‘Zillennials’ ทำความรู้จักเจนฯ รอยต่อที่โตมากับ MSN แต่วันนี้ก็ยังไถ TikTok อยู่ทุกคืน

12 ส.ค. 2569 - 14:55

  • Zillennials เป็น Micro-generation บริเวณรอยต่อระหว่าง Millennials และ Gen Z โดยช่วงปีเกิดที่ถูกใช้อ้างอิงอยู่บ่อยครั้งคือ ค.ศ. 1993–1998 หรือ พ.ศ. 2536–2541 แต่ไม่ได้มีเส้นแบ่งที่เป็นมาตรฐานตายตัว

  • พวกเขาคือคนที่วัยเด็กยังมีโลกก่อนสมาร์ตโฟน แต่เข้าสู่วัยรุ่นพร้อม MSN, Hi5, Facebook และการเติบโตของโซเชียลมีเดีย

  • จาก Bluetooth และ MP3 มาถึง Streaming และ TikTok ประสบการณ์ที่อยู่ระหว่างโลกสองยุคอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Zillennials ผูกพันกับวัฒนธรรม Nostalgia เป็นพิเศษ

‘Zillennials’ ทำความรู้จักเจนฯ รอยต่อที่โตมากับ MSN แต่วันนี้ก็ยังไถ TikTok อยู่ทุกคืน

ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 เป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างรวดเร็ว เด็กที่เติบโตในเวลานั้นยังคงมีความทรงจำเกี่ยวกับโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์ปุ่มกด เครื่องเล่น MP3 การส่งเพลงผ่าน Bluetooth รวมถึงยุคของ MSN และ Hi5 ก่อนที่สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในเวลาต่อมา ประสบการณ์ของการเติบโตอยู่ระหว่างโลกสองยุคนี้กลายเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญของกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า ‘Zillennials’ เจเนอเรชันรอยต่อระหว่าง Millennials และ Gen Z

คำว่า Zillennials เกิดจากการนำคำว่า Millennials และ Gen Z มารวมกันเพื่อใช้อธิบายถึงคนที่เกิดอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างสองเจเนอเรชันจนมักถูกเรียกว่าเป็น Micro-generation หรือเจเนอเรชันขนาดเล็ก โดยหนึ่งในช่วงปีเกิดที่ได้รับการอ้างถึงอย่างแพร่หลายคือ ค.ศ. 1993–1998 หรือ พ.ศ. 2536–2541 ซึ่งในปี 2026 คนกลุ่มนี้มีอายุอยู่ที่ประมาณ 27–33 ปี อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้เป็นนิยามอย่างเป็นทางการ เพราะบางแหล่งใช้กรอบตั้งแต่ปี 1992 และบางนิยามขยายไปถึงต้นทศวรรษ 2000 ด้วยซ้ำ

เหตุผลที่เส้นแบ่งของ Zillennials ไม่สามารถกำหนดด้วยปีเกิดได้อย่างเด็ดขาดส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติของคำว่า ‘เจเนอเรชัน’ เอง หากยึดตามกรอบที่ Pew Research Center เคยใช้ Millennials คือผู้ที่เกิดระหว่าง 1981–1996 ขณะที่คนที่เกิดตั้งแต่ 1997 เป็นต้นไป ถูกจัดอยู่ในเจเนอเรชันถัดมา นั่นทำให้ช่วงปี 1993–1998 คร่อมอยู่บนเส้นแบ่งของ Millennials และ Gen Z พอดี

แต่สิ่งที่ทำให้ Zillennials มีความหมายมากกว่าตัวเลขบนปีเกิดคือ ประสบการณ์ของการเติบโตในช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่

