ผบ.ตร.ตั้งปม “ประมาท” สอบเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ลุยตรวจทางหนีไฟ–ระบบไฟ–วัสดุตกแต่ง
ผบ.ตร.สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตั้งข้อสันนิษฐานเรื่องความประมาทเป็นแนวทางหลัก ตรวจละเอียดตั้งแต่ระบบไฟฟ้า วัสดุตกแต่ง การต่อเติมอาคาร ทางเดินแคบ ไปจนถึงประตูหนีไฟที่อาจใช้งานไม่ได้จริง ย้ำหากพบความผิดพร้อมดำเนินคดีทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมสั่งตรวจมาตรฐานสถานบริการทั่วประเทศ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามการตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ประสบเหตุรวม 90 คน แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 27 ราย และผู้บาดเจ็บ 63 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นข้าราชการตำรวจ 2 นาย คือ ส.ต.ต.สิทธิโชค บุญทารักษ์ กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (กก4 บก.ส.3) และ ส.ต.ต หญิง เปรมมิกา อ่อนศรี สังกัด กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (กก4 บก.ส.3)
โดยร่างผู้เสียชีวิตถูกนำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนผู้บาดเจ็บถูกกระจายไปรักษาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามระดับความรุนแรงของอาการ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำโดยประมาท แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นความผิดของบุคคลใด โดยต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ การสอบปากคำพยาน และการตรวจสอบเอกสารการก่อสร้าง การต่อเติม และการประกอบกิจการอย่างละเอียด

ตั้งทีมสอบสวน แบ่งสอบทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.พหลโยธิน ให้บูรณาการร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานเขต และแพทย์นิติเวช
แนวทางสอบสวนจะแบ่งกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เจ้าของกิจการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง พ่อครัว แม่ครัว นักดนตรี ตลอดจนช่างและผู้รับเหมาที่เคยเข้ามาตกแต่งหรือต่อเติมอาคาร เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า มีการกระทำหรือละเว้นใดที่ส่งผลต่อการเกิดเพลิง การลุกลามของไฟ หรือการอพยพผู้ที่อยู่ภายในร้านหรือไม่
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนจะประสานโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อเข้าสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่อาการปลอดภัยและสามารถให้ข้อมูลได้ ส่วนเจ้าของสถานประกอบการยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
พบผู้เสียชีวิตจำนวนมากใกล้ห้องน้ำ
จากการตรวจสอบสภาพภายในเบื้องต้น อาคารเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านหน้าติดถนนลาดพร้าวมีประตูเข้า–ออก 2 บาน ขณะที่ด้านหลังมีช่องทางออกอีกอย่างน้อย 2 จุด
บริเวณใกล้ห้องน้ำหญิงพบประตูที่มีทั้งลูกบิดและกลอนสไลด์ แต่มีโต๊ะจำหน่ายทอฟฟี่ตั้งกีดขวางอยู่ ขณะที่พบผู้เสียชีวิตจำนวนมากอยู่บริเวณห้องน้ำชายและหญิง
ตำรวจสันนิษฐานว่า เมื่อเกิดเพลิงไหม้และมีควันหนาแน่น ผู้ที่อยู่ภายในอาจไม่ทราบทิศทางหลบหนี บางส่วนจึงวิ่งเข้าไปบริเวณห้องน้ำเพื่อตามหาทางออกหรือแหล่งน้ำ ก่อนสำลักควันและไม่สามารถออกมาได้
อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าประตูบริเวณดังกล่าวถูกล็อกอยู่ขณะเกิดเหตุหรือไม่ หากพบว่ามีการจัดทำประตูหรือทางออกไว้ แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง อาจเป็นหนึ่งในพฤติการณ์ที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายประมาทหรือฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ ตำรวจจะเชิญเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยที่เข้าไปในอาคารช่วงแรกมาสอบปากคำ เพื่อยืนยันสภาพประตูและเส้นทางหนีไฟในขณะเกิดเหตุ
