คำว่า ‘ลูกกตัญญู’ เป็นคำที่คนไทยคุ้นเคยกันดี หลายคนเติบโตมากับความคิดที่ว่า เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลงลูกก็ควรเป็นคนดูแลทั้งเรื่องชีวิตประจำวันและเรื่องเงิน
ประเด็นนี้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังสองพี่น้องเจ้าของช่อง ‘เลิ่กลั่ก’ ออกมาเล่าถึงปัญหาภายในครอบครัว โดยระบุว่าที่ผ่านมาให้การช่วยเหลือแม่ทั้งเงินและทรัพย์สิน ก่อนตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งไม่มีเงินให้หรือไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนเดิมพวกเขา ยังจะเป็นลูกของแม่อยู่ไหม อย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าจากฝั่งของทั้งคู่จึงไม่ควรนำไปตัดสินแทนว่าใครผิดหรือถูก
แต่สิ่งที่เรื่องนี้ชวนคิดต่อคือ ความกตัญญูควรมีขอบเขตไหม?
การช่วยเหลือพ่อแม่เป็นเรื่องดี และสำหรับหลายคนก็เป็นสิ่งที่เต็มใจทำ แต่ปัญหาอาจเริ่มขึ้นเมื่อคำว่า ‘ช่วย’ ค่อยๆ กลายเป็น ‘ต้องช่วยทุกครั้ง’ ไม่ว่าจะมีกำลังหรือไม่
งานวิจัยเรื่อง Subjective caregiver burden and coping in family carers ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Stress and Health ปี 2024 และรวบรวมงานศึกษาถึง 80 ชิ้น พบว่า ภาระจากการดูแลสมาชิกในครอบครัวเป็นสิ่งที่พบได้มาก และวิธีที่ผู้ดูแลรับมือกับปัญหามีความสัมพันธ์กับระดับความรู้สึกเหนื่อยและเป็นภาระของตัวเอง
แม้งานวิจัยนี้จะพูดถึงการดูแลสมาชิกในครอบครัวในภาพกว้าง ไม่ได้เจาะจงเฉพาะเรื่องการให้เงินพ่อแม่ แต่ก็สะท้อนเรื่องสำคัญว่า การดูแลคนที่เรารักก็มีต้นทุนของคนดูแลเหมือนกัน
เช่น จากเดิมที่ช่วยค่าใช้จ่ายเดือนละจำนวนหนึ่ง แต่วันหนึ่งกลายเป็นต้องนำเงินเก็บออกมาใช้ ต้องหาเงินเพิ่มทุกครั้งที่มีปัญหา หรือเริ่มกระทบค่าใช้จ่ายและอนาคตของตัวเอง หากมาถึงจุดนี้การตั้งขอบเขตก็อาจเป็นเรื่องจำเป็น
ขอบเขตไม่ได้หมายถึงการตัดพ่อแม่ออกจากชีวิต แต่อาจเป็นเพียงการบอกว่า เดือนนี้ช่วยได้เท่านี้ เรื่องนี้ช่วยบางส่วนได้ หรือบางปัญหาเราไม่สามารถรับผิดชอบแทนทั้งหมดได้
เพราะสุดท้ายแล้ว ความกตัญญูไม่ได้วัดจากจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว การดูแลเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย พาไปหาหมอ ซื้อของจำเป็น โทรถามสารทุกข์สุกดิบ หรือช่วยเหลือเท่าที่กำลังตัวเองไหวก็เป็นการดูแลพ่อแม่ได้เหมือนกัน
อีกเรื่องที่อาจต้องแยกออกจากกันคือ การช่วยพ่อแม่ กับการต้องรับผิดชอบทุกการตัดสินใจของพ่อแม่ เพราะเมื่อทุกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ละคนก็ยังต้องมีส่วนรับผิดชอบชีวิตของตัวเองด้วย
คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า ‘เราให้พ่อแม่มากพอหรือยัง?’
แต่อาจต้องถามตัวเองด้วยว่า ‘หลังจากช่วยแล้วเรายังดูแลชีวิตของตัวเองไหวอยู่ไหม?’
ถ้าวันหนึ่งการช่วยเหลือเริ่มทำให้ตัวเองเป็นหนี้ เครียด หรือรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเพราะกลัวถูกมองว่า ‘อกตัญญู’ การบอกว่า ‘ช่วยได้เท่านี้’ อาจไม่ได้แปลว่าไม่รัก
แต่อาจเป็นการหาจุดที่ทำให้เรายังดูแลครอบครัวได้โดยไม่ต้องทำร้ายชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน




