‘สวนสยาม' ไม่ขอเป็นเพียงความทรงจำ เมื่อความผูกพันยังมีค่ามากกว่าการบอกลา

5 พ.ย. 2569 - 15:55

  • สวนสยาม จากสวนสนุกในความทรงจำของคนกรุงเทพฯ สู่กระแสข่าวขายกิจการมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ก่อนตัดสินใจเดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจต่อ

  • ท่ามกลางความเสียหายจากวิกฤตน้ำท่วม สวนสยามเตรียมงบฯ ลงทุนกว่า 100 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูกิจการและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

  • การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การดำรงรักษาธุรกิจ แต่ยังเป็นความพยายามรักษาพื้นที่แห่งความทรงจำของคนหลายเจเนอเรชัน ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ในการปรับตัวเพื่ออนาคต

siam-amazing-park-memory-legacy-SPACEBAR-Hero.png

มีสถานที่บางแห่งที่เราอาจไม่ได้กลับไปเยือนบ่อยนัก แต่เมื่อได้ยินข่าวว่ามันกำลังจะหายไปกลับทำให้เรารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก สำหรับคนกรุงเทพฯ หลายคนสวนสยามอาจเป็นหนึ่งในสถานที่นั้น

ภาพของสไลเดอร์สายรุ้ง ทะเลเทียม เครื่องเล่นที่เคยทำให้หัวใจเต้นแรง หรือเสียงร้องตะโกนด้วยความสนุกของเด็กๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เติบโตมากับคนหลายต่อหลายรุ่น บางคนเคยมาเที่ยวกับพ่อแม่ ก่อนจะเติบโตขึ้นและพาลูกของตัวเองกลับมาเยือนสถานที่แห่งเดิม

สวนสยามจึงอาจไม่ใช่เพียงสวนสนุกที่เปิดให้บริการมานานกว่าสี่ทศวรรษ แต่เป็นพื้นที่ที่เก็บช่วงเวลาบางส่วนของชีวิตผู้คนเอาไว้

และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมข่าวการประกาศขายกิจการและที่ดินมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาทในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 จึงสร้างความรู้สึกใจหายและเสียดายให้กับผู้คนไม่น้อย

เพราะหากวันหนึ่งสวนสยามต้องเปลี่ยนมือหรือกลายเป็นโครงการรูปแบบอื่น สิ่งที่อาจหายไปไม่ได้มีเพียงเครื่องเล่นหรือสวนน้ำ แต่ยังรวมถึงสถานที่ที่คนจำนวนมากเคยมีความสุขร่วมกัน

อย่างไรก็ตามเรื่องราวกลับไม่ได้จบลงตรงนั้น

หลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่สวนสนุกและสวนน้ำอย่างหนัก สวนสยามกำลังเตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2569 โดยเลือกเดินหน้าฟื้นฟูกิจการ แทนที่จะปล่อยให้สถานการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นจุดสิ้นสุดของธุรกิจ

นี่จึงเป็นจังหวะที่น่าสนใจ เพราะการกลับมาของสวนสยามอาจไม่ได้มีความหมายแค่การเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ยังชวนให้ตั้งคำถามว่าอะไรทำให้ธุรกิจแห่งหนึ่งยังมีเหตุผลที่จะเดินหน้าต่อแม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงและต้นทุนที่สูงมากก็ตาม

เมื่อมูลค่าทางธุรกิจไม่ได้เป็นคำตอบของทุกอย่าง

หากพิจารณาในมุมธุรกิจการตัดสินใจขายที่ดินและกิจการอาจเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลไม่น้อย

สวนสยามมีพื้นที่กว่า 220 ไร่ ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทำเลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ขณะที่ธุรกิจสวนสนุกเองก็ต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมากทั้งค่าบำรุงรักษาเครื่องเล่น ค่าแรงพนักงาน ระบบความปลอดภัย และการลงทุนเพื่อรักษาความน่าสนใจของสถานที่

ยิ่งเมื่อเผชิญวิกฤตน้ำท่วมที่ทำให้ต้องหยุดให้บริการ รายได้ที่หายไปย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกิจการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ผู้บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ เคยเปิดเผยว่า มีนักลงทุนติดต่อเข้ามาสนใจซื้อกิจการมากกว่าสิบราย ขณะที่มุมมองจากที่ปรึกษาทางการเงินก็ชี้ให้เห็นว่าการขายกิจการอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าที่ดินกับผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจ

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้บริหารระบุว่าสวนสยามไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อแสวงหากำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว หากยังมีแพสชันของครอบครัว โดยเฉพาะความตั้งใจของผู้ก่อตั้งที่อยากให้คนทั่วไปมีโอกาสเข้าถึงความสนุกจากสวนสนุกได้

นี่เป็นความแตกต่างระหว่างการมองธุรกิจผ่านตัวเลขกับการมองธุรกิจผ่านความหมายของสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา

เพราะในโลกของการลงทุนทรัพย์สินอาจถูกประเมินราคาได้ ผลตอบแทนอาจถูกคำนวณได้ และความคุ้มค่าอาจถูกเปรียบเทียบได้

แต่สำหรับคนที่สร้างสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาด้วยความตั้งใจตลอดหลายสิบปี คุณค่าของมันอาจไม่ได้จบลงที่ตัวเลขในรายงานทางการเงิน

บางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดจึงไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะขายได้ราคาเท่าไร แต่เป็นการตอบตัวเองให้ได้ว่ายังอยากเห็นสิ่งที่สร้างมาด้วยมือตัวเองเดินหน้าต่อไปหรือไม่

ความรักอาจเป็นจุดเริ่มต้นแต่การไปต่อไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างไรก็ตามการเลือกฟื้นฟูสวนสยามไม่ได้หมายความว่าความท้าทายทางธุรกิจจะหายไป

