8 เดือนแผ่นดินไหวใหญ่ 11 ครั้ง ใน 9 ประเทศ เมื่อโลกไม่ได้ไหวแบบสุ่ม แล้วไทยต้องกลัวไหม?

17 ส.ค. 2569 - 15:43

  • 8 เดือน ปี 2569 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปแล้ว 11 ครั้งใน 9 ประเทศ

  • เหตุล่าสุดขนาด 7.7 ที่ฟลอเรส อินโดนีเซีย ห่างไทย 3,000 กิโลเมตร ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

  • วช.แนะเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมง รู้หลัก “หมอบ–ป้อง–เกาะ” และสังเกตสัญญาณสึนามิ

8 เดือนแผ่นดินไหวใหญ่ 11 ครั้ง ใน 9 ประเทศ เมื่อโลกไม่ได้ไหวแบบสุ่ม แล้วไทยต้องกลัวไหม?

ท่ามกลางความกังวลข่าวแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลาไล่เลี่ยกัน ล่าสุด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และส่งเสริมการเตรียมพร้อมโดยไม่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

“เราอาจหยุดแผ่นดินไหวไม่ได้ แต่เราสามารถลดความสูญเสียได้ ด้วยความรู้ การเตรียมพร้อม และการลงมือทำตั้งแต่วันนี้”

ผศ.ปัญจพาณ์ สุขโข

แผ่นดินไหว 11 ครั้งใน 9 ประเทศและพื้นที่ ไทยต้องพร้อมไม่ใช่ตื่นตระหนก

จากข้อมูลที่รวบรวมถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไป จำนวน 11 ครั้ง ใน 9 ประเทศและพื้นที่ โดยเหตุการณ์ที่มีขนาดสูงสุดคือ แผ่นดินไหวขนาด 7.8 บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569

ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดเป็นแผ่นดินไหวขนาด 7.7 บริเวณฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 04.58 น. ตามเวลาประเทศไทย

green-space-earthquake-7-up-11-times-2026-thailand-risk-SPACEBAR-Photo01.jpg

“แผ่นดินไหว” ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม

ข้อมูลจาก วช.ระบุว่า แผ่นดินไหวส่วนใหญ่ของโลกไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่กระจุกตัวตามแนวรอยต่อแผ่นธรณีภาค หรือ Plate Boundaries โดยเฉพาะบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แผ่นธรณีภาคชนกัน มุดตัว แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน

การสะสมและปลดปล่อยพลังงานตามแนวรอยเลื่อนจึงทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟบ่อยกว่าพื้นที่ภายในแผ่นธรณีภาค

Magnitude ไม่เท่ากับความรุนแรงที่รู้สึก

ขนาดแผ่นดินไหว หรือ Magnitude หมายถึงขนาดของแหล่งกำเนิดและพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา โดยเหตุการณ์ขนาดใหญ่ในปัจจุบันมักรายงานด้วยมาตราโมเมนต์แมกนิจูด หรือ Mw มากกว่าการใช้คำว่า “ริกเตอร์”

ขณะที่ความรุนแรงของการสั่นสะเทือน หรือ Intensity จะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากศูนย์เกิด ความลึก ลักษณะดินและหิน ตลอดจนรูปแบบและมาตรฐานของอาคาร

ตัวเลขขนาดอาจถูกปรับปรุงภายหลัง

ตัวเลขขนาดในประกาศระยะแรกอาจแตกต่างจากตัวเลขที่ปรับปรุงภายหลังได้ เช่น หน่วยงานไทยรายงานเหตุการณ์ล่าสุดในระยะแรกที่ขนาด 7.5 ขณะที่ BMKG และ USGS ปรับปรุงข้อมูลเป็นขนาด 7.7 เมื่อได้รับข้อมูลจากสถานีตรวจวัดเพิ่มขึ้น

ความแตกต่างดังกล่าวเป็นกระบวนการปรับค่าทางวิทยาศาสตร์ และไม่ได้หมายความว่าเป็นเหตุการณ์คนละเหตุการณ์

แผ่นดินไหวใต้ทะเลไม่ได้แปลว่าจะเกิด “สึนามิ” ทุกครั้ง

แผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดสึนามิทุกครั้ง การเกิดสึนามิขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความลึก กลไกการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน และการยกหรือทรุดตัวในแนวดิ่งของพื้นทะเลอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้มวลน้ำปริมาณมากเคลื่อนตัวออกจากจุดกำเนิด

สำหรับเหตุการณ์บริเวณฟลอเรส ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินว่าอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 3,373 กิโลเมตร และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ตามข้อมูลที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ดังนั้น ประชาชนไทยยังไม่ควรตื่นตระหนกหรือดำเนินการอพยพจากเหตุการณ์นี้ เว้นแต่จะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากหน่วยงานทางการ

