ให้เรื่องมันจบแค่ในเกม! การเป็นผู้แพ้ที่ดีสวยงามกว่าไหม อาร์เจนตินา กร่างหลังเกมคือสไตล์ของบอลอเมริกาใต้?

21 ก.ค. 2569 - 17:01

  • หนึ่งในประเด็นสำคัญในเกมนัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 2026 เกิดขึ้นหลังจบเกม เมื่อทัพ ‘ฟ้าขาว’ ไปหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักเตะ ‘กระทิงดุ’ จนในสนามต้องมาห้ามปรามกันให้วุ่น

ให้เรื่องมันจบแค่ในเกม! การเป็นผู้แพ้ที่ดีสวยงามกว่าไหม อาร์เจนตินา กร่างหลังเกมคือสไตล์ของบอลอเมริกาใต้?

หนึ่งในประเด็นสำคัญในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่ทีมชาติสเปน เฉือนชนะ ทีมชาติอาร์เจนตินา 1-0 เกิดขึ้นหลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมการแข่งขัน เมื่อทางด้านแข้งของทัพ ‘ฟ้าขาว’ ไม่ยอมจบในเกมเพราะนักเตะบางคนพุ่งไปหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักเตะ ‘กระทิงดุ’ จนในสนามต้องเข้ามาห้ามปรามกันให้วุ่น 

Why-Argentina-mad-after-final-2026-WC-SPACEBAR-Photo02.jpg
Why-Argentina-mad-after-final-2026-WC-SPACEBAR-Photo03.jpg

โดยในเวลานี้ทางด้านฟีฟ่ากำลังสอบสวนเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทดังกล่าว โดยภาพที่เกิดขึ้นคือทางด้านของ เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางตัวสำรองของอาร์เจนตินาในวันนั้นเอามือไปชกเข้าที่บริเวณคอของ เอริค การ์เซีย และเหวี่ยง กาบี ของทีมชาติสเปนลงพื้น ในขณะที่ นาฮูเอล โมลิน่า กองหลังอาร์เจนตินาอีกคนเหมือนจะชกเข้าไปที่ท้องของ โรดรี้ และจากเหตุการณ์นั้นทางด้าน ปาเรเดส ได้รับใบแดงจากทางผู้ตัดสิน 

นอกจากนี้ฟีฟ่ายังได้ออกแถลงการณ์ออกมาว่า “คณะกรรมการวินัยได้แต่งตั้งอัยการด้านวินัยและจริยธรรมเพื่อสอบสวนการละเมิด (ระเบียบวินัยของฟีฟ่า) ที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์หลังจบเกม”  

แน่นอนว่าจากการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ทีมชาติอาร์เจนตินาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งสองเหตุการณ์ รวมไปถึงหลายช่วงเวลาในระหว่างเกมที่ทางด้านอดีตแชมป์โลก 2022 เล่นฟุตบอลอย่างเต็มไปด้วยความรุนแรง เข้าสกัดหนักๆ และมีแถมใส่ผู้เล่นของสเปนตลอดทั้งเกมซึ่งเป็นสไตล์การเล่นที่หลายฝ่ายบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘นี่คือวันที่น่าผิดหวังมากๆ สำหรับทีมชาติอาร์เจนตินา’ 

แม้ว่าอาร์เจนตินาจะตั้งรับอย่างเหนียวแน่นตลอด 90 นาทีจนทำให้เกมต้องต่อเวลาพิเศษแต่พวกเขาก็ถูกสเปนครองเกมอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการครองบอลที่มากกว่า มีโอกาสเข้าทำเรื่อยๆ แย่งบอลกลับคืนมาได้รวดเร็วเสมอ และนั่นก็ทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ หัวใจหรือตัวแบกของอาร์เจนตินาแทบไม่มีบทบาทอะไรกับเกมเลย โดยผลการแข่งขันที่เฉือนไปแค่ 1-0 ก็ต้องบอกว่าดูดีเกินจริงไปหน่อยเพราะเห็นได้ชัดว่าสเปนเหนือกว่าทุกกระเบียดนิ้ว 

