ดราม่าต่างชาติบน BTS ผู้จัดโครงการอิตาลีออกแถลงขอโทษคนไทย หลังคลิปไวรัลแชร์ไปทั่วโซเชียล

24 ก.ค. 2569 - 18:00

  • คลิปนักเรียนต่างชาติส่งเสียงดังบน BTS กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล ผู้โดยสารไทยเข้าไปตักเตือน ก่อนถูกตอบโต้ด้วยคำพูด “Sorry for bringing money to your country”

  • โลกออนไลน์วิจารณ์หนัก ชี้ปัญหาอยู่ที่มารยาทการใช้พื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่สัญชาติ

  • บริษัทผู้จัดโครงการจากอิตาลีออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชนไทย ยืนยันไม่ใช่ค่านิยมขององค์กร ย้ำเยาวชนส่วนใหญ่ในโครงการเคารพวัฒนธรรมไทย และจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างรับผิดชอบต่อไป

ดราม่าต่างชาติบน BTS ผู้จัดโครงการอิตาลีออกแถลงขอโทษคนไทย หลังคลิปไวรัลแชร์ไปทั่วโซเชียล

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังคลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้า BTS ถูกเผยแพร่ผ่าน TikTok จนมียอดรับชมและแชร์ต่อจำนวนมาก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้โดยสารชาวไทยเข้าไปตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นชาวต่างชาติที่กำลังพูดคุยเสียงดังภายในขบวนรถ ขอให้ลดระดับเสียงเพื่อไม่รบกวนผู้โดยสารคนอื่น

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์กลับบานปลาย เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มหัวเราะเยาะ แสดงท่าทีไม่พอใจ พร้อมกล่าวตอบโต้ในทำนองว่า

“Sorry for bringing money to your country.” หรือ “ขอโทษนะที่นำเงินมาให้ประเทศของคุณ”

ก่อนที่สมาชิกบางคนในกลุ่มจะมีการแสดงสัญลักษณ์และใช้ถ้อยคำที่ผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากมองว่าไม่เหมาะสม ส่งผลให้คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 

กระแสโซเชียลแบ่งสองมุม แต่ส่วนใหญ่ชี้ “เรื่องมารยาท ไม่ใช่เรื่องเชื้อชาติ”

หลังคลิปถูกเผยแพร่ แฮชแท็กเกี่ยวกับเหตุการณ์ติดกระแสบนแพลตฟอร์ม X, TikTok และ Facebook โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เป็น “มารยาทในการใช้พื้นที่สาธารณะ”

หลายคนมองว่าการใช้ระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทย ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการพูดคุยเสียงดัง เพื่อไม่รบกวนผู้อื่น ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเรียกร้องไม่ให้เหมารวมพฤติกรรมของคนเพียงไม่กี่คนไปยังนักท่องเที่ยวหรือชาวอิตาลีทั้งหมด 

ล่าสุด…ผู้จัดโครงการศึกษาดูงานจากอิตาลีออกแถลงการณ์ขอโทษ

บริษัท TravellingFox Estate INPSieme ผู้จัดโครงการศึกษาดูงานจากประเทศอิตาลี ซึ่งดูแลกลุ่มเยาวชนที่ปรากฏในคลิป ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและกล่าวขอโทษประชาชนชาวไทย

โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าและหลักการที่องค์กรยึดถือมาโดยตลอด

บริษัทชี้แจงว่า ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นเยาวชน หลายคนยังเป็นผู้เยาว์ และเดินทางเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เรียนรู้ประเทศเจ้าภาพ เคารพความแตกต่าง และใช้ชีวิตร่วมกับสังคมนานาชาติ

แถลงการณ์ยังระบุว่า

“การกระทำของบุคคลเพียงบางราย ไม่ได้เป็นตัวแทนของค่านิยมขององค์กร และไม่ได้สะท้อนพฤติกรรมของนักเรียนส่วนใหญ่”

พร้อมย้ำว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี บริษัทได้นำนักเรียนและนักเดินทางหลายพันคนเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่องค์กรชื่นชมทั้งในด้านวัฒนธรรม ความงดงาม และน้ำใจของประชาชน

ท้ายที่สุด บริษัทกล่าวขอโทษประชาชนชาวไทย พร้อมยืนยันว่าจะส่งเสริมการเดินทางที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความรับผิดชอบส่วนบุคคล และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมต่อไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีมาตรการพิเศษ…แต่ย้ำใช้ขนส่งสาธารณะต้องเคารพกติกา

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่สำหรับแนวปฏิบัติของระบบขนส่งมวลชนไทย กำหนดให้ผู้โดยสารใช้บริการโดยไม่สร้างความเดือดร้อนหรือรบกวนผู้โดยสารคนอื่น หากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุและดูแลความปลอดภัยได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวหลายฝ่ายมองว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นบทเรียนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ที่นักเดินทางควรศึกษาขนบธรรมเนียมและมารยาทของประเทศเจ้าบ้าน เพราะแม้จะเป็นความขัดแย้งเพียงไม่กี่นาที แต่สามารถส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทั้งนักท่องเที่ยวและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้

บทเรียนที่มากกว่า “คลิปไวรัล”

แม้เหตุการณ์จะเริ่มต้นจากการขอให้ลดเสียงบนรถไฟฟ้า แต่สิ่งที่ทำให้ประเด็นลุกลามคือคำพูดในลักษณะที่ถูกตีความว่าใช้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวมาเป็นเหตุผลรองรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จนกลายเป็นข้อถกเถียงถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมของประเทศเจ้าบ้าน

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของผู้จัดโครงการจากอิตาลีที่ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยว่า เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ และช่วยลดการเหมารวมพฤติกรรมของคนเพียงไม่กี่คนไปกระทบถึงเยาวชนหรือชาวอิตาลีทั้งหมด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์