นิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงการติดตามตัว เผ่าเผด็จ วรบุตร อดีตผู้บริหารบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกกล่าวหาคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และประกาศตำรวจสากลสีแดง (INTERPOL Red Notice)
รับตัว ‘เผ่าเผด็จ’ กลับไทย เตรียมส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ
โดยคณะผู้แทนของสำนักงาน ป.ป.ช. ประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ของสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พร้อมผู้แทนกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปรับตัวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าวจากประเทศอินโดนีเซียกลับถึงประเทศไทยในคืนนี้ เพื่อควบคุมตัวไปส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป
คดีสินบนข้ามชาติ ‘โรลส์-รอยซ์’ โยงจัดซื้ออุปกรณ์โครงการแท่นผลิตแหล่งอาทิตย์
คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ เป็นคดีสินบนข้ามชาติสำคัญที่สืบเนื่องมาจากการเริ่มดำเนินคดีกับฝั่งบริษัทเอกชนโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) จนกระทั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนจนพบพยานหลักฐานถึงเจ้าพนักงานของรัฐไทยและมีมติให้ดำเนินคดีกับ เผ่าเผด็จ วรบุตร
ขณะเกิดเหตุ เผ่าเผด็จดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่สายงานพื้นที่นอกชายฝั่ง (TOA) และรองผู้จัดการใหญ่โครงการร่วมทุนและโครงการพื้นที่บนฝั่งไทย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โดยถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัท โรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม ได้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับบริษัท ปตท.สผ. ในการจัดซื้ออุปกรณ์ Feed Gas Turbine Compressor สำหรับโครงการแท่นผลิตแหล่งอาทิตย์ (Project PTT Arthit)
นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่าเรียกรับทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสินบนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ฯ ผ่านทางบริษัทตัวแทนในประเทศไทย รวมจำนวนเงินสินบนทั้งสิ้น 300,543 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเป็นเงินไทยในขณะนั้นเป็นจำนวนสิบล้านบาทเศษ
เส้นทางจากไทยสู่มาเลเซีย ก่อนถูกติดตามถึงอินโดนีเซีย
ในระหว่างการดำเนินคดี ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศมาเลเซีย และได้เดินทางต่อไปยังประเทศอินโดนีเซีย
สำนักงาน ป.ป.ช. ได้พยายามติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาในกรณีนี้ โดยขอความร่วมมือจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของประเทศมาเลเซีย (Malaysian Anti-Corruption Commission: MACC) หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของประเทศอินโดนีเซีย (Komisi Pemberantasan Korupsi: KPK) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอินโดนีเซีย (Directorate General of Immigration) เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหา
จากการประสานงานและแบ่งปันข้อมูลโดยทางการข่าวเป็นอย่างดี ทำให้ทางการอินโดนีเซียสามารถควบคุมตัว เผ่าเผด็จฯ ได้สำเร็จ ก่อนที่คณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมผู้แทนกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางไปรับตัวกลับประเทศไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางคดีต่อไป
ป.ป.ช.ย้ำคดีถึงที่สุดเมื่อศาลมีคำพิพากษา
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