เรื่องนี้ต้องขอชื่นชมและให้เครดิตกับทัพกระทิงดุที่ควบคุมเกมได้อย่างเยือกเย็นและไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์กับการเล่นบอลแบบรุนแรงของทัพฟ้าขาว โดยเมื่อทาง เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกในช่วงทดเจ็บของครึ่งหลังก็แทบจะเป็นการการันตีชัยชนะของสเปนไปโดยปริยาย เพราะขนาด 11 คนเท่ากันอดีตแชมป์โลกยังทำอะไรไม่ได้ พอเหลือแค่ 10 คนทุกอย่างมันก็เพิ่มความยากระดับทวีคูณขึ้นไปอีก 

การที่นักเตะอาร์เจนตินาไม่สามารถควบคุมอารมณ์อันร้อนแรงให้อยู่แค่ในระหว่างเกมได้พวกเขาก็ควรจะได้รับบทลงโทษอย่างรุนแรงตามสมควรแม้ว่าฟีฟ่าจะมีดุลพินิจในการตัดสินเรื่องนี้ก็ตาม อย่างที่บอกไปว่ากระบวนการพิจารณาบทลงโทษเหล่านั้นกำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ 

ส่วนบทสรุปของเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใดก็ตามไม่ได้ทำให้ทาง ทีมชาติอาร์เจนตินา ดูดีขึ้นมาในสายตาของแฟนบอลที่ได้ดูเกมนัดชิงชนะเลิศเลยแม้แต่นิดเดียว ผลการแข่งขันที่พวกเขาเป็นนักคัมแบ็คสามารถหายไปได้ในพริบตาจากการกระทำที่ไร้น้ำใจนักกีฬาหลังจากจบเกมนี้ 

Why-Argentina-mad-after-final-2026-WC-SPACEBAR-Photo01.jpg

โดยทางด้านอาร์เจนตินาเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่ดุดันมาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ พวกเขาสร้างความหงุดหงิดให้กับคู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังที่บางทีก็หนักหน่วงจนเกินไป ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่มองเป็นภาพเดียวกันไปแล้วว่านี่คือสไตล์การเล่นของชาติจากทวีปอเมริกาใต้ คือต้องเข้าบอลหนักๆ หรือมีลูกแถมติดดาบให้เห็นอยู่ตลอด ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายสุดก็คงจะเป็นทีมชาติปารากวัยในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับทีมชาติฝรั่งเศสที่พวกเขาเข้าบอลแบบอภิมหาโหด มีช็อตตอดเล็กตอดน้อย ยั่วอารมณ์โมโหคู่แข่ง และติดเล่นอันตรายหลายจังหวะซึ่งแฟนบอลเห็นกันทั้งโลก แต่เหมือนผู้ตัดสินในสนามวันนั้นไม่เห็นเหตุการณ์อะไรเลยเพราะปารากวัยไม่มีใครโดนใบเหลืองเลยแม้แต่คนเดียวแต่ฝรั่งเศสโดนไปถึง 3 คน 

สุดท้ายแล้วการเล่นในสไตล์แบบนี้ทำให้เกิดคำถามว่าวิธีการเล่นแบบ Dirty Football คือภาพจำของทีมชาติจากทวีปอเมริกาใต้ไปแล้วหรือเปล่า ในแง่ของแฟนบอลเชื่อว่าส่วนมากก็คงมองแบบนั้นแน่นอน แต่เหนือสิ่งอื่นใดไม่ว่าคุณจะเล่นในสนามแบบไหนเรื่องปกติที่ควรเกิดขึ้นก็คือการให้ทุกอย่างจบลงในเวลา  90 หรือ 120 นาทีแค่นั้นก็พอ เพราะการแพ้และจบเกมด้วยการมีน้ำใจนักกีฬาที่ดีควรจะเป็นเรื่องมาตรฐานในโลกของการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตาม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์