เตือนประชาชน 7 อำเภอ จ.ราชบุรี อพยพทันทีเหตุ ‘แม่น้ำแม่กลอง’ ล้นตลิ่ง กระทบ 4 จังหวัดริมน้ำ

29 ก.ย. 2569 - 13:52

  • กรมชลฯ-ปภ.เตือนภัยระดับสูง “เขื่อนแม่กลอง” ล้นตลิ่ง

  • ระบายน้ำทะลุ 2,000 ลบ.ม./วินาที จ่อเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ลบ.ม./วินาที

  • สั่งอพยพ 7 อำเภอ จ.ราชบุรี ยกระดับเฝ้าระวัง 4 จังหวัดริมน้ำ

เตือนประชาชน 7 อำเภอ จ.ราชบุรี อพยพทันทีเหตุ ‘แม่น้ำแม่กลอง’ ล้นตลิ่ง กระทบ 4 จังหวัดริมน้ำ

ด่วน! กรมชลฯ-ปภ.เตือนภัยระดับสูง “เขื่อนแม่กลอง” ระบายน้ำทะลุ 2,000 ลบ.ม./วินาที สั่งอพยพ 7 อำเภอ จ.ราชบุรี ยกระดับเฝ้าระวัง 4 จังหวัดริมน้ำ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 13 ออกประกาศแจ้งเตือนภัยขั้นสูงสุด พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำแม่กลอง หลังมวลน้ำจากแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ไหลสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองจนระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

สรุปสถานการณ์และไทม์ไลน์การระบายน้ำท้ายเขื่อน

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง รายงานการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนประจำวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อรองรับมวลน้ำหลากดังนี้

  • 11.00 น. ระบายน้ำท้ายเขื่อนที่อัตรา 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • 12.00 น. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • 13.00 น. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมชลประทานคาดการณ์ว่าอาจมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำขึ้นไปอีกถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองท้ายเขื่อนปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 80 เซนติเมตร จากระดับปัจจุบัน

พื้นที่ได้รับผลกระทบและการแจ้งเตือนภัย

1. ประกาศอพยพทันที (พื้นที่สีแดง จ.ราชบุรี)

ปภ. ส่งสัญญาณ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ริมคลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ ในเขต 7 อำเภอของจังหวัดราชบุรี ให้ดำเนินการอพยพออกจากพื้นที่ทันที

  • อำเภอบ้านโป่ง
  • อำเภอโพธาราม
  • อำเภอเมืองราชบุรี
  • อำเภอบางแพ
  • อำเภอดำเนินสะดวก
  • อำเภอวัดเพลง
  • อำเภอปากท่อ

2. พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง (4 จังหวัดลุ่มน้ำแม่กลอง)

กรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำ คลองสาขา และขอบลำน้ำใน 4 จังหวัด ให้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  1. จังหวัดกาญจนบุรี (พื้นที่รับน้ำตอนบนท้ายเขื่อน)
  2. จังหวัดราชบุรี (พื้นที่รับผลกระทบหลัก)
  3. จังหวัดสมุทรสงคราม (พื้นที่ปลายน้ำก่อนออกสู่อ่าวไทย)
  4. จังหวัดสมุทรสาคร (พื้นที่เชื่อมโยงโครงข่ายลำน้ำ)
2-14.jpg
4-12.jpg

ข้อควรปฏิบัติและมาตรการรับมือฉุกเฉิน

  1. การอพยพกลุ่มเปราะบาง เร่งเคลื่อนย้ายเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ไปยังศูนย์พักพิงหรือพื้นที่ปลอดภัยทันที
  2. การป้องกันทรัพย์สิน ขนย้ายสิ่งของจำเป็น อุปกรณ์ไฟฟ้า และยานพาหนะขึ้นที่สูง
  3. ความปลอดภัยด้านไฟฟ้า ปลดสะพานไฟและตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่อยู่ในระดับต่ำเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว
  4. เตรียมแผนฉุกเฉิน จัดเตรียมกระเป๋าบรรจุสิ่งของจำเป็น และพร้อมปฏิบัติตามแผนอพยพทันทีหากเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนฉับพลัน

ช่องทางการติดต่อและขอความช่วยเหลือ

หากประชาชนในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนายอำเภอในพื้นที่ได้ทันที รวมถึงช่องทางสายด่วน ปภ.

  • Line Official Account "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (Line ID: @1784DDPM)
  • สายด่วนนิรภัย โทร 1784 (เปิดรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์