ทางออกหลังครัวแคบ มีสิ่งของกีดขวาง
เจ้าหน้าที่ยังพบทางออกอีกจุดหนึ่ง เชื่อมจากบริเวณบาร์น้ำไปด้านหลังห้องครัว แม้มีป้ายระบุว่าเป็น “ทางออก” แต่ประตูเป็นแบบบานเลื่อนและไม่พบลูกบิดหรือมือจับในสภาพปกติ
บริเวณทางเดินยังมีชั้นวางของและล็อกเกอร์ตั้งอยู่ ทำให้ช่องทางแคบจนเดินผ่านได้เพียงครั้งละหนึ่งคน จึงต้องตรวจสอบว่าการจัดวางสิ่งของและการต่อเติมพื้นที่ดังกล่าว เป็นอุปสรรคต่อการอพยพหรือมีส่วนทำให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถหนีออกมาได้ทันหรือไม่
ตำรวจจะตรวจสอบด้วยว่า จำนวนประตู ทางออกฉุกเฉิน ความกว้างของเส้นทางอพยพ ป้ายบอกทาง และระบบไฟฉุกเฉิน สอดคล้องกับรูปแบบอาคารและจำนวนผู้ใช้บริการหรือไม่
ตรวจจุดต้นเพลิงเหนือเวที–วัสดุตกแต่งไวไฟ
จุดที่เชื่อว่าเป็นบริเวณต้นเพลิงอยู่เหนือเวทีดนตรี ซึ่งมีวัสดุตกแต่งและระบบอุปกรณ์จำนวนมาก ลักษณะวัสดุพยานในบริเวณดังกล่าวแตกต่างจากพื้นที่โถงรับประทานอาหาร และอาจมีวัสดุที่ติดไฟหรือลุกลามได้รวดเร็ว
เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบว่า มีการนำวัสดุไวไฟมาใช้ตกแต่ง ปรับปรุงระบบเสียง หรือบุผนังและเพดานหรือไม่ รวมถึงวัสดุดังกล่าวผ่านมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยหรือมีการใช้สารหน่วงไฟตามข้อกำหนดหรือไม่
คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2–3 วันในการรื้อเวทีและฝ้าเพดาน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดต้นเพลิง โดยจะประสานผู้รับเหมาและผู้เกี่ยวข้องกับการตกแต่งร้านมาชี้ตำแหน่ง พร้อมนำภาพภายในร้านก่อนเกิดเหตุมาเปรียบเทียบกับสภาพหลังเพลิงไหม้
เร่งพิสูจน์ปมไฟตก–ใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง
อีกประเด็นสำคัญคือระบบไฟฟ้าภายในอาคาร หลังมีข้อมูลจากผู้ที่เคยทำงานภายในร้านว่าอาจเกิดปัญหาไฟตกเป็นประจำ
ผบ.ตร.จึงสั่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบการเดินสายไฟ คุณภาพและขนาดของสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบคัตเอาต์ ตู้ควบคุมไฟ ระบบตัดกระแสไฟ ตลอดจนปริมาณการใช้ไฟฟ้าว่าเกินกำลังรองรับของระบบหรือไม่
การตรวจสอบจะครอบคลุมถึงประเด็นไฟฟ้าลัดวงจร ความร้อนสะสมบริเวณฝ้าเพดาน และความเป็นไปได้ที่ระบบตัดไฟจะไม่ทำงานเมื่อเกิดความผิดปกติ โดยยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้จนกว่าจะมีผลตรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วตามแนวเพดานและวัสดุตกแต่ง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์

ตรวจย้อนหลังอาคารอายุ 53 ปี และประวัติการต่อเติม
อาคารที่เกิดเหตุมีอายุประมาณ 53 ปี และเคยเปลี่ยนผู้ประกอบการหลายครั้ง ตำรวจจึงประสานสำนักงานเขตตรวจสอบประวัติการขออนุญาตก่อสร้าง การดัดแปลงและต่อเติมอาคารในแต่ละช่วง
การตรวจสอบจะพิจารณาว่า การปรับปรุงพื้นที่ภายใน การติดตั้งเวที ห้องครัว บาร์น้ำ ฝ้าเพดาน ระบบไฟฟ้า และเส้นทางเข้า–ออก ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
แม้การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าใบอนุญาตประกอบกิจการมีความถูกต้อง แต่ตำรวจย้ำว่า การมีใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิด หากพบว่าการใช้อาคารจริง การต่อเติมภายหลัง หรือระบบความปลอดภัยไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต
