ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อความสุขหลังคอนเสิร์ตจบลงด้วยรถติด วินแพง และรถไฟฟ้าที่ยังไม่เปิด

15 ต.ค. 2569 - 12:56

  • ราชมังฯ สนามแห่งความสุขที่การเดินทางกลับยังเป็นปัญหา

  • รถไฟฟ้าสายสีส้มมีแผนเปิดให้บริการต้นปี 2571

  • วินแพง แท็กซี่เรียกเหมา ปัญหาที่ไม่ควรถูกมองข้าม

ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อความสุขหลังคอนเสิร์ตจบลงด้วยรถติด วินแพง และรถไฟฟ้าที่ยังไม่เปิด

เสียงกรี๊ดของแฟนคลับ เสียงเพลงจากศิลปินที่รัก หรือเสียงเชียร์เมื่อทีมฟุตบอลทำประตูได้ เหล่านี้ล้วนเป็นความสุขที่เกิดขึ้นภายใน ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาแห่งชาติที่รองรับทั้งการแข่งขันกีฬาและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ แต่เมื่อการแสดงจบลง ความสุขของผู้ชมจำนวนไม่น้อยกลับต้องสะดุดลงเพราะยังมีอีกหนึ่งภารกิจรออยู่นั่นคือการเดินทางกลับบ้าน

ภาพผู้คนนับหมื่นทยอยออกจากสนาม ถนนรามคำแหงที่เต็มไปด้วยรถยนต์ ผู้โดยสารที่ต้องเดินหาจุดเรียกรถ หรือบางคนที่ต้องเดินออกไปไกลเพื่อหาทางกลับบ้าน กลายเป็นภาพคุ้นตาสำหรับผู้ที่เคยไปเยือนราชมังฯ โดยเฉพาะในวันที่มีคอนเสิร์ตใหญ่ ทั้งที่ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่กลับเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนชวนให้ตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่การเดินทางกลับจากราชมังฯ จะสะดวกกว่านี้?

ที่น่าสนใจคือราชมังฯ ไม่ใช่พื้นที่ที่ไม่มีรถไฟฟ้า เพราะบริเวณหน้าสนามมีสถานี กกท. ของรถไฟฟ้าสายสีส้มตั้งอยู่ใต้ถนนรามคำแหง แต่จนถึงเดือนตุลาคม 2569 ก็ยังไม่เปิดให้บริการ แม้งานก่อสร้างด้านโครงสร้างพื้นฐานจะแล้วเสร็จเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างดำเนินงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถ

แล้วประชาชนต้องรออีกนานแค่ไหน? ข้อมูลจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยถึงมีนบุรี เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2560 และมีกำหนดเปิดให้บริการตามแผนในเดือนมกราคม 2571 นั่นหมายความว่าผู้ชมคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬายังต้องรออีกระยะหนึ่งกว่าจะสามารถใช้รถไฟฟ้าเดินทางมาถึงหน้าสนามได้โดยตรง

แต่ถึงรถไฟฟ้าจะเปิดแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าทุกปัญหาจะหมดไป เพราะหากมีผู้ชมหลายหมื่นคนออกจากสนามพร้อมกัน รถไฟฟ้าจะรองรับได้เพียงพอหรือไม่? โดยเฉพาะคอนเสิร์ตที่เลิกในช่วงดึกจะมีการเพิ่มเที่ยวรถหรือขยายเวลาให้บริการหรือเปล่า เพราะหากไม่มีการวางแผนรองรับที่ดีผู้ชมก็อาจเปลี่ยนจากการติดอยู่บนถนนไปเป็นการยืนรออยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้าแทน

นอกจากปัญหารถติดแล้ว วินมอเตอร์ไซค์เรียกค่าโดยสารแพง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เคยสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ย้อนกลับไปในปี 2566 เกิดกรณีนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามร้องเรียนพฤติกรรมคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างหลังเดินทางออกจากคอนเสิร์ตที่ราชมังฯ โดยอ้างว่ามีการเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มจากที่ตกลงกันไว้จนกลายเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์ แม้ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการทุกรายจะมีพฤติกรรมเช่นนี้แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ผู้โดยสารอาจถูกเอาเปรียบในช่วงที่มีความต้องการใช้รถสูง

ไม่ใช่แค่วินมอเตอร์ไซค์แต่แท็กซี่ที่ไม่ยอมกดมิเตอร์และเสนอราคาเหมาจ่ายก็เป็นอีกปัญหาที่ต้องได้รับการตรวจสอบ โดยเฉพาะหลังจบงานใหญ่ที่มีผู้ต้องการเดินทางกลับพร้อมกันจำนวนมาก ผู้โดยสารอาจพบกับการต่อรองค่าโดยสารแทนการคิดราคาตามมิเตอร์ ทั้งที่รถแท็กซี่ทั่วไปซึ่งรับส่งผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องคิดค่าโดยสารตามมิเตอร์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนบริการผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับอนุญาตให้แจ้งราคาล่วงหน้ามีกฎเกณฑ์แยกต่างหาก ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่ผู้โดยสารบางคนอาจไม่มีทางเลือกมากนัก หากไม่ยอมจ่ายตามราคาที่ถูกเรียกก็อาจต้องเดินหารถคันใหม่ หรือรอต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่

คำถามคือ เหตุใดปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาจึงยังเป็นเรื่องที่ผู้โดยสารต้องคอยระวังด้วยตัวเอง? ทั้งที่กรมการขนส่งทางบกมีหน้าที่กำกับดูแลรถสาธารณะและมีสายด่วน 1584 สำหรับรับเรื่องร้องเรียนอยู่แล้ว การรอให้ประชาชนร้องเรียนหลังถูกเอาเปรียบอาจไม่เพียงพอ แต่ควรมีการตรวจสอบและจัดระเบียบรถรับจ้างในวันที่มีงานใหญ่เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับบริการในราคาที่เป็นธรรม

ความจริงแล้วการแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องรอรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมมือกันจัดรถรับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าที่เปิดใช้อยู่แล้ว เพิ่มจุดบริการรถสาธารณะที่มีอัตราค่าโดยสารชัดเจน จัดระเบียบการจราจร และวางแผนระบายผู้ชมหลังจบงานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะการกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และผู้จัดงาน ที่ควรมีแผนรองรับผู้ชมร่วมกันอย่างจริงจัง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ราชมังคลากีฬาสถานไม่ควรเป็นสถานที่ที่ผู้คนมีความสุขเฉพาะตอนอยู่ภายในสนาม แต่ต้องมาทุกข์กับการเดินทางกลับบ้าน การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม ควรเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การชมคอนเสิร์ตและกีฬา ไม่ใช่ภาระที่ผู้ชมต้องหาทางแก้กันเอง

และคำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มจะเปิดเมื่อไหร่ แต่คือ เมื่อไหร่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำให้การเดินทางไปและกลับจากราชมังคลากีฬาสถานสะดวกได้จริง และสุดท้ายแล้วประชาชนจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์นั้นหรือไม่?

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์