ในทางกลับกันนี่อาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุดของกิจการ

หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ สวนสยามต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง ส่งผลให้รายได้หายไปประมาณ 40-50 ล้านบาท ขณะที่การฟื้นฟูพื้นที่และเครื่องเล่นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ผู้บริหารประเมินว่าต้องใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาทสำหรับการฟื้นฟูเบื้องต้นโดยเตรียมขอสินเชื่อจากธนาคาร ขณะที่เครื่องเล่นบางส่วนยังต้องผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัย

นอกเหนือจากความเสียหายทางกายภาพยังมีโจทย์ใหญ่อีกข้อที่สวนสยามต้องเผชิญ นั่นคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบันผู้คนมีทางเลือกด้านความบันเทิงและการท่องเที่ยวมากขึ้นตั้งแต่ศูนย์การค้า สวนสนุกสมัยใหม่ ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างประสบการณ์เฉพาะตัว อีกทั้งผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของเงินที่ใช้จ่ายมากขึ้น

สวนสยามจึงไม่สามารถอาศัยเพียงความทรงจำในอดีตเพื่อดึงดูดลูกค้ากลับมาได้ทั้งหมด

การกลับมาครั้งนี้จำเป็นต้องตอบคำถามว่า จะทำอย่างไรให้สถานที่ที่คนเคยรักยังสามารถมอบประสบการณ์ที่คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาสัมผัสได้ด้วย

เพราะความทรงจำอาจทำให้คนคิดถึง แต่ประสบการณ์ที่ดีในวันนี้ต่างหากที่จะทำให้คนอยากกลับมาอีกครั้ง

สวนสนุกหนึ่งแห่งกับความทรงจำของคนทั้งเมือง

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ สวนสยามมีความหมายมากกว่าการเป็นธุรกิจเอกชนแห่งหนึ่ง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและความทรงจำของคนกรุงเทพฯ

สำหรับเด็กในยุคหนึ่งการได้มาเที่ยวสวนสยามอาจเป็นกิจกรรมที่ตั้งตารอในช่วงปิดเทอม

สำหรับพ่อแม่การพาลูกไปเล่นน้ำอาจเป็นหนึ่งในวิธีสร้างความสุขให้ครอบครัว

และสำหรับคนที่เติบโตมากับสวนสยาม การได้กลับมาเห็นสถานที่เดิมยังเปิดให้บริการอยู่อาจเป็นความรู้สึกคล้ายกับการได้กลับไปพบเจอช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตอีกครั้ง

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นไม่ได้มีคุณค่าเพียงจากจำนวนผู้เข้าชมหรือรายได้ที่สร้างให้กับธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการสร้างความทรงจำร่วมของผู้คนด้วย

ในหลายเมืองทั่วโลกสวนสนุกและสถานที่พักผ่อนเก่าแก่ยังคงได้รับการรักษาและพัฒนาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เมือง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าด้วยกัน

สวนสยามเองก็มีโอกาสที่จะทำหน้าที่เช่นนั้นต่อไป

โดยเฉพาะจุดแข็งที่ผู้บริหารมองเห็นคือการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย พ่อแม่ไปจนถึงลูกหลาน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนต่างวัยสามารถใช้เวลาร่วมกันได้

คำถามจึงไม่ใช่แค่สวนสยามจะกลับมาเปิดได้เมื่อไหร่ แต่คือจะสามารถรักษาความเป็นพื้นที่ของทุกเจเนอเรชันเอาไว้ได้อย่างไรในวันที่ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว

เพราะบางความทรงจำไม่ควรจบลงเพียงเพราะกาลเวลา

การตัดสินใจเดินหน้าฟื้นฟูสวนสยามอาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของอนาคตธุรกิจ เพราะผู้บริหารยังเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยเรื่องการขายกิจการ และการกลับมาเปิดให้บริการก็ยังต้องผ่านความท้าทายอีกหลายด้าน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ทำให้เราเห็นภาพของธุรกิจที่มีความหมายมากกว่าการสร้างรายได้

นั่นคือความพยายามรักษาสิ่งที่ครอบครัวหนึ่งสร้างขึ้นมา เป็นการรักษาโอกาสในการทำงานของพนักงาน และเป็นการรักษาพื้นที่ที่คนจำนวนมากยังอยากกลับไปเยือนอีกครั้ง

แน่นอนว่าในโลกธุรกิจความรักและความผูกพันไม่สามารถใช้ทดแทนเงินทุน การบริหารจัดการ หรือกลยุทธ์ในการแข่งขันได้ทั้งหมด แต่บางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนยังมีแรงเดินหน้าต่อแม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้าไม่ได้ง่ายเลย

และบางทีความหมายที่แท้จริงของการกลับมาครั้งนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าสวนสยามจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมได้หรือไม่

แต่อยู่ที่การได้เห็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเคยสร้างความสุขให้ผู้คนมากมายยังมีโอกาสสร้างความทรงจำใหม่ให้กับคนรุ่นต่อไป

เพราะสุดท้ายแล้วบางสถานที่อาจมีราคาขาย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่สร้างมันขึ้นมาจะพร้อมปล่อยมือจากมัน

สวนสยามจึงอาจไม่ได้กำลังพยายามรักษาไว้เพียงสวนสนุกแห่งหนึ่ง แต่กำลังพยายามรักษาพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของความสุขในชีวิตผู้คน และยังอยากให้เป็นเช่นนั้นต่อไปอีกนานเท่านาน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


‘สวนสยาม' ไม่ขอเป็นเพียงความทรงจำ เมื่อความผูกพันยังมีค่ามากกว่าการบอกลา