เสียงเครื่องยนต์และท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ที่เข้ามาในชุมชน กลายเป็นความหวังของประชาชนที่ยังเผชิญน้ำท่วมขัง แม้ถนนสายหลักหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเริ่มกลับมาสัญจรได้ แต่ภารกิจระบายน้ำออกจากบ้านเรือนและซอยย่อยยังเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกอย่างเคหะร่มเกล้าและลาดกระบัง
เมื่อเช้าวันที่ 2 ตุลาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและ “ท่อซิ่ง” ที่เคหะร่มเกล้าแล้ว พร้อมเร่งอุดช่องว่างของคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำไหลกลับ แผนระบายน้ำคือดึงน้ำจากชุมชนเข้าสู่คลองหนึ่ง ก่อนส่งต่อไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ ขณะเดียวกันต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองปลายทางเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำจากชุมชนด้วย
ภารกิจครั้งนี้จึงมีมากกว่าการนำเครื่องสูบน้ำแรงสูงมาวางริมชุมชน แต่ต้องจัดการเส้นทางน้ำตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงคลองสายหลักให้ทำงานต่อเนื่องกัน
“ภาพรวมน้ำท่วมดีขึ้น หลัง กทม. พร่องน้ำในคลองแสนแสบได้ ทำให้คลองจั่น คลองพังพวย คลองลาดพร้าว และย่านนวมินทร์ลดระดับลง แต่บางพื้นที่ยังระบายช้า เพราะได้รับอิทธิพลจากคลองประเวศบุรีรมย์”
“พื้นที่ที่ยังต้องเร่งระบายคือแนวคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งกระทบเขตลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี และประเวศ กทม. จึงเตรียมใช้ท่อซิ่งสูบน้ำจากชุมชนและหมู่บ้านซึ่งเปรียบเหมือนเส้นเลือดฝอย ลงสู่คลองสายหลัก และเตรียมตั้งศูนย์บัญชาการสูบน้ำที่เคหะร่มเกล้า”
“ท่อซิ่ง” เป็นชื่อเรียกเครื่องสูบน้ำที่ใช้ท่อขนาดใหญ่และชุดเครื่องยนต์ขับเคลื่อน พัฒนาขึ้นเพื่อเคลื่อนย้ายน้ำปริมาณมากในงานเกษตร เช่น สูบน้ำออกจากบ่อปลา บ่อกุ้ง และจัดการน้ำในนาข้าว
และที่มักเรียกว่า “ท่อพญานาค” ก็มาจากตัวท่อที่ยาวใหญ่คล้ายลำตัวพญานาค ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่และมักดัดแปลงให้มีล้อเคลื่อนที่เองได้ เครื่องสูบน้ำชนิดนี้ ใช้แรงใบพัดดูดน้ำแล้วพ่นออกไป
จุดเด่นคือสูบน้ำปริมาณมากด้วยโครงสร้างค่อนข้างเรียบง่าย ต้นกำเนิดอยู่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เป็นอุปกรณ์ของเกษตรกรเลี้ยงปลาและกุ้ง

เจ้าของเครื่องในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เคยเปิดเผยไว้ว่า หัวใจของเครื่องอยู่ที่การปรับแต่งเครื่องยนต์ ท่อ และใบพัด โดยอาศัยความรู้ร่วมกันของช่างในพื้นที่สมุทรสาครและนครปฐม เครื่องที่ใช้ช่วงแรกๆมีท่อยาวประมาณ 12 เมตร ขนาด 16 นิ้ว แต่ปัจจุบันถูกพัฒนาไปหลายขนาดตามความเหมาะสมของผู้ใช้
เบื้องหลังการพัฒนาเครื่องมือมีโจทย์ทางเศรษฐกิจอยู่ด้วย บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใหญ่ขึ้นและการสูบน้ำเพื่อจับกุ้งซึ่งต้องแข่งกับเวลา ทำให้ผู้ประกอบอาชีพต้องพัฒนาเครื่องที่สูบน้ำได้รวดเร็วขึ้น บทความที่ถ่ายทอดประสบการณ์ทีมสูบน้ำซิ่งหลังภารกิจถ้ำหลวง ระบุว่า เทคนิคเหล่านี้พัฒนาควบคู่กับอาชีพเลี้ยงกุ้งมาเป็นเวลาหลายปี
เมื่อเกิดน้ำท่วมชุมชนที่มีน้ำสะสมลึก เครื่องมือจากภาคเกษตรจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นกำลังเสริมให้ระบบระบายน้ำของเมือง ก่อนส่งกำลังมาร่มเกล้า กทม.นำท่อซิ่งเข้าช่วยบริเวณเคหะคลองจั่น
โดย ‘ชัชชาติ’ อธิบายว่า พื้นที่มีลักษณะน้ำสะสมคล้ายบ่อ จึงเหมาะกับการใช้เครื่องสูบประเภทนี้ และได้รับการประสานเครื่องจากเครือข่ายในปราจีนบุรีและพระนครศรีอยุธยามาเสริม
ประเด็นสำคัญคือเครื่องต้องมีจุดตั้งและระดับน้ำที่เหมาะสม ก่อนเข้าพื้นที่ต้องประเมินระดับน้ำ ตำแหน่งวางท่อ และทางระบาย รวมถึงความสามารถของคลองปลายทางในการรองรับน้ำ เมื่อระดับน้ำบริเวณจุดสูบลดต่ำกว่าที่เครื่องชุดนั้นทำงานได้ ก็ต้องย้ายจุดหรือเปลี่ยนวิธีสูบ


