น้ำทะเลหนุนสูง 4 วันรวด เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาจับตาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ

15 มิ.ย. 2569 - 12:52

  • สทนช.เตือน 15-18 มิ.ย. น้ำทะเลหนุนสูง กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายหลัก

  • 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา แม่กลอง และท่าจีน เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นและน้ำเค็มรุกล้ำ

  • เสี่ยงกระทบคุณภาพน้ำดิบ การผลิตประปา และภาคเกษตรกรรม

น้ำทะเลหนุนสูง 4 วันรวด เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาจับตาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ

สทนช.เตือนน้ำทะเลหนุนสูง 4 วัน จับตาพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 15-18 มิถุนายน 2569 หลังประเมินสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศพบว่า อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่

สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ที่ยังไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร และจุดเสี่ยงที่เคยได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนในอดีต

กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จับตาพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำและเส้นทางสัญจร

สทนช. ระบุว่ นอกจากชุมชนริมแม่น้ำแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อเส้นทางสัญจรในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในแนวรับน้ำหรือใกล้ปากแม่น้ำ เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงน้ำทะเลหนุน

แม้สถานการณ์ยังไม่ถึงระดับวิกฤต แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการแจ้งให้ติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

green-space-high-tide-warning-7-chao-phraya-provinces-flood-saltwater-intrusion-SPACEBAR-Photo01.jpg

7 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด

สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างใน 7 จังหวัด ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. นนทบุรี
  3. ปทุมธานี
  4. นครปฐม
  5. สมุทรสาคร
  6. สมุทรสงคราม
  7. สมุทรปราการ

พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบทั้งจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นบริเวณแม่น้ำสายหลัก และการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่ระบบน้ำดิบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำในหลายมิติ

ความเสี่ยงที่มากกว่าน้ำท่วมคือ “น้ำเค็มรุกล้ำ”

นอกเหนือจากความเสี่ยงน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำแล้ว สทนช. ยังเตือนให้เฝ้าระวังปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำเค็มจากอ่าวไทยมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปา ส่งผลต่อคุณภาพน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคเกษตรกรรมที่พึ่งพาน้ำจืดในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ

ปัญหาดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในผลกระทบด้านทรัพยากรน้ำที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูมรสุม และช่วงน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลและสภาพภูมิอากาศ

สัญญาณเตือนเมืองลุ่มน้ำในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

เหตุการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่เกิดบ่อยขึ้นสะท้อนความเปราะบางของพื้นที่เมืองและชุมชนในเขตลุ่มน้ำตอนล่าง ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งจากฝนตกหนัก น้ำหลาก และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นพร้อมกัน

ในมิติสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การบริหารจัดการน้ำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาสมดุลระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม การคุ้มครองแหล่งน้ำดิบ และการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของเมืองยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


น้ำทะเลหนุนสูง 4 วันรวด เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาจับตาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