หากพบละเลย ดำเนินคดีทั้งเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ตำรวจจะตรวจสอบความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริหารร้าน ผู้รับเหมา และหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตหรือตรวจสอบ
หากพบว่าผู้ประกอบการมุ่งหวังผลประโยชน์ แต่ละเลยมาตรฐานความปลอดภัย หรือพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อนุญาตโดยไม่ชอบ หรือตรวจสอบไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
สำหรับกระแสข่าวว่าเจ้าของร้านอาจมีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกับนายตำรวจในพื้นที่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานยืนยันข้อเท็จจริง แต่ย้ำว่าจะไม่มีการใช้อิทธิพลหรือให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นคดีร้ายแรงที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

เร่งตรวจถังแก๊สและเสียงระเบิด
กรณีภาพเปลวไฟพุ่งออกจากตัวอาคาร ผบ.ตร.อธิบายว่า อาจเกิดขึ้นได้เมื่อไฟเผาไหม้ในพื้นที่ปิดจนออกซิเจนลดลง และมีการเปิดประตูหรือช่องทางให้อากาศภายนอกไหลเข้า ส่งผลให้เปลวไฟพุ่งออกมาอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบว่ามีเสียงระเบิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ภายในอาคารมีถังแก๊สจำนวนเท่าใด อยู่ในตำแหน่งใด และมีถังใดแตกหรือระเบิดจากความร้อนหรือไม่ โดยยังไม่ควรสรุปว่าเป็นการระเบิดจนกว่าจะมีผลตรวจพิสูจน์
ยืนยันโรงพยาบาลตำรวจไม่ได้ปฏิเสธคนเจ็บ
ส่วนกระแสข่าวว่ามีโรงพยาบาลบางแห่งไม่รับผู้บาดเจ็บอาการหนัก โดยเฉพาะโรงพยาบาลตำรวจนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐยืนยันว่า โรงพยาบาลตำรวจรับผู้บาดเจ็บตามกระบวนการปกติ
การกระจายผู้บาดเจ็บทั้ง 63 รายไปยังโรงพยาบาลหลายแห่ง เป็นการบริหารจัดการตามศักยภาพ จำนวนเตียง และความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยแต่ละระดับ ไม่ใช่การปฏิเสธรับผู้บาดเจ็บ
สั่งตรวจสถานบริการทั่วประเทศ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นเพียง “อุทาหรณ์” เพราะประเทศไทยเคยเกิดโศกนาฏกรรมในสถานบันเทิงลักษณะคล้ายกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ปัญหาด้านทางหนีไฟ วัสดุตกแต่ง การกีดขวางทางออก และระบบป้องกันอัคคีภัยยังเกิดซ้ำ
ตำรวจจึงสั่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการในกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดทำแนวทางต้นแบบ ก่อนบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานบริการทั่วประเทศ
“ประเด็นที่ต้องตรวจสอบจะครอบคลุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อุปกรณ์ดับเพลิง ระบบไฟฉุกเฉิน ทางออกและประตูหนีไฟ เส้นทางอพยพ จำนวนผู้ใช้บริการ การกีดขวางทางเดิน วัสดุตกแต่งภายใน ตลอดจนความพร้อมของเจ้าหน้าที่และพนักงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน”
ผบ.ตร.ย้ำว่า มาตรฐานความปลอดภัยไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจ ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ใช้บริการ และต้องไม่ลดต้นทุนหรือเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้า จนทำให้เส้นทางหลบหนีถูกกีดขวางหรือใช้งานไม่ได้เมื่อเกิดเหตุร้าย
ขณะนี้คดียังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อสันนิษฐานเรื่องระบบไฟฟ้า วัสดุไวไฟ ประตูถูกล็อก การต่อเติมอาคาร และความประมาทของบุคคลหรือหน่วยงานใด จึงยังไม่ถือเป็นข้อยุติจนกว่าผลตรวจพิสูจน์และการสอบสวนจะแล้วเสร็จ