‘ท่อซิ่ง’ เคยใช้กับสถานการณ์ไหนมาแล้ว
ถ้ำหลวง จ.เชียงราย (2561) เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั่วประเทศรู้จัก เครื่องสูบน้ำยักษ์ชนิดนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ระหว่างภารกิจช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ทีมท่อซิ่งเดินทางไปราว 20 คน โดยไม่รับค่าตอบแทน หลังจบภารกิจ ทีมกลับบ้านที่นครปฐมและสมุทรสาคร และประกาศตั้งใจทำงานอาสาช่วยสังคมต่อ
สกลนคร (สิงหาคม 2561) ทีมท่อซิ่งจากบ้านแพ้วนำเครื่องดีเซล 370 แรงม้า ท่อ 20 นิ้ว อัตราสูบราว 6,000 ลบ.ม./ชม. ไปสูบน้ำจากบริเวณโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำเทศบาลนครสกลนคร ลงหนองหาร เพื่อป้องกันน้ำท่วมเขตเทศบาล โดยสูบได้ราว 30,000 ลบ.ม. ต่อวัน ก่อนย้ายไปช่วยจังหวัดเพชรบุรี
กรุงเทพฯ ครั้งล่าสุด ในเหตุฝนหนักต้นสัปดาห์นี้ กทม. ประสานกรมชลประทานและหน่วยงานข้างเคียง ระดมเครื่องสูบน้ำกำลังสูงและท่อพญานาค (ท่อซิ่ง) ดึงน้ำออกจากแฟลตคลองจั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ท่อระบายเดิมระบายช้า ก่อนย้ายบางส่วนไปช่วยพื้นที่ร่มเกล้า

โจทย์ร่มเกล้า…สูบน้ำออกแล้ว ต้องป้องกันน้ำกลับเข้า
หลักคิดของ กทม. คือต้องลดน้ำในคลองก่อน เมื่อระดับน้ำคลองลดลงจึงค่อยสูบน้ำจากถนน ซอย และชุมชนตามลำดับ เพื่อให้ระบบระบายน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ผู้ว่ากทม.ประเมินไว้ว่า ถนนสายหลักหลายแห่งน่าจะดีขึ้นใน 2-3 วัน หากไม่มีฝนหนักเพิ่ม แต่ชุมชนลุ่มต่ำบางแห่งใช้เวลานานกว่า เพราะต้องรอให้คลองหลักลดระดับก่อน
แต่ยังมีรายละเอียดที่ควรจับตาในปฏิบัติการร่มเกล้า คือ การอุดจุด “ฟันหลอ” ของคันกั้นน้ำ ซึ่ง กทม.ดำเนินการควบคู่กับการติดตั้งเครื่องสูบ เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่
นี่คือการจัดการทั้งน้ำที่ต้องระบายออกและน้ำที่อาจเติมกลับเข้ามา หากสูบออกได้มาก แต่ยังมีน้ำไหลเข้าต่อเนื่อง ผลที่ประชาชนเห็นจากระดับน้ำหน้าบ้านอาจลดลงช้ากว่าที่คาด การประเมินผลจึงต้องดูระดับน้ำในชุมชนร่วมกับระดับน้ำคลองและสภาพแนวกั้นน้ำ
อีกด้านหนึ่ง กทม.ปรับเส้นทางระบายน้ำบางส่วนเพื่อลดภาระคลองประเวศบุรีรมย์ โดยข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม ระบุว่า เมื่อคลองแสนแสบมีระดับน้ำลดลง จึงดึงน้ำจากคลองบ้านม้า คลองหัวหมาก คลองโต๊ะยอ และคลองลาวกลับไปทางคลองแสนแสบมากขึ้น
ภาพนี้สะท้อนว่า การกู้พื้นที่ลาดกระบังต้องอาศัยการบริหารคลองหลายสายร่วมกัน ท่อซิ่งทำหน้าที่ช่วยนำน้ำออกจากจุดสะสม ขณะที่ระบบคลองและสถานีสูบน้ำต้องรับช่วงส่งน้ำต่อไป
การนำท่อซิ่งเข้าช่วยชุมชนเปิดให้เห็นคุณค่าของความรู้จากผู้ประกอบอาชีพเกษตรและช่างท้องถิ่น ซึ่งสามารถเข้ามาเสริมงานของเมืองในภาวะฉุกเฉินได้ สิ่งที่ควรต่อยอดจากนี้ คือการจัดทำฐานข้อมูลเครือข่ายเครื่องสูบ พร้อมรายละเอียดสมรรถนะ พื้นที่ที่เหมาะสม เส้นทางขนย้าย และผู้ควบคุมเครื่อง เพื่อให้ระดมกำลังได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงรายงานผลการสูบด้วยระดับน้ำที่วัดจากจุดเดิมและเวลาเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กทม.ระบุว่า มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำระยะยาว ทั้งจุดรับน้ำอุโมงค์มหาบุศย์ ส่วนต่อขยายอุโมงค์คลองประเวศลงบึงหนองบอน และงานอุโมงค์บริเวณคลองหนึ่ง–คลองสองต้นนุ่น ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าการระบายน้ำท่วมขังของกรุงเทพมหานครกันต่อในภาวะที่ยังไม่ผ่านพ้นฤดูฝน ที่ทำให้คนกรุงยังลุ้นระทึกกับสถานการณ์กันแบบรายวัน





