“ไทยช่วยไทยพลัส” ประชาชนใช้สิทธิคึกคัก นักเศรษฐศาสตร์มองแค่ประคองเศรษฐกิจ ห่วงเงินกระจุกตัว ไปไม่ทั่วถึงคนทุกกลุ่ม

4 มิ.ย. 2569 - 14:24

  • ประชาชน ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” คึกคัก ร้านค้าปลื้มยอดขายพุ่งเท่าตัว

  • นักเศรษฐศาสตร์มองแค่ประคอง ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ห่วงเงินกระจุกตัว ไปไม่ทั่วถึงคนทุกกลุ่ม

  • แนะรัฐบาลแก้ปัญหาใหญ่ "ราคาน้ำมัน" อีสานโพล เผยประชาชนร้อยละ 62.1 ต้องการให้รัฐบาลลดราคาสินค้าที่จำเป็นและราคาน้ำมัน มากกว่าแจกเงิน

“ไทยช่วยไทยพลัส” ประชาชนใช้สิทธิคึกคัก นักเศรษฐศาสตร์มองแค่ประคองเศรษฐกิจ ห่วงเงินกระจุกตัว ไปไม่ทั่วถึงคนทุกกลุ่ม

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ดำเนินการภายใต้กรอบวงเงิน 175,000 ล้านบาท ของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยกู้เงินล็อตแรก 35,000 ล้านบาท เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม และเริ่มใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา บรรยากาศการใช้จ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก ส่วนยอดคนลงทะเบียนสำเร็จประมาณ 26.5 ล้านคน ไม่ถึงเป้า 30 ล้านคนตามที่รัฐบาลตั้งไว้ ขณะที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการสำเร็จ 6.9 แสนร้านค้า 

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส กำหนดให้ประชาชนเติมเงินเข้า G-Wallet ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยรัฐบาลร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 วงเงินต่อวัน รัฐบาลสนับสนุน 200 บาท ประชาชนร่วมจ่าย 133 บาท รวมใช้จ่ายได้ 333 บาทต่อวัน

ถ้าคิดเป็นรายเดือน รัฐบาลสนับสนุน 1,000 บาท ประชาชนเติมเงิน 667 บาท รวมซื้อได้ 1,667 บาทต่อเดือน  ส่วนตลอดโครงการ 4 เดือน รัฐบาลสนับสนุนรวม 4,000 บาท ประชาชนร่วมจ่าย 2,667 บาท รวมวงเงินใช้จ่ายซื้อของทั้งสิ้น 6,667 บาท

นันทิยา ลังโคกสูง แม่ค้าจำหน่ายหมูสด อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน มีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้ร้านจำหน่ายหมูสดของตนเองขายดีมาก ยอดขายพุ่งเป็นเท่าตัว ถือว่าช่วยพ่อค้าแม่ค้าได้มาก จากเดิมที่ตลาดเงียบเหงา แต่ทุกวันนี้ทุกคนตื่นตัวทั้งประชาชนและร้านค้า อะไรที่ได้มาฟรีทุกคนก็อยากได้ ถือว่าเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี

“แม้การค้าขายจะคึกคัก แต่ก็ยังมีลูกค้าส่วนใหญ่ยังมึนงงกับวิธีคิดเงิน เพราะครั้งนี้รัฐบาลช่วยจ่าย 60 % ประชาชนสมทบอีก 40 % ทำให้หลายคนงง และเวลาใช้จ่ายก็มีเศษส่วนเยอะ ทำให้ค้าลูกเติมเงินไม่พอบ้าง เติมเงินเกินบ้าง เนื่องจากหลายคนเวลาจะใช้ค่อยเติม ไม่ได้เติมเดียวจบ ถ้าเปรียบเทียบกับโครงการคนละครึ่งแล้ว “คนละครึ่ง” จะใช้ง่ายกว่า สะดวกกว่า” นันทิยา กล่าว

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-Photo01.png

สำหรับ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” แม้ประชาชน และร้านค้า ให้ความสนใจ เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก  แต่ในแง่ความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ยังคงเป็นคำถามที่หลายคนเป็นห่วง ว่าการจัดโครงการประชานิยมลักษณะนี้ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน

ผศ.ดร.จักรกฤช เจียวิริยบุญญา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มองว่า โครงการดังกล่าวมีส่วนเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในประเทศคึกคักในช่วยระยะเวลาสั้นๆ 4 เดือน ถ้าถามว่าโครงการนี้ได้กระตุ้นเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวมองว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ  แต่เป็นการประคองเศรษฐกิจ ทำให้การใช้จ่ายในประเทศคึกคักมากกว่า

