ใครที่อยู่หาดใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงวันที่ 15–16 กันยายนที่ผ่านมาอาจสังเกตเห็นความผิดปกติของท้องฟ้าได้ชัดเจนขึ้น ทั้งบรรยากาศที่ขมุกขมัว แนวภูเขาที่มองเห็นไม่ชัด และหมอกควันที่ปกคลุมอยู่เหนือเมือง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียง “หมอก” จากสภาพอากาศเท่านั้น เพราะขณะเดียวกันสถานีตรวจวัดหลายจุดพบค่าฝุ่น PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น และมีรายงานว่ามวลฝุ่นควันจากประเทศอินโดนีเซียกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่
คำถามคือ ฝุ่นจากอินโดนีเซียเดินทางมาถึงหาดใหญ่ได้อย่างไร และทำไมช่วงนี้ถึงเห็นหมอกควันชัดเป็นพิเศษ?
จุดเริ่มต้นอยู่ที่เกาะสุมาตรา
ข้อมูลที่ถูกติดตามในขณะนี้ชี้ไปที่ หมอกควันจากไฟป่าและจุดความร้อนในประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะบริเวณเกาะสุมาตรา
ข้อมูลจุดความร้อนจาก GISTDA วันที่ 15 กันยายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยไม่พบจุดความร้อน ขณะที่อินโดนีเซียพบมากถึง 12,241 จุด
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจุดความร้อนทุกจุดคือไฟป่าขนาดใหญ่ แต่สะท้อนว่ามีพื้นที่ที่ตรวจพบความร้อนจากการเผาไหม้จำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อเกิดการเผาไหม้มลพิษขนาดเล็กและควันจำนวนมากจะถูกปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศ และหากทิศทางลมเหมาะสมมวลอากาศเหล่านี้สามารถเคลื่อนที่ข้ามประเทศได้
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปัญหาที่เริ่มต้นจากอีกประเทศหนึ่งจึงสามารถกลายมาเป็นปัญหาคุณภาพอากาศของหาดใหญ่ได้

ควันเดินทางมาถึงหาดใหญ่ได้อย่างไร?
ตัวแปรสำคัญคือ ทิศทางลม
ข้อมูลการติดตามสถานการณ์วันที่ 16 กันยายนพบว่า ในระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตร ยังคงมีลมตะวันตกเฉียงใต้ที่สามารถพัดพาควันไฟจากบริเวณเกาะสุมาตราเข้าสู่ภาคใต้ตอนล่างของไทย
เมื่อมวลควันเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่สงขลาจึงมีโอกาสทำให้ค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสลมดังกล่าว
ที่หาดใหญ่ ศูนย์วิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รายงานว่า เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 16 กันยายน พบกลุ่มฝุ่นควันจากอินโดนีเซียพัดผ่านเข้ามาในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และตรวจวัด PM2.5 ได้สูงถึง 89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่สถานีตรวจวัดของเทศบาลนครหาดใหญ่ เวลา 08.30 น. พบค่า PM2.5 ที่สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ 76.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสนามกีฬาจิระนคร 72.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ตัวเลขจากแต่ละสถานีและแต่ละช่วงเวลาไม่สามารถนำมาเทียบกันตรงๆ ได้ทั้งหมด แต่ภาพรวมสะท้อนว่าช่วงเช้าของวันที่ 16 กันยายน หาดใหญ่กำลังเผชิญกับมวลฝุ่นควันที่เข้ามาจากภายนอกพื้นที่จริง
ทำไมหมอกควันถึงดูหนาและอยู่นาน?
