สทนช.เตือนน้ำทะเลหนุนสูง 4 วัน จับตาพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 15-18 มิถุนายน 2569 หลังประเมินสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศพบว่า อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่
สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ที่ยังไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร และจุดเสี่ยงที่เคยได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนในอดีต
กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จับตาพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำและเส้นทางสัญจร
สทนช. ระบุว่ นอกจากชุมชนริมแม่น้ำแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อเส้นทางสัญจรในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในแนวรับน้ำหรือใกล้ปากแม่น้ำ เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงน้ำทะเลหนุน
แม้สถานการณ์ยังไม่ถึงระดับวิกฤต แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการแจ้งให้ติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

7 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด
สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างใน 7 จังหวัด ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร
- นนทบุรี
- ปทุมธานี
- นครปฐม
- สมุทรสาคร
- สมุทรสงคราม
- สมุทรปราการ
พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบทั้งจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นบริเวณแม่น้ำสายหลัก และการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่ระบบน้ำดิบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำในหลายมิติ
ความเสี่ยงที่มากกว่าน้ำท่วมคือ “น้ำเค็มรุกล้ำ”
นอกเหนือจากความเสี่ยงน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำแล้ว สทนช. ยังเตือนให้เฝ้าระวังปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำเค็มจากอ่าวไทยมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปา ส่งผลต่อคุณภาพน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคเกษตรกรรมที่พึ่งพาน้ำจืดในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ
ปัญหาดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในผลกระทบด้านทรัพยากรน้ำที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูมรสุม และช่วงน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลและสภาพภูมิอากาศ
สัญญาณเตือนเมืองลุ่มน้ำในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว
เหตุการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่เกิดบ่อยขึ้นสะท้อนความเปราะบางของพื้นที่เมืองและชุมชนในเขตลุ่มน้ำตอนล่าง ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งจากฝนตกหนัก น้ำหลาก และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นพร้อมกัน
ในมิติสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การบริหารจัดการน้ำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาสมดุลระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม การคุ้มครองแหล่งน้ำดิบ และการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของเมืองยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ