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-PhotoSQ02.png

ผศ.ดร.จักรกฤช ยังแสดงความเป็นห่วงการใช้จ่ายของประชาชนจะอาจจะกระจุกตัวเฉพาะร้านใหญ่ หรือร้านที่ทำการตลาดดี ทำให้รายได้ไม่กระจายตัวเท่าที่ควร และร้านค้าบางร้านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการหรือลงทะเบียนไม่ทัน ก็อาจจะทำให้ยอดขายตกได้ ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องให้รายได้กระจายตัวไปถึงคนเล็กคนน้อย เพื่อให้รายได้กระจายสู่ร้านค้าทุกกลุ่ม

“มีหลักฐานงานวิจัยของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ที่เคยทำสมัยโครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส ชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้มีส่วนทำให้เพิ่มยอดขายให้ร้านค้า อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่การกระจายตัวของรายได้ไม่ดีเท่าที่ควร เกิดการกระจุกตัว โดยงานวิจัยชี้ว่า เงินส่วนใหญ่40-50 เปอร์เซ็นต์ เกิดประโยชน์หรือกระจุกตัวกับร้านแค่5-10 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินอีก40-50 เปอร์เซ็นต์ กระจายตัวอยู่กับร้านค้าตั้ง90เปอร์เซ็นต์”

ผศ.ดร.จักรกฤช กล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลจะดำเนินโครงการขนาดใหญ่ นักเศรษฐศาสตร์มักจะพิจารณาถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก ซึ่งโครงการนี้ส่วนตัวมองว่าไม่ได้แย่ แต่ถ้าถามว่า ถ้าไม่นำงบประมาณมาใช้กับโครงการไทยช่วยพลัส จะสามารถนำไปดำเนินมาตรการอะไรได้บ้าง หรือจะเจาะจงไปกลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มฐานรากที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพงหรือสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ก็เป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-Photo02.png
Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-Photo03-1.png

สอดคล้องกับผลสำรวจของ อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่อง “คนอีสานกับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และ คนละครึ่งพลัส” ผลสำรวจสะท้อนว่า เมื่อให้เลือกระหว่าง “ได้เงินช่วยเหลือจากโครงการ” กับ “ลดราคาสินค้าจำเป็นและน้ำมัน” พบว่า ร้อยละ 62.1 ต้องการให้รัฐบาลลดราคาสินค้าจำเป็นและน้ำมัน มากกว่าการได้เงินช่วยเหลือจากโครงการ ส่วนผู้ที่ต้องการเงินช่วยเหลือจากโครงการไทยช่วยไทย เลือกอยู่ที่ร้อยละ 28.3 ขณะที่ร้อยละ 9.6 ไม่แน่ใจ

นอกจากนี้ ร้อยละ 41.8 เห็นว่ารัฐควรช่วยออกค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 70% สะท้อนความคาดหวังให้ภาครัฐมีบทบาทมากขึ้นในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมองว่า 2 โครงการนี้ ทั้งไทยช่วยไทยพลัส และ คนละครึ่งพลัส ที่ดำเนินการก่อนหน้านี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้พอสมควร แต่ยังต้องการให้รัฐบาลลดราคาสินค้าจำเป็นและน้ำมันมากกว่าการให้เงินช่วยเหลือ

เมื่อสอบถามว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ครัวเรือนของท่านได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด พบว่า ร้อยละ 40.4 ได้รับผลกระทบมาก ร้อยละ 28.3 ได้รับผลกระทบมากที่สุด ร้อยละ 28.3 ได้รับผลกระทบปานกลาง ร้อยละ 2.7 ได้รับผลกระทบน้อย และมีเพียงร้อยละ 0.3 ที่ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย

เมื่อสอบถามว่า วงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มากน้อยเพียงใด พบว่า ร้อยละ 45.4 เห็นว่าช่วยได้พอสมควร รองลงมาร้อยละ 24.3 เห็นว่าช่วยได้น้อย ร้อยละ 17.4 เห็นว่าช่วยได้มาก ร้อยละ 11.8 เห็นว่าแทบไม่ช่วย และร้อยละ 1.1 ไม่แน่ใจ

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-Photo04.png
Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-Photo05.png

รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์  หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และ “คนละครึ่งพลัส” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23 - 25 พฤษภาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,072 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-sees-brisk-spending-in-the-Northeast-SPACEBAR-PhotoSQ01-1.png

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงคือหลังจากจบโครงการ รัฐบาลจะมีมาตรการอื่นๆ ต่อเนื่องหรือไม่ เพื่อพยุงหรือกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติน้ำมันแพง และค่าครองชีพสูง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์