คำตอบไม่ได้มีแค่ “ไฟป่าอินโดฯ” แต่ต้องดู สภาพอากาศของภาคใต้ในช่วงนี้ประกอบด้วย
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 ระบุว่า พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มอัตราการระบายอากาศต่ำ ประกอบกับลมค่อนข้างนิ่ง ทำให้ฝุ่นละอองที่เข้ามาแล้วสามารถสะสมอยู่ในบรรยากาศได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกันภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและความชื้นสัมพัทธ์สูงมากกว่า 90% สภาพดังกล่าวทำให้ท้องฟ้ามีลักษณะมัว และทำให้ทั้งหมอกควันกับไอน้ำสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่คนหาดใหญ่มองเห็นเป็น “หมอกสีขาวๆ” จึงไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดคือ PM2.5 แต่ในช่วงเวลาที่มีการตรวจพบมวลฝุ่นควันจากอินโดนีเซียก็มีหลักฐานว่าหมอกควันข้ามแดนกำลังมีส่วนทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงด้วย
พูดง่ายๆ คือ ควันจากอินโดฯ เข้ามา + ลมพัดพาเข้าภาคใต้ + อากาศระบายไม่ดี + ความชื้นสูง
= หาดใหญ่เห็นหมอกควันชัด และ PM2.5 สะสม
สถานการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่หาดใหญ่
สถานการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองหาดใหญ่ แต่หลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างอยู่ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังทั้ง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล พัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช
ข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 เมื่อวันที่ 16 กันยายน ระบุว่าค่าฝุ่น PM2.5 ในภาคใต้มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยพื้นที่สงขลามีค่าฝุ่นรายชั่วโมงสูงถึง 47.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ณ เวลา 15.00 น.
ขณะเดียวกันภาพจากพื้นที่สงขลาในช่วงเช้าของวันที่ 16 กันยายนยังพบว่าหมอกควันทำให้แนวภูเขาและทัศนวิสัยระยะไกลจางลงอย่างเห็นได้ชัด
สถานการณ์จึงไม่ใช่แค่เรื่องว่า “หาดใหญ่มีฝุ่น” แต่เป็นภาพของมลพิษทางอากาศที่เดินทางข้ามพื้นที่ตามสภาพลมและส่งผลต่อหลายจังหวัดพร้อมกัน
แล้วฝุ่นที่เกิดขึ้นจะหายเมื่อไร?
คำตอบยังขึ้นอยู่กับ ลมและฝน
ข้อมูลล่าสุดประเมินว่า วันที่ 17 กันยายนปริมาณฝุ่นควันอาจเริ่มลดลงบางช่วง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ และในวันที่ 18–19 กันยายนการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมอาจช่วยพัดพามวลฝุ่นควันออกไปทางทะเลมากขึ้น
ส่วนฝนก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศผ่านกระบวนการชะล้างฝุ่นลงจากชั้นบรรยากาศ
แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา เพราะบริเวณต้นทางอย่างเกาะสุมาตราตอนใต้ยังมีไฟป่าเกิดขึ้นต่อเนื่อง หากทิศทางลมเปลี่ยนกลับมาพัดจากฝั่งดังกล่าวอีกครั้งภาคใต้ของไทยก็ยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากหมอกควันเป็นระยะๆ
คนหาดใหญ่ต้องรับมืออย่างไร?
ในช่วงที่ค่าฝุ่นสูงสิ่งสำคัญที่สุดคือ ลดการสัมผัสฝุ่นโดยตรง หากต้องออกนอกอาคาร ควรใช้หน้ากากที่สามารถกรอง PM2.5 ได้และสวมให้กระชับกับใบหน้า ขณะที่การออกกำลังกายหนักกลางแจ้งควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่ค่าฝุ่นสูงเพราะร่างกายจะหายใจเร็วและสูดอากาศเข้าไปมากกว่าปกติ
โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคระบบทางเดินหายใจ ควรติดตามค่าฝุ่นอย่างใกล้ชิดและลดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อคุณภาพอากาศแย่ลง
สำหรับหาดใหญ่ในช่วงนี้สิ่งที่ควรจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่า “วันนี้ค่าฝุ่นเท่าไร” แต่รวมถึง ทิศทางลมจากอินโดนีเซีย ปริมาณฝน และการระบายอากาศในพื้นที่ เพราะทั้งสามปัจจัยจะเป็นตัวกำหนดว่าหมอกควันที่เห็นเหนือเมืองจะจางลงในไม่กี่วันหรือกลับมาอีกครั้ง
และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นบนเกาะสุมาตราจึงสามารถกลายเป็นเรื่องของคนหาดใหญ่ได้ แม้ต้นเหตุจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรก็ตาม