คนกลุ่มนี้มีวัยเด็กอยู่ในช่วงที่อินเทอร์เน็ตยังไม่ได้ติดตามเราไปทุกที่ การดูโทรทัศน์ยังต้องรอตามผังรายการ เพลงใหม่อาจได้ยินครั้งแรกจากวิทยุหรือรายการเพลง โทรศัพท์มือถือมีหน้าที่หลักสำหรับโทรเข้าโทรออกและส่ง SMS ขณะที่การถ่ายรูปหนึ่งภาพยังไม่ได้ตามมาด้วยคำถามทันทีว่าจะโพสต์ลงแพลตฟอร์มใด

จากนั้นทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โทรศัพท์ปุ่มกดกลายเป็นสมาร์ตโฟน การส่งเพลงผ่าน Bluetooth ถูกแทนที่ด้วยลิงก์ Streaming จากการรอเพื่อนออนไลน์ใน MSN กลายเป็นการเห็นสถานะ Active แทบตลอดเวลา ส่วน Hi5 ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่สร้างตัวตนออนไลน์ก็ค่อยๆ ส่งไม้ต่อให้ Facebook, Twitter, Instagram, YouTube และท้ายที่สุดคือ TikTok

Zillennials จึงเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่สามารถจดจำได้ทั้ง ชีวิตก่อนและหลังสมาร์ตโฟน

เราเคยมีช่วงเวลาที่การออกจากบ้านแล้วไม่มีใครติดต่อได้ทันทีถือเป็นเรื่องปกติ การนัดเพื่อนจำเป็นต้องตกลงสถานที่และเวลาให้เรียบร้อย เพราะหากเดินออกจากบ้านไปแล้วอาจไม่มีอินเทอร์เน็ตสำหรับส่งข้อความถามว่า ‘ถึงไหนแล้ว’ และหากต้องการรู้ว่าเพื่อนกำลังทำอะไรบางครั้งคำตอบที่ง่ายที่สุดก็คือรอเจอกันแล้วค่อยถาม

ในขณะเดียวกัน Zillennials ก็ไม่ได้ห่างจากวัฒนธรรมของ Gen Z มากนัก เพราะช่วงวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ของคนกลุ่มนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของโซเชียลมีเดียอย่างเต็มที่ เราเรียนรู้การตั้ง Status ก่อนเรียนรู้การเขียน Caption เริ่มถ่ายภาพเพื่อเก็บความทรงจำ ก่อนภาพถ่ายจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อว่าจะอัปโหลดหรือไม่ และค่อยๆ เรียนรู้ว่าตัวตนบนโลกออนไลน์สามารถติดตามเราไปถึงมหาวิทยาลัย ที่ทำงาน หรือชีวิตในอีกหลายปีข้างหน้าได้

ความเป็นคนที่อยู่ระหว่างโลกสองยุคยังอาจอธิบายได้ว่า เหตุใด Nostalgia จึงทำงานกับคนกลุ่มนี้ได้ดีเหลือเกิน

เพียงเห็นโทรศัพท์ฝาพับ กล้องดิจิทัล เครื่องเล่น MP3 เกมออนไลน์ยุค 2000 หน้าต่าง MSN หรือได้ยินเพลงที่เคยเปิดระหว่างกลับจากโรงเรียนก็สามารถพาใครบางคนย้อนกลับไปยังช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตได้ทันที ไม่ใช่เพราะอดีตดีกว่าปัจจุบันเสมอไป แต่เพราะหลายสิ่งที่เคยเป็น ‘ของธรรมดา’ ในวัยเด็กหายไปอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

โลกในวัยเด็กของ Zillennials ไม่ได้อยู่ไกลถึงขั้นเป็นภาพขาว-ดำ แต่ก็ห่างจากโลกปัจจุบันมากพอที่จะทำให้เด็กในวันนี้อาจไม่เข้าใจว่า เหตุใดการมีโทรศัพท์ที่สามารถเก็บเพลงได้ 100 เพลงจึงเคยเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น หรือทำไมการเลือกเพลงหนึ่งเพลงไว้บนหน้าโปรไฟล์ Hi5 ถึงสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับเจ้าของโปรไฟล์ได้มากมาย

