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ชีพจรความสนใจจะมีแนวโน้มเช่นเดียวกับเหตุการณ์กราดยิงทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมที่จะมา ‘มุง’ ในเหตุการณ์สำคัญ

แต่สิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา คือการกราดยิงที่ไม่ควรเกิดซ้ำ ผู้มีอำนาจหน้าที่ควรเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง เพราะไม่เช่นนั้น โศกนาฏกรรมแบบนี้คงจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

data_news_boy_14_shooting_paragon_SPACEBAR_Photo08_0228398e37.jpg
คราบเลือดผู้เสียชีวิตติดบนเสื้อผ้าเด็กคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นลูกสาวของเธอ

ข่าวเหตุการณ์กราดยิงระทึกขวัญ สื่อมวลชนแห่ทำข่าว เจ้าหน้าที่รัฐรุกเข้าจัดการ ผู้มีอำนาจที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสนอแนะแนวทางต่างๆ นานา นักวิชาการออกมาให้มุมมองความรู้ ประชาชนพากันคอมเมนต์ให้ความเห็นตามความรู้สึกและประสบการณ์ พร้อมกับสื่อทำหน้าที่ด้วยการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ขอให้การสูญเสียครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” แต่ครั้งสุดท้ายไม่เคยเกิดขึ้นจริง...

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์