เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนหนัก! 21-25 ต.ค. ‘อีสาน-กลาง-กทม.’ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

20 ต.ค. 2569 - 15:30

  • กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 7 ภาคใต้-ตะวันออก ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนอีสานตอนล่าง-กลาง-กทม.ฝนหนัก 21-25 ต.ค. พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก

  • อุตุฯ แจงข้อมูลเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “จำปี” (CHAMPI) ที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไต้หวัน ยืนยันพายุลูกนี้ไม่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย และไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอากาศของไทย

  • ปภ.รายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม 20 ต.ค. 2569 ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด และ กทม. ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง

เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนหนัก! 21-25 ต.ค. ‘อีสาน-กลาง-กทม.’ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 7 (20 ต.ค.2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569

The-Meteorological-Department-warns-of-heavy-rain-and-the-risk-of-flooding-SPACEBAR-Photo V01.jpg

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้

The-Meteorological-Department-warns-of-heavy-rain-and-the-risk-of-flooding-SPACEBAR-Photo V04.jpg

โดยในวันที่ 20 ต.ค.ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 21-25 ต.ค.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทย และภาคใต้ตอนกลาง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน

สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในระยะนี้

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

The-Meteorological-Department-warns-of-heavy-rain-and-the-risk-of-flooding-SPACEBAR-Photo V03.jpg

พายุไต้ฝุ่น “จำปี” ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “จำปี” (CHAMPI) ที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไต้หวัน โดยยืนยันว่า พายุลูกนี้ไม่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย และไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอากาศของไทย เนื่องจากศูนย์กลางพายุตั้งอยู่ห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งหน้าสู่เกาะไต้หวันและพื้นที่ใกล้เคียง

กรมอุตุฯ ชี้แจงว่า ทิศทางพายุลูกนี้จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ไต้หวันและญี่ปุ่นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ สำหรับสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะนี้ (ช่วงวันที่ 19-25 ตุลาคม 2569) เกิดจากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้ รวมถึงมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมไทยตอนบน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอิทธิพลของพายุจำปีแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม หากมีแผนจะเดินทางไปยังประเทศในแถบเอเชียตะวันออก ควรวางแผนและตรวจสอบเที่ยวบินอย่างใกล้ชิดเนื่องจากพายุจำปีเป็นพายุที่มีกำลังแรง 

The-Meteorological-Department-warns-of-heavy-rain-and-the-risk-of-flooding-SPACEBAR-Photo02.jpg
The-Meteorological-Department-warns-of-heavy-rain-and-the-risk-of-flooding-SPACEBAR-Photo01.jpg

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 20 ต.ค. 69 เวลา 7.00 น

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 20 ต.ค. 69 เวลา 7.00 น

สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.ตาก (44) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา (27) ภาคกลาง จ.ชัยนาท (55) ภาคตะวันออก จ.ระยอง (61) ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (166) และ ภาคใต้ จ.ปัตตานี (252)

ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยคาดการณ์ช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. 69 ภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม: ปริมาณน้ำรวม: 83% ของความจุเก็บกัก (66,802 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 75% (42,674 ล้าน ลบ.ม.)

สทนช. ร่วมกับกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกใน จ.ปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการและกรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเน้นการเชื่อมโยงการระบายน้ำระหว่างกรมชลประทานและกรุงเทพมหานครให้เป็นระบบเดียวกัน

ทั้งการระบายน้ำจากเทศบาลนครรังสิตและ จ.นครนายก ผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและทะเล รวมถึงการติดตามการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและขุดลอกคลองตามเส้นทางระบายน้ำลงสู่ทะเลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขจุดคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เช่น ใต้สะพานมอเตอร์เวย์ คลองหลวงแพ่ง และคลองท่าลาด ตลอดจนติดตามสถานการณ์น้ำล้นถนนคันน้ำบริเวณคลองชวดงูเห่า อ.องครักษ์ โดย สทนช. จะประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้เร็วที่สุด

The-Meteorological-Department-warns-of-heavy-rain-and-the-risk-of-flooding-SPACEBAR-Photo V02.jpg

ปภ. รายงานน้ำท่วม 19 จังหวัด และ กทม. ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมวันนี้ (20 ต.ค. 2569) ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร

โดยภาพรวมระดับน้ำลดลงต่อเนื่องทุกพื้นที่ ปภ. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง และฟื้นฟูพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 22 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 78 อำเภอ 595 ตำบล 4,081 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 450,944 ครัวเรือน 1,367,191 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 20 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.) โดยภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

“ปภ.ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานจังหวัดเสี่ยงในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 20 – 25 ต.ค. 2569 ควบคู่กับการระดมเครื่องจักรกลเร่งระบายน้ำและเข้าฟื้นฟูทำความสะอาดพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์