‘ป.ป.ช.’ ฟันทุจริต! ชี้มูล ‘อดีตบิ๊ก พศ.–พวก’ จัดงบฯ 8 ล้าน อุดหนุนวัดในต่างแดนโดยมิชอบ

3 ก.ค. 2569 - 17:57

  • ‘ป.ป.ช.’ ชี้มูล ‘นพรัตน์’ อดีต ผอ.สำนักพุทธฯ พร้อมพวกรวม 4 ราย

  • ปมอนุมัติจัดสรรงบอุดหนุนวัดในเดนมาร์กและอินเดียโดยมิชอบ

  • พร้อมชี้มูล ‘อดีตเจ้าหน้าที่ พศ.’ ฐานร่ำรวยผิดปกติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

‘ป.ป.ช.’ ฟันทุจริต! ชี้มูล ‘อดีตบิ๊ก พศ.–พวก’ จัดงบฯ 8 ล้าน อุดหนุนวัดในต่างแดนโดยมิชอบ

สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวกรวม 4 ราย กรณีร่วมกันอนุมัติจัดสรรเงินอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก และวัดป่าพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย ปีงบประมาณ 2555-2556 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ซึ่งจากการไต่สวนปรากฏว่า ในปีงบประมาณ 2555 วสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนาสงเคราะห์ ได้เสนอบันทึกขออนุมัติการจ่ายเงินประจำงวด ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2555 เพื่อจัดสรรอุดหนุนการบูรณะและปฏิสังขรณ์วัดทั่วไปให้กับวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก จำนวน 3,000,000 บาท ตามที่ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และ เฉลิมพล มีศิลารัตน์ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สั่งการ

โดย เฉลิมพล มีศิลารัตน์ เป็นผู้พิจารณาและลงนามในบันทึกเสนอต่อไปยัง พนม ศรศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้มีการพิจารณาและลงนามในบันทึกเพื่อเสนอต่อ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ซึ่งได้พิจารณาอนุมัติในวันเดียวกัน ทั้งที่วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหารเป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย ไม่ถือว่าเป็นวัดตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย และไม่สามารถจัดสรรเงินงบประมาณให้ได้ตามหลักเกณฑ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยการขอและจัดสรรเงินอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัด ประจำปีงบประมาณ 2555 กำหนด

ส่วนในปีงบประมาณ 2556 นั้น วสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ได้มีการเสนอขออนุมัติใช้จ่ายเงินประจำงวด ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนการบูรณะและปฏิสังขรณ์ทั่วไปให้กับวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร และวัดป่าพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย วัดละ 2,500,000 บาท ตามที่ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และ เฉลิมพล มีศิลารัตน์ เป็นผู้เสนอ และ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ พิจารณาและอนุมัติในวันเดียวกัน ทั้งที่วัดทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย และไม่ถือเป็นวัดตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย และไม่สามารถจัดสรรเงินงบประมาณให้ได้

จึงเป็นการอนุมัติจัดสรรเงินงบประมาณประจำปี 2555-2556 ไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 8,000,000 บาท

ป.ป.ช. พิจารณาและมีมติชี้มูลการกระทำของ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์, พนม ศรศิลป์, เฉลิมพล มีศิลารัตน์ และ วสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ มีมูลความผิดอาญาและความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งรายงานการไต่สวน เอกสารหลักฐาน ให้อัยการสูงสุดดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาเอาผิดทางวินัย และแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังมีมติชี้มูลความผิด วิชัย ทิพรักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรณีร่ำรวยผิดปกติ โดยจากการไต่สวนพบว่า วิชัย ทิพรักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระหว่างปี 2555-2563 มีรายได้ตามแบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด.91 รวมเป็นเงิน 3,786,733.54 บาท แต่มีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าว

โดยเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อตนเองและคู่สมรส รวมเป็นเงิน 1,082,080.80 บาท ประกอบด้วย เงินฝากในชื่อ วิชัย ทิพรักษ์ 1 บัญชี รวมเป็นเงิน 306,000 บาท และเงินฝากในชื่อ รติมา ทิพรักษ์ ซึ่งเป็นคู่สมรส จำนวน 1 บัญชี รวมเป็นเงิน 776,070.80 บาท

ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความร่ำรวยผิดปกติในส่วนของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติ จำนวน 1,082,070.80 บาท

โดยให้ส่งรายงานการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมข้อสรุปข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน สั่งลงโทษไล่ออกภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยมีอำนาจสั่งไล่ออกหรือดำเนินการถอดถอนได้ โดยไม่ต้องสอบสวนหรือขอมติจากคณะรัฐมนตรี หรือความเห็นชอบจากองค์กรบริหารงานบุคคล

และหากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินตามที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ขอให้ศาลบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหา ภายในระยะเวลา 10 ปี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์