ความรู้สึกอยู่กึ่งกลางยังตาม Zillennials มาถึงเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต คนกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งเติบโตมากับสูตรสำเร็จที่คุ้นเคยว่า ตั้งใจเรียน เข้ามหาวิทยาลัย หางานที่มั่นคง และค่อยๆ สร้างชีวิตจากจุดนั้น แต่เมื่อเดินเข้าสู่ตลาดแรงงานโลกกลับไม่ได้เป็นเส้นตรงอย่างที่เคยถูกบอกไว้

อาชีพใหม่เกิดขึ้นจากอินเทอร์เน็ต การทำงานไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในสำนักงานเพียงอย่างเดียว คนธรรมดาสามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ และคำว่า Work-Life Balance สุขภาพจิต หรือการเปลี่ยนงานเพื่อคุณภาพชีวิต กลายเป็นบทสนทนาที่จริงจังกว่าในอดีต

จึงไม่แปลกหาก Zillennials หลายคนจะมีความคิดสองแบบอยู่พร้อมกัน

เรายังต้องการ ‘ความมั่นคง’ แต่ก็เริ่มสงสัยว่าความมั่นคงจำเป็นต้องหมายถึงการอยู่ในงานเดิมตลอดชีวิตหรือไม่
เราอยากประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่อยากให้ความสำเร็จต้องแลกมาด้วยชีวิตทั้งหมด
เราเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของคนรุ่นก่อน ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าทำไมคนรุ่นหลังถึงกล้าพูดว่า ‘งานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต’

บางทีนี่จึงเป็นเสน่ห์ของการเป็น Zillennials เพราะคนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องเป็น Millennials ครึ่งหนึ่งและ Gen Z อีกครึ่งหนึ่ง แต่เป็นผลผลิตของช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนเร็วมากเสียจนประสบการณ์ห่างกันเพียงไม่กี่ปีก็สามารถสร้างวัยเด็กที่แตกต่างกันได้

คำว่า Zillennials จึงอาจไม่ได้มีไว้เพื่อเพิ่มชื่อเจเนอเรชันให้โลกจดจำอีกหนึ่งชื่อ หากแต่ช่วยอธิบายความรู้สึกของคนกลุ่มหนึ่งที่เคยสงสัยมาตลอดว่า เหตุใดเมื่อถูกพูดถึงในฐานะ Millennials บางเรื่องจึงรู้สึกว่า ‘ใช่’ ขณะที่บางเรื่องกลับไม่เหมือนชีวิตของตัวเองเลย และเมื่อถูกเรียกว่า Gen Z ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้งในอีกแบบหนึ่ง

เพราะหาก Millennials คือคนรุ่นที่เติบโตขึ้นพร้อมกับการมาถึงของโลกดิจิทัล และ Gen Z คือคนรุ่นที่มีโลกดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาตั้งแต่วัยเด็ก Zillennials ก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นพอดี

เป็นเด็กในวันที่ยังไม่มีสมาร์ตโฟน
เป็นวัยรุ่นในวันที่ Social Media เริ่มเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสื่อสาร
และเป็นผู้ใหญ่ในวันที่โลกออนไลน์กับโลกจริงแทบไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป

จากวันที่ต้องกลับบ้านก่อนจึงจะเข้าอินเทอร์เน็ต
มาถึงวันที่อินเทอร์เน็ตเดินทางไปกับเราทุกแห่ง

จากวันที่ความทรงจำถูกเก็บไว้ในอัลบั้มภาพ
มาถึงวันที่ชีวิตหนึ่งวันสามารถถูกบันทึกไว้บน Cloud และ Social Media ได้แทบทั้งหมด

บางทีนี่อาจเป็นคำอธิบายของ Zillennials ที่ชัดกว่าการถามว่าเกิดปีไหนเสียอีก

คนรุ่นที่ยังจำโลกใบเก่าได้
แต่ก็โตมากพอที่จะใช้ชีวิตในโลกใบใหม่ได้อย่างกลมกลืน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์