ปล่อยออกมาแล้วเรียบร้อยสำหรับชุดแข่งส่งท้ายตัวพิเศษของแบรนด์สามแถบ ‘adidas’ กับทัพ ‘อินทรีเหล็ก’ ทีมชาติเยอรมนี โดยเป็นเสื้อรุ่นพิเศษชื่อว่า ‘Farewell Kit’ ก่อนที่เยอรมนีจะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์เครื่องหมายถูกจากแดนลุงแซม Nike ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป โดยพวกเขาจะใส่ชุดอำลานี้ลงแข่งขันในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เจอกับ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2026 ส่วนแฟนบอลที่อยากจับจองเป็นเจ้าของ adidas จะเปิดตัวและเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นการยุติความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 70 ปีของ adidas และ ทีมชาติเยอรมนี ถือเป็นแรงกระเพื่อมที่ใหญ่มากๆ ของโลกฟุตบอล เพราะแบรนด์สามแถบเป็นแบรนด์ที่เติบโตมาพร้อมกับฟุตบอลเยอรมัน แต่กลับโดน Nike ที่เป็นคู่แข่งตัวเอ้จากอเมริกาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าดีลนี้ไปครองแทน
ถ้าถามว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็คงต้องอธิบายว่าเป็นเพราะทั้งสองร่วมงานกันตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1954 และอยู่ร่วมคว้าแชมป์โลกมาด้วยกันทั้ง 4 สมัย (1954, 1974, 1990 และ 2014) ทำให้ adidas ถือเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชาติเลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คงเหมือนกับสโมสรลิเวอร์พูลกับเพลง You'll Never Walk Alone คือ adidas เป็นมากกว่าสปอนเซอร์กับทีมชาติเยอรมนี
จุดเปลี่ยนในเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2024 ทางด้านสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน (DFB) ออกมาประกาศว่า adidas จะอยู่คู่ทีมจนถึงสิ้นปี 2026 และมีข่าวยืนยันออกมาว่าทาง Nike จะเข้ามาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันให้กับทีมชาติเยอรมนีทุกชุดตั้งแต่ปี 2027-2034 ซึ่งเหตุผลจริงๆ ของเรื่องนี้ก็คือ ‘เงิน’ เพราะ Nike ยื่นข้อเสนอสูงมากๆ จากเดิมที่ adidas จ่ายให้ต่อปีราวๆ 40-50 ล้านยูโร แต่ Nike จ่ายให้ปีละ 100 ล้านยูโร ก็คือจ่ายให้มากกว่าถึงสองเท่า รวมเวลาตลอดระยะสัญญาก็จะสูงถึงราวๆ 800 ล้านยูโร
แน่นอนว่าทาง DFB ก็ตอบรับทันทีเพราะพวกเขากำลังต้องการเงิน เนื่องจากในช่วงหลังเจอปัญหาหลายด้าน เช่น รายได้ลดลงจากผลงานทีมชาติที่ตกต่ำลงไป ค่าใช้จ่ายในการสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ คดีความและภาระทางการเงินหลายเรื่อง ซึ่งพวกเขาอธิบายว่าจะนำเงินที่ได้เพิ่มนี้ไปพัฒนาฟุตบอลทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับเยาวชนและฟุตบอลหญิง แน่นอนว่าคนเยอรมันเดือดสุดๆ พร้อมกระแสต่อต้านที่รุนแรงมากเพราะพวกเขามองว่ามันกระทบกับ ‘ตัวตนของชาติ’
ในขณะที่ทาง บียอร์น กุลเดน CEO ของ adidas ไม่ได้โจมตีใส่ DFB แต่อย่างใด เขาบอกว่านี่คือการแข่งขันประมูลตามปกติ ทางด้าน Nike เขาเสนอแพ็คเกจที่ดีกว่า และ adidas เองก็จะทำหน้าที่จนกว่าจะหมดสัญญาให้ดีที่สุด ส่วนทางด้าน Nike พวกเขาได้หนึ่งในดีลทีมชาติที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์เข้ามาเสริมทัพร่วมกับทีมชาติระดับโลกที่มีอยู่แล้วทั้ง บราซิล, ฝรั่งเศส และ อังกฤษ เป็นต้น
โดยอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาง Nike ยื่นข้อเสนอให้ทีมชาติเยอรมนี ย้อนไปเมื่อปี 2007 พวกเขาเคยยื่นข้อเสนอ 500 ล้านดอลลาร์แต่ทาง DFB ปฏิเสธ เลือกอยู่กับ adidas ต่อ เพราะความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์มีน้ำหนักมากกว่าเงินในเวลานั้น หากแต่ 17 ปีต่อมา ในวันที่ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจมากขึ้น DFB เจอแรงกดดันทางการเงิน และ Nike เพิ่มข้อเสนอมหาศาลกว่าเดิมทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที
สุดท้ายดีลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอลว่ายุคที่ ‘แบรนด์กับชาติเติบโตมาด้วยกัน’ กำลังจะจางหายไป กลายเป็นยุคที่มูลค่าทางธุรกิจ การประมูลระดับโลก และรายได้ระยะยาวกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดแทน และเวลาไม่ใช่สิ่งที่เป็นคำตอบอีกต่อไป





