ใครชอบกินชาบู สุกี้ หรือหมูกระทะ โดยเฉพาะเมนูที่มี เห็ดเข็มทอง เป็นส่วนประกอบ อาจต้องเพิ่มความระมัดระวัง หลังหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารในต่างประเทศตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย ลิสทีเรีย (Listeria monocytogenes) ปนเปื้อนในเห็ดเข็มทองบางล็อตจนนำไปสู่การเรียกคืนสินค้า ขณะที่ประเทศไทยเองก็เคยมีการตรวจพบเชื้อชนิดนี้ในตัวอย่างเห็ดเข็มทองดิบเช่นกัน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2567 สถาบันอาหารได้เผยแพร่ข้อมูลการสุ่มตรวจเห็ดเข็มทองดิบที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 4 ยี่ห้อ โดยรายงานว่าพบเชื้อลิสทีเรียในทั้ง 5 ตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม ผลตรวจดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเห็ดเข็มทองที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ หรือทั่วประเทศไทยปนเปื้อนเชื้อ 100% เพราะเป็นการตรวจตัวอย่างจำนวนจำกัด ไม่ใช่การตรวจเห็ดเข็มทองทั้งหมดในท้องตลาด อีกทั้งยังเป็นผลตรวจเมื่อปี 2567 ไม่ใช่สถานการณ์ล่าสุดในปี 2569
สำหรับต่างประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 หน่วยงานความปลอดภัยอาหารของสาธารณรัฐเช็กตรวจพบเชื้อลิสทีเรียในเห็ดเข็มทองจากจีน 2 ล็อตจนต้องสั่งห้ามจำหน่าย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) มีมาตรการเฝ้าระวังการนำเข้าเห็ดเข็มทองจากจีนและเกาหลีใต้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าสินค้าล็อตที่พบปัญหาในต่างประเทศถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
เชื้อลิสทีเรียอันตรายแค่ไหน?
ลิสทีเรียคือเชื้อแบคทีเรียที่อาจปนเปื้อนมากับอาหาร สิ่งที่ต้องระวังคือเชื้อชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น และอาหารที่ปนเปื้อนอาจยังดูสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหรือสีผิดปกติ ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า หากได้รับเชื้อเข้าไปอาจมีอาการท้องเสีย อาเจียน มีไข้ หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย
แม้คนสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่อาจมีอาการไม่รุนแรง แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่อาจเสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการปวดศีรษะ คอแข็ง สับสน หรือชัก และจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์
กินเห็ดเข็มทองอย่างไรให้ปลอดภัย?
สำนักงานตรวจสอบอาหารแคนาดาแนะนำให้ปรุงเห็ดเข็มทองให้ได้รับความร้อนทั่วถึงที่อุณหภูมิอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 2 นาทีเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค ดังนั้น ใครที่ชอบกินชาบูหรือสุกี้ ไม่ควรนำเห็ดลงไปลวกเพียงไม่กี่วินาทีแล้วรีบกิน แต่ควรต้มให้สุกทั่วถึง เพราะการล้างน้ำหรือแช่ตู้เย็นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดเชื้อลิสทีเรียได้
นอกจากนี้ควรเลือกซื้อเห็ดเข็มทองจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบฉลากและเลขล็อตสินค้า เก็บรักษาในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส รวมถึงแยกเห็ดดิบออกจากอาหารปรุงสุก และล้างมือ มีด เขียง หรือภาชนะที่สัมผัสเห็ดดิบให้สะอาดทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อปนเปื้อนไปยังอาหารชนิดอื่น หากพบว่าสินค้าที่ซื้อมาอยู่ในประกาศเรียกคืนควรงดรับประทานทันที
สำหรับผู้ที่รับประทานอาหารที่สงสัยว่าปนเปื้อนเชื้อแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อย หรือท้องเสีย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติการรับประทานอาหาร หากมีอาการรุนแรง เช่น คอแข็ง สับสน หรือชัก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
ทั้งนี้ เห็ดเข็มทองยังสามารถรับประทานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเลิกกินเพราะข่าวการปนเปื้อน แต่ควรใส่ใจเรื่องความสะอาดและการปรุงให้สุกทุกครั้ง เพราะแม้เห็ดที่ซื้อมาจะดูสดใหม่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อน




