หนังยาวต้องจบ! โค้งสำคัญฟัน ‘โกงสอบ’ รั่วเกือบทุกขั้นตอน โยงคนใน-นอกนับร้อย

4 ส.ค. 2569 - 19:15

  • คณะตรวจสอบสรุปผล ‘โกงสอบท้องถิ่น’ พบช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน–ผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คน

  • ชี้ปมสำคัญอยู่ช่วงหลังสอบ หลังพบการแก้คะแนน การรับรองผลสอบ และเอกสารคะแนนผิดปกติ

  • พร้อมจับตา 5-7 ส.ค. ชี้ชะตารายชื่อคนเอี่ยวแก้คะแนน

หนังยาวต้องจบ! โค้งสำคัญฟัน ‘โกงสอบ’ รั่วเกือบทุกขั้นตอน โยงคนใน-นอกนับร้อย

เปิดหน้าสุดท้ายของการตรวจสอบ ก่อนส่งไม้ต่อสู่กระบวนการเอาผิดเต็มรูปแบบ “คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568” กำลังขยับจากการคลี่คลายข้อเท็จจริงไปสู่การชี้ตัวผู้รับผิดชอบ หลังคณะกรรมการตรวจสอบพบร่องรอยความผิดปกติกระจายอยู่แทบทุกขั้นตอนของกระบวนการสอบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการประกาศผล พร้อมเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 100 คน

ปิดฉากสอบข้อเท็จจริง พบรั่วเกือบทุกขั้นตอน

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐานครั้งสุดท้าย ก่อนจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์และข้อเสนอแนะส่งให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการต่อไป

ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องในเกือบทุกขั้นตอนของกระบวนการสอบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงบุคคลภายนอกที่เข้ามามีส่วนร่วม โดยมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 100 คน

ปกรณ์ ระบุว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นจุดตั้งต้นสำคัญสำหรับการพิจารณาดำเนินคดีทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะต้องดำเนินการเป็นลำดับขั้นต่อไป

โยง ขรก.ระดับสูง-คู่สัญญา ชี้ต้องสอบใหม่ทั้งหมด เหตุองค์กรปล่อยให้เกิดช่องโหว่

จากการตรวจสอบ ยังพบว่าคดีดังกล่าวมีการพาดพิงถึงข้าราชการระดับสูงหลายราย รวมถึงบุคคลภายนอกและคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ซึ่งบางส่วนอาจต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐในวงกว้าง

ปกรณ์ ย้ำว่า เมื่อองค์กรปล่อยให้เกิดช่องโหว่จนเกิดการทุจริตในระดับนี้ การจัดสอบใหม่ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และหลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะต้องเดินหน้าตรวจสอบเจตนาและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคล

“เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ”

ปกรณ์ นิลประพันธ์

ผิดปกติตั้งแต่ขออัตรา ถึงขั้นตอนประกาศผล

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การตรวจสอบตลอด 30 วันที่ผ่านมา ได้ย้อนกลับไปตรวจสอบตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการขอกรอบอัตรากำลัง และพบความผิดปกติหลายประเด็นที่เกี่ยวพันกับการรับรองตำแหน่งและการบรรจุบุคลากร ซึ่งมีจำนวนมากกว่ากรอบอัตราที่มีการร้องขอไว้

คณะกรรมการยังได้ไล่ตรวจสอบทุกช่วงของกระบวนการสอบ ตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ เพื่อค้นหาจุดเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริต

ปมใหญ่โผล่หลังสอบ พบแก้คะแนน-เอกสารผิดปกติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ช่วงที่พบความผิดปกติมากที่สุดคือหลังการสอบ โดยเฉพาะกระบวนการแก้ไขคะแนน การรับรองรายชื่อผู้สอบผ่าน และเอกสารใบคะแนนที่มีลักษณะผิดปกติ

ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ตรวจพบจะถูกนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ทั้งในมิติการดำเนินคดีทางอาญา แพ่ง วินัย และจริยธรรม รวมถึงการปรับปรุงระบบสอบแข่งขันและกลไกกำกับดูแลในอนาคต

นอกจากนี้ ยังจะมีการกำหนดบทบาทให้หน่วยงานต่างๆ เข้ารับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงาน ก.พ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขับเคลื่อนทั้งการปฏิรูประบบและการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

ตำรวจออกหมายเรียก 13 ผู้ต้องหา สำนวนจ่อถึง ป.ป.ช.

ขณะที่ความคืบหน้าในส่วนคดีอาญา จากการเปิดเผยของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

ในจำนวนนี้มีผู้เข้าให้ปากคำแล้ว 5 คน ประกอบด้วยข้าราชการ 4 คน ที่ถูกพบขณะแก้ข้อสอบภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และ เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

แม้ เรืองเดชจะยังคงยืนยันคำให้การเดิมเช่นเดียวกับที่เคยให้ไว้ในฐานะพยาน แต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผู้ต้องหารายอื่นบางส่วนได้ขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นครั้งแรก

พยานหลักฐานชัด เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐหลายราย

ทางตำรวจระบุว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนแล้วว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตดังกล่าว และเมื่อรวบรวมสำนวนแล้วเสร็จ จะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาภายในกรอบเวลาที่กำหนด

การส่งสำนวนครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของคดี เพราะจะนำไปสู่การพิจารณาความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับที่สูงขึ้น และอาจขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องรายอื่นเพิ่มเติม

จับตา 5-7 ส.ค. ชี้ชะตาผู้แก้คะแนนสอบ

หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปิดภารกิจลงแล้ว สายตาทั้งหมดกำลังจับจ้องไปยังขั้นตอนถัดไปของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนสอบ

สอดคล้องกับที่ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ประชาชนจะได้เห็นผู้กระทำผิดถูกให้ออกจากราชการอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่รายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนได้ผ่านการตรวจสอบและจัดทำข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว

รายชื่อดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อสรุปผลในวันที่ 5 สิงหาคม ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) รับทราบในวันที่ 6 สิงหาคม โดยทั้ง กสถ. และ ก กลาง จะประชุมแล้วเสร็จภายในวันที่ 6-7 สิงหาคม

หลังจากนั้น กระบวนการในระดับจังหวัดจะเดินหน้าต่อทันที ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดผู้ทุจริตออกจากราชการ การดำเนินการทางวินัย และการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่อาจกำหนดบทสรุปของมหากาพย์โกงสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งของประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์