เมื่อเครื่องบินไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย หญิงสาวไทยอ้างถูกอนาจารบนเที่ยวบิน flydubai

4 ส.ค. 2569 - 14:56

  • เหตุคุกคามทางเพศบนเครื่องบินไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศเคยมีคดีเกิดขึ้นจริงและบทลงโทษจริง

  • เครื่องบินอาจเป็นพื้นที่ปิด แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กระทำผิดจะอยู่นอกเหนือกฎหมาย

เมื่อเครื่องบินไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย หญิงสาวไทยอ้างถูกอนาจารบนเที่ยวบิน flydubai

จากกรณีหญิงชาวไทยอ้างถูกลวนลามบนเที่ยวบิน flydubai สู่คำถามว่า ทำไมเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังคงเกิดขึ้นบนพื้นที่ที่ควรปลอดภัย

เที่ยวบินที่ควรเป็นเพียงการเดินทางกลับบ้านกลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้โดยสารหญิงชาวไทยรายหนึ่งต้องจดจำไปตลอดชีวิต หลังเธอออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ว่าถูกผู้โดยสารชายชาวปากีสถานกระทำอนาจารระหว่างเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบิน flydubai

ผู้เสียหายชาวไทยระบุว่า เธอเดินทางพร้อมลูกสาววัย 4 ขวบ และระหว่างเที่ยวบินจากดูไบมายังประเทศไทยได้สังเกตพฤติกรรมของผู้โดยสารชายที่นั่งใกล้กัน หลังอีกฝ่ายนำมือมาพาดบริเวณพื้นที่นั่งของเธอ ก่อนที่เธอจะเผลอหลับระหว่างเดินทางเนื่องจากรับประทานยาช่วยปรับเวลานอน

เธอเล่าว่า ระหว่างหลับเริ่มรู้สึกเหมือนมีมือมาสัมผัสบริเวณร่างกาย และรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ในช่วงแรกยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งเริ่มสังเกตพฤติกรรมของผู้โดยสารชายที่นั่งอยู่ใกล้กัน

เมื่อเครื่องบินใกล้ลงจอดประเทศไทยผู้เสียหายได้แจ้งเรื่องกับลูกเรือ โดยระบุว่าลูกเรือได้เรียกผู้โดยสารชายคนดังกล่าวมาสอบถาม ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อหลังเครื่องลงจอด

ผู้เสียหายชาวไทยระบุว่า เจ้าหน้าที่สายการบินพบหลักฐานบางอย่างบนเสื้อผ้าของเธอ ซึ่งทำให้เธอเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในช่วงที่เธอไม่รู้สึกตัว ก่อนตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินคดี

ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

ทำไมเหตุลักษณะนี้ถึงเกิดขึ้นบนเครื่องบิน?

แม้เครื่องบินจะเป็นพื้นที่ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากและมีลูกเรือคอยดูแลตลอดการเดินทาง แต่เหตุคุกคามทางเพศบนเที่ยวบินยังคงเกิดขึ้นในหลายประเทศ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “ลักษณะเฉพาะของพื้นที่”

เครื่องบินเป็นพื้นที่ปิด ผู้โดยสารต้องนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลาหลายชั่วโมง ไม่สามารถออกจากสถานที่เกิดเหตุได้ทันที อีกทั้งเที่ยวบินระยะไกลจำนวนมากมีช่วงเวลาที่ผู้โดยสารพักผ่อนหรือนอนหลับ ทำให้บางเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นในช่วงที่คนรอบข้างไม่ทันสังเกต

นอกจากนี้ ระยะห่างระหว่างที่นั่งที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ผู้โดยสารต้องอยู่ใกล้ชิดกับคนแปลกหน้าเป็นเวลานานซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านความปลอดภัยของสายการบินทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินไม่ได้เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย หากเกิดเหตุคุกคามหรืออาชญากรรมผู้เสียหายสามารถแจ้งลูกเรือและเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่คดีลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

หนึ่งในคดีตัวอย่างเกิดขึ้นในสหรัฐฯ เมื่อปี 2019 กับชายชื่อ Siva K. Durbesula ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำการสัมผัสทางเพศโดยมิชอบต่อผู้โดยสารหญิงวัย 22 ปี ระหว่างเที่ยวบินของสายการบิน Spirit Airlines

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเที่ยวบินจากเมืองชิคาโกไปยังไมร์เทิลบีช โดยผู้เสียหายระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ติดกันบนเครื่องบิน

หลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมคณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสินว่า Durbesula มีความผิดฐานกระทำอนาจารบนอากาศยาน และศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติหลังพ้นโทษ

คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า เหตุคุกคามทางเพศบนเครื่องบินไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างเดินทางแต่สามารถกลายเป็นคดีอาญาที่มีบทลงโทษจริง

เมื่อเครื่องบินไม่ใช่พื้นที่ปลอดกฎหมาย

เหตุการณ์ที่ผู้เสียหายชาวไทยออกมาเปิดเผยทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งว่า ทำไมบางคนถึงกล้าก่อเหตุในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน

คำตอบอาจไม่ได้อยู่เพียงแค่เรื่องสถานที่ แต่อยู่ที่ความคิดของผู้ก่อเหตุที่เชื่อว่าช่วงเวลาสั้น ๆ หรือพื้นที่ปิดอาจช่วยให้ตัวเองหลบหนีความรับผิดได้

แต่ข้อเท็จจริงคือ บนเครื่องบินก็ยังมีกฎหมาย สิทธิในร่างกายของผู้โดยสารยังคงได้รับการคุ้มครอง และผู้กระทำผิดสามารถถูกดำเนินคดีได้เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน

เพราะไม่ว่าจะอยู่บนท้องฟ้าหรือบนพื้นโลกพื้นที่ส่วนตัวของทุกคนยังคงต้องได้รับการเคารพ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์