การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่โลกเผชิญทั้งวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ไม่ได้จบที่โจทย์การสร้างอาคารให้เพื่อการอยู่อาศัย แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว
เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) โครงการเมืองมิกซ์ยูสของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บนถนนบางนา-ตราด กม. 7 เป็นหนึ่งในโครงการที่นำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ภายใต้แนวคิด “Wellgevity Habitat” ที่ผสานสุขภาวะ (Wellness) การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) และการอยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีหัวใจสำคัญคือการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ(Sustainable Development Goals: UNSDGs) มาเชื่อมโยงกับการออกแบบและบริหารจัดการโครงการ

จากคำถามเรื่องความสุข สู่การออกแบบเมืองที่มีชีวิต
กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Forestias กล่าวว่า โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ มาจากวิสัยทัศน์ของ ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ผู้ก่อตั้ง MQDC ที่เริ่มต้นจากคำถามว่า “ความสุขที่แท้จริงคืออะไร?” นำไปสู่การวิเคราะห์แนวทางเพื่อแก้ปัญหาเมืองยุคใหม่ ทั้งธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ความเครียด ช่องว่างระหว่างวัย และสังคมสูงอายุ โดยมองว่า “ความสุขที่ยั่งยืน” ต้องส่งผลดีทั้งต่อกาย ใจ คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อม

แนวคิดดังกล่าวตรงกับ “Wellgevity Habitat” ซึ่งรวม Well-Being, Longevity และ Habitat เข้าด้วยกัน โดยมีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ (Nature of Biodiversity as Infrastructure) ตั้งแต่การศึกษา วางแผน สำรวจ ไปจนถึงการบริหารจัดการ สะท้อนสมดุลระหว่างธุรกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

มิกซ์ยูสที่ใช้ SDGs เป็นพิมพ์เขียวออกแบบเมืองยั่งยืน
สำหรับโครงการ The Forestias เริ่มก่อสร้างในปี 2561 บนพื้นที่กว่าเกือบ 400 ไร่ ได้ถูกวางยุทธศาสตร์ให้เป็นต้นแบบนิเวศวิทยาเมืองแห่งอนาคต โดยมี รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC by MQDC เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด “Sustainovation” ผ่าน 3 เสาหลักแห่งการออกแบบที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ครบ 17 ข้อ ครอบคลุมทั้ง 5 มิติประกอบด้วย People, Prosperity, Planet, Peace และ Partnership ซึ่งช่วยขยายภาพความยั่งยืนมากกว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติ

Sustainovation และ 3 เสาหลักแห่งการออกแบบ
ด้วยสมมติฐานที่ว่า วิธีการแบบเดิมไม่สามารถแก้ปัญหาใหม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมรูปแบบใหม่เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือการสร้างสุขภาวะและความสุขอย่างยั่งยืนสำหรับทุกสิ่งมีชีวิต (For All Well-being / Happiness) ครอบคลุมทั้งมนุษย์ สัตว์ พืชพรรณ และแมลง Sustainovation (Sustainability + Innovation) จึงปรับเปลี่ยนมุมมองจากเพียงการปฏิบัติตามมาตรฐานอาคารเขียว (LEED, WELL, SITES) ไปสู่การเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้าง Regenerative Impact นวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคืนความอุดมสมบูรณ์และสร้างสมดุลเชิงบวกให้แก่ธรรมชาติในระยะยาวผ่าน 3 เสาหลัก คือ Renewable Energy (พลังงานหมุนเวียน)Passive Design (การออกแบบพึ่งพาธรรมชาติ) และ Active Design (การออกแบบระบบวิศวกรรมประสิทธิภาพสูง)

