ปภ.ชวนเตรียมพร้อม กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง รับมือทุกสถานการณ์ภัย “ตระหนักแต่ไม่ตระหนก”

3 พ.ย. 2569 - 15:21

  • ปภ. รณรงค์ประชาชนเตรียมพร้อม “กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง” เอาตัวรอดได้ใน 3 วัน รับมือทุกสถานการณ์ภัย

  • ชี้ไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศต้องเตรียมรับมือความขัดแย้งตะวันออกกลาง แต่การเตรียมพร้อมเป็นหนึ่งในมาตรการลดความเสี่ยง ย้ำตระหนักแต่ไม่ตระหนก

ปภ.ชวนเตรียมพร้อม กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง รับมือทุกสถานการณ์ภัย “ตระหนักแต่ไม่ตระหนก”

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะประชาชนเตรียมพร้อม “กระเป๋าฉุกเฉิน” (Emergency Bag) เพื่อความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ดูแลตนเองได้ในเวลา 72 ชั่วโมง ตามมาตรฐานสากลในทุกสถานการณ์ภัย

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ตามที่หลายประเทศทั่วโลกมีการประกาศแจ้งเตือนและให้ประชาชนเตรียมสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับประเทศไทยแม้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องเตรียมรับมือสภาวะดังกล่าว แต่การเตรียมความพร้อม “กระเป๋าฉุกเฉิน” เป็นหนึ่งในมาตรการลดความเสี่ยงที่ ปภ. สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเตรียมพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งกระเป๋าฉุกเฉินไม่เพียงแค่ช่วยเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐาน ที่จะช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว โรคระบาด หรือภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ไฟไหม้ จลาจล การก่อวินาศกรรม

โดย “72 ชั่วโมงแรก” เป็นมาตรฐานสากลในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะ 3 วันแรกหลังเกิดภัย ผู้คนต้องเอาตัวรอด และอยู่ในช่วงระหว่างภาครัฐกระจายความช่วยเหลือเข้าไปในแต่ละพื้นที่ การเตรียมน้ำ อาหาร และอุปกรณ์ที่เพียงพอสำหรับตนเองและครอบครัวจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง จะช่วยให้ดำรงชีพเบื้องต้น และรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิดได้

DDPM-advises-preparing-a-72-hour-emergency-kit-SPACEBAR-Photo V01.jpg

สำหรับ “กระเป๋าฉุกเฉิน” ประชาชนควรจัดเตรียมของจำเป็น 6 หมวด ได้แก่

1.     ยาและสุขภาพ ได้แก่ ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว เอกสารประวัติการรักษา

2.     อาหารและน้ำ โดยน้ำดื่มควรเตรียมพร้อมไว้ 3 ลิตร/คน/วัน อาหารพร้อมทาน ขนมให้พลังงาน หากมีกลุ่มเปราะบาง ควรเตรียมอาหารเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยไว้ด้วย

3.     อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุสำหรับฟังข่าวหากสัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด นกหวีดขอความช่วยเหลือ เทียนไข ไฟแช็ก สมุด ปากกา มีดพก กรรไกร เชือก เทป

4.     เอกสารและเงินสด โดยเตรียมเอกสารสำคัญพร้อมสำเนาไว้ในซองกันน้ำ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน กุญแจสำรอง และเงินสด กรณีธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ไม่สามารถใช้งานได้

5.     สุขอนามัยส่วนบุคคล อาทิ ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ ถุงขยะ

6.     เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เตรียมเสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่ม/ถุงนอน ให้เพียงพอในช่วงเผชิญเหตุช่วงแรก

“ทุกบ้านควรมีกระเป๋าฉุกเฉิน หรือ Emergency Bag เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงครามไซเบอร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะสามารถพกติดตัวเมื่อต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ทันที และควรหากระเป๋าที่น้ำหนักเบา กันน้ำได้ วางในจุดที่หยิบใช้ได้ทันที ที่สำคัญต้องตรวจเช็กสภาพการใช้งาน และวันหมดอายุอยู่เสมอ”

อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า ในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินอื่น ปภ. ได้เตรียมพร้อมเพื่อดูแลประชาชน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการ์วิกฤต การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast และช่องทางต่างๆ ที่ครอบคลุม รวมไปถึงการเผชิญเหตุ และการบรรเทาทุกข์ ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ภัย

"ซึ่ง ปภ. และภาครัฐที่เกี่ยวข้องพร้อมประสานงานเพื่อเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ภัยฉุกเฉินต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน"

อ้างอิงข้อมูล : เฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์