ไทยมี 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง ต้องเตรียมพร้อมต่อเนื่อง

ประเทศไทยมีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง 16 กลุ่ม โดยพื้นที่ใกล้แนวรอยเลื่อนในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และบางส่วนของภาคใต้ ควรมีการเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ พื้นที่ดินอ่อนหรือพื้นที่ลุ่มสามารถขยายการสั่นสะเทือนได้ ทำให้ประชาชนในอาคารสูงอาจรับรู้การแกว่งจากแผ่นดินไหวระยะไกลได้ชัดเจนกว่าบางพื้นที่

photo-story-colombia-quake-death-toll-tops-250-as-rescuers-race-to-find-survivors-SPACEBAR-Photo05 (1).jpg

สิ่งที่ประชาชนไทยควรพึงระวังและเตรียมพร้อม

1. อย่าตีความแผ่นดินไหวทั่วโลกว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยไทย

ไม่ควรตีความว่าแผ่นดินไหวหลายครั้งทั่วโลกเป็นสัญญาณว่าแผ่นดินไหวใหญ่กำลังจะเกิดในประเทศไทย

ข้อมูลเหล่านี้ใช้สำหรับการติดตามและประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่คำพยากรณ์ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุวัน เวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

ประชาชนจึงควรตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และหน่วยงานท้องถิ่นเท่านั้น

2. เมื่อเกิดแรงสั่นไหว ให้ “หมอบ–ป้อง–เกาะ”

เมื่อเกิดการสั่นไหว ให้ “หมอบ–ป้อง–เกาะ” หมอบลงกับพื้น ป้องกันศีรษะและลำคอ หลบใต้โต๊ะที่แข็งแรงและยึดเกาะไว้

อยู่ห่างจากกระจก ตู้ ชั้นวางของ และสิ่งของที่อาจหล่น ไม่วิ่งกรูไปยังบันได และไม่ใช้ลิฟต์ขณะอาคารกำลังสั่น

เมื่อแรงสั่นหยุดแล้วจึงออกจากอาคารอย่างเป็นระเบียบตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

3. อาคารสูงต้องตั้งสติ ไม่ประเมินอันตรายจากความรู้สึกแกว่งเพียงอย่างเดียว

ผู้ที่อยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติและไม่ประเมินอันตรายจากความรู้สึกแกว่งเพียงอย่างเดียว อาคารสูงอาจตอบสนองต่อคลื่นแผ่นดินไหวคาบยาวและแกว่งต่อเนื่องได้ แม้ศูนย์เกิดจะอยู่ห่างออกไป

ควรหลีกเลี่ยงหน้าต่างและวัตถุแขวน รอจนแรงสั่นหยุด ตรวจสอบรอยแตกร้าว ความเสียหายของเสา คาน ระบบไฟฟ้า ก๊าซ และลิฟต์ และไม่กลับเข้าอาคารที่มีความเสียหายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ

4. ชายฝั่งอันดามันต้องรู้จักสัญญาณธรรมชาติของสึนามิ

ประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งอันดามันต้องรู้จักสัญญาณธรรมชาติของสึนามิ

หากรู้สึกถึงแผ่นดินไหวรุนแรงหรือสั่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เห็นน้ำทะเลลดลงหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือได้ยินเสียงคำรามจากทะเล ให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่สูงหรือเข้าไปด้านในแผ่นดินทันทีเมื่อสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่รอประกาศเตือน

เนื่องจากสึนามิจากแหล่งกำเนิดใกล้ชายฝั่งอาจเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่กี่นาที และคลื่นลูกแรกอาจไม่ใช่คลื่นที่สูงที่สุด

photo-story-colombia-quake-death-toll-tops-250-as-rescuers-race-to-find-survivors-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

5. เตรียมพร้อมระดับครอบครัวอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน หรือ Go Bag ซึ่งประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย นกหวีด วิทยุหรือโทรศัพท์พร้อมพาวเวอร์แบงก์ สำเนาเอกสารสำคัญ และของจำเป็นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง พร้อมกำหนดจุดนัดพบและช่องทางติดต่อของสมาชิกในครอบครัว

6. เตรียมบ้านและสถานที่ทำงานก่อนเกิดเหตุ

ยึดตู้ ชั้นวาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของหนักเข้ากับผนัง ไม่วางของหนักเหนือเตียงหรือบริเวณทางออก ตรวจสอบเส้นทางหนีภัย และร่วมซ้อมแผนแผ่นดินไหวของบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน โรงพยาบาล และชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์