ผลการดำเนินงานที่ผ่านหลักคิดที่คำนึงความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ทำให้เดอะ ฟอเรสเทียส์ ตอบโจทย์ SDGs ครบทุกด้าน อาทิ
SDG: 15 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จากการสร้างผืนป่า 30 ไร่ (48,000 ตร.ม. หรือ 45% ของพื้นที่โครงการ) โดยใช้เทคนิคมิยาวากิ ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่าน พบความหลากหลายทางชีวภาพมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับจากเริ่มปลูกป่าในปี 2563 ปัจจุบันต้นไม้ยืนต้นที่เป็นไม้เด่นมีความสูงเฉลี่ย 12.23 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางระดับอกเฉลี่ย 16.01 เซนติเมตร และมีต้นที่สูงที่สุดราว 18 เมตร โดยบันทึกพรรณไม้ได้แล้ว 533 ชนิด ขณะเดียวกันป่าแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านของสัตว์ป่าหลากหลาย จำนวนชนิดสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 127 ชนิดในปี 2563 เป็น 181 ชนิดในปี 2568 แม้โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
“ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราสร้างไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศให้ธรรมชาติกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการปลูกป่าช่วยสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและส่งเสริมการกลับมาของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด จนกลายเป็น ‘ป่าแห่งชีวิต’ ซึ่งมีคุณูปการต่อทุกชีวิต การพบสิ่งมีชีวิตกว่า 700 ชนิด เป็นเครื่องยืนยันว่ามนุษย์และธรรมชาติเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน หากมีการออกแบบ และบริหารจัดการให้สมดุลระหว่างกันได้อย่างถูกต้อง”
— รศ.ดร.สิงห์ กล่าว
ใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ลดคาร์บอน ตั้งแต่การก่อสร้างถึงการอยู่อาศัย
อีกโจทย์สำคัญของการพัฒนาเมืองคือการลดผลกระทบที่เกิดจากการใช้พลังงานและทรัพยากร ซึ่งเดอะ ฟอเรสเทียส์ เชื่อมโยงกับ SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และ SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย โครงการนำระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง (Central Utility Plant: CUP) มาใช้ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมอีก 83,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงการพัฒนาและก่อสร้าง
SDG 6: น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล และ SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ด้านการจัดการน้ำและขยะ โครงการเชื่อมโยงกับแนวคิด Net Zero Discharge ที่มุ่งบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโครงการ ขณะเดียวกันโครงการตั้งเป้าเบี่ยงเบนขยะจากการก่อสร้างออกจากการกำจัดไม่น้อยกว่า 90% ผ่านการคัดแยก รีไซเคิล และนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
แนวทางเหล่านี้ทำให้ความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่ที่สิ่งที่มองเห็นอย่างผืนป่า แต่ขยายไปถึงระบบเบื้องหลังการดำเนินงาน ตั้งแต่พลังงานที่ใช้ น้ำที่หมุนเวียน ไปจนถึงการจัดการวัสดุเหลือทิ้ง ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ในมิติของสุขภาวะและชุมชน โครงการเน้นการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับ 4 เจเนอเรชั่น พร้อมส่งเสริมการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านบริการ Shuttle Bus สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) และการออกแบบพื้นที่ลดการใช้รถยนต์ รวมถึงทางเดินลอยฟ้า Canopy Walk สูงจากพื้นดินประมาณ 8-12 เมตร ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง นอกจากนี้ ยังมีโครงการ The Aspen Tree ร่วมกับ Health and Brain Center เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม และ “แฮปปี้แทท” ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และกิจกรรมสำหรับชุมชน สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

A Day at The Forestias
สำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ในเดอะ ฟอเรสเทียส์ ช่วงวันที่ 29-31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายนนี้ MQDC เปิดให้ผู้สนใจได้สัมผัสการอยู่อาศัยจริงในที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Whizdom The Forestias สำหรับคนรุ่นใหม่และครอบครัว รวมถึงคนรักสัตว์, Mulberry Grove The Forestias ที่รองรับครอบครัวหลายเจเนอเรชั่น ไปจนถึง The Aspen Tree ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายองค์รวม ผ่านกิจกรรมสำรวจผืนป่า 30 ไร่ เดินชมทัศนียภาพบน Canopy Walk จำลองการใช้ชีวิตในเดอะ ฟอเรสเทียส์ ภายในหนึ่งวัน “A Day at The Forestias” แล้วคุณจะพบว่า “ความยั่งยืน” ไม่ได้จบลงแค่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ต้องผสานการออกแบบและการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนและธรรมชาติอยู่ด้วยกันนั่นถึงจะเรียกได้ว่า “ยั่งยืน” อย่างแท้จริง





