เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ แจ้งเตือน 11 จว.รับมือระดับน้ำเพิ่มสูงสุด 1.50 เมตร

26 ส.ค. 2569 - 09:45

  • เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแตะ 700–1,000 ลบ.ม./วินาที หนุนระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น 0.60–1.50 เมตร

  • เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา และ 6 อำเภออยุธยา เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ แจ้งเตือน 11 จว.รับมือระดับน้ำเพิ่มสูงสุด 1.50 เมตร

กรมชลประทานเฝ้าระวังน้ำเหนือใกล้ชิด แจ้งเขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำ หนุนระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น 0.60–1.50 เมตร กระทบ 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาเตรียมรับมือระดับน้ำเพิ่มสูง

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำเหนือ และยุทธศาสตร์การกระจายน้ำ

จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน พบว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1–9 วันข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,000–1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อนำมารวมกับปริมาณน้ำฝนสมทบจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 60–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ 1,100–1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำมหาศาลดังกล่าว วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน โดยเน้นการกระจายความเสี่ยงด้วยการผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ควบคู่ไปกับการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

หากจำเป็นต้องปรับการระบายน้ำในอัตรา 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60–1.50 เมตร

เปิดพิกัด 11 จังหวัดเสี่ยงเตือนภัย 6 อำเภออยุธยารับน้ำก่อน

เดช เล็กวิชัย รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบเป็นจุดแรก คือ 6 อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร โดยเฉพาะบริเวณตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่รับน้ำด่านแรกที่เริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้นแล้ว

วิกฤตสิ่งแวดล้อมทางน้ำและผลกระทบต่อระบบนิเวศชุมชน

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกระแสน้ำมวลใหญ่ ไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางน้ำและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยกระแสน้ำได้พัดพาเอาวัชพืชและผักตบชวาจำนวนหลายพันตันลงมาจากพื้นที่ตอนบน ลงมาสะสมและติดค้างอยู่อย่างหนาแน่นตามบริเวณเรือนแพ แพอาหาร และกระชังเลี้ยงปลาของชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำ

กลุ่มขยะชีวภาพและผักตบชวาสะสมเหล่านี้ ก่อให้เกิดแรงต้านน้ำมหาศาลที่พัดเอาทรัพย์สินและกระชังเลี้ยงปลาของชาวบ้านได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังขัดขวางการไหลของน้ำ เพิ่มความเสี่ยงในการเน่าเสียของน้ำเนื่องจากขาดการถ่ายเทของออกซิเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงสัตว์น้ำและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำโดยตรง กรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นจึงต้องเร่งเฝ้าระวังและขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อรักษาสมดุลทางธรรมชาติ

water-management-chao-phraya-11-provinces-alert-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg
water-management-chao-phraya-11-provinces-alert-2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

สรุปมาตรการบริหารจัดการน้ำและพยากรณ์อากาศ

การระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดจากเดิม 450 ลบ.ม./วินาที เป็น 550 ลบ.ม./วินาที และเตรียมทยอยปรับเพิ่มขึ้นภายในสัปดาห์นี้

ระดับน้ำในปัจจุบัน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระดับน้ำเหนือเขื่อนสูงขึ้น 10 ซม. (วัดได้ 16 ม.รทก.) ขณะที่ระดับน้ำทางท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นแล้ว 63 ซม.

ปัจจัยมรสุมกดดัน กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ช่วงวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ทั้งนี้ กรมชลประทานเน้นย้ำว่าจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพย์สิน และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้น